Tuesday, April 16, 2024

THE OTHER CINEMA OF NITADE CHULA

 

Films seen in the 14th week of the year 2024

 

1-7 April 2024

 

In roughly preferential order

 

1.WEEKEND (2011, Andrew Haigh, UK, queer film, A+30)

 

2.LEAN ON PETE (2017, Andrew Haigh, UK, A+30)

 

3.HOW TO MAKE MILLIONS BEFORE GRANDMA DIES หลานม่า (2024, Pat Boonnititpat, A+30)

 

4.(500) DAYS OF SUMMER (2009, Marc Webb, A+30)

 

5.LOVE LIES BLEEDING (2024, Rose Glass, lesbian, A+30)

 

6.EXHUMA (2024, Jong Jae-hyun, South Korea, A+30)

 

7.THE FIRST OMEN (2024, Arkasha Stevenson, A+30)

 

8.UPON THE MAGIC ROADS (2021, Oleg Pogodin, Russia, A+30)

 

จริง ๆ แล้วหนังไม่ได้ดีอะไรมาก แต่เราชอบเป็นการส่วนตัวอย่างรุนแรง เพราะดูแล้วนึกถึงหนังเทพนิยายที่เราเคยดูตอนเด็ก ๆ พวก JASON AND THE ARGONAUTS (1963, Don Chaffey), ROCK’N ROLL WOLF (1976, Elisabeta Bostan, Romania) อะไรพวกนี้ เหมือนหนังของรัสเซียเรื่องนี้มันมีความบริสุทธิ์แบบหนังเทพนิยายยุคเก่าน่ะ ซึ่งจะแตกต่างจากหนังเทพนิยายนับตั้งแต่ SHREK (2001, Andrew Adamson, Vicky Jenson, animation) เป็นต้นมา คือเรารู้สึกว่าหนังเทพนิยายนับตั้งแต่ SHREK เป็นต้นมามันเหมือนมีความ postmodern หรือความอะไรบางอย่างที่มันแสดงถึงความเป็นโลกยุคปัจจุบัน ความรู้เท่าทันเทพนิยายอะไรทำนองนี้ ซึ่งมันจะแตกต่างจากหนังเทพนิยายยุคเมื่อ 50 ปีก่อนที่มันจะไม่มีความ postmodern แบบนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าเราใช้ศัพท์ถูกหรือเปล่านะ 55555

 

เราก็เลยชอบ UPON THE MAGIC ROADS มาก ๆ เพราะมันให้รสชาติที่เหมือนหนังเทพนิยายยุคเมื่อ 50 ปีก่อนมาก ๆ ซึ่งมันกลายเป็นของที่หายากไปแล้วในยุคปัจจุบัน

 

9.CREW (2024, Rajesh A Krishnan, India, A+30)

 

10.MOTHERS’ INSTINCT สันดานแม่ (2024, Benoît Delhomme, A+30)

 

11.GODZILLA X KONG: THE NEW EMPIRE (2024, Adam Wingard, A+30)

 

เป็นการดูหนังภาค 5 โดยที่เราไม่ได้ดูภาค 2, 3, 4 มาก่อน เพราะเราเคยดูแต่ GODZILLA (2014, Gareth Edwards) แต่เราไม่ได้ดู KONG: SKULL ISLAND (2017, Jordan Vogt-Roberts), GODZILLA: KING OF THE MONSTERS (2019, Michael Dougherty) และ GODZILLA VS. KONG (2021, Adam Wingard)

 

12.IMMACULATE (2024, Michael Mohan, Italy/USA, A+30)

 

13.RYUICHI SAKAMOTO: OPUS (2023, Neo Sora, Japan, documentary, A+25)

 

14.KUNG FU PANDA 4 (2024, Mike Mitchell, animation, A+)

 

15.RAIDERS OF THE LOST LIBRARY (2022, Gleb Orlov, Russia, A+)

 

สรุปว่าใน 14 สัปดาห์แรกของปี 2024 เราดูหนังไปแล้ว  237 +  15 = 252 เรื่อง

 

CIVIL WAR (2024, Alex Garland, A+30)

 

SPOILERS ALERT

--

--

--

--

--

1.ชอบที่หนังเรื่องนี้เหมือนเข้าใจความหวาดกลัวบางอย่างในใจเรา เพราะเราเป็นคนที่กล้วสงครามกลางเมืองมาก ๆ กลัวตั้งแต่ 6 ต.ค. 2519, สงครามกัมพูชา, สงครามบอสเนีย, สงครามรวันดา, กลัวการเหยียดผิว Neo Nazi, etc. กลัวว่าเราจะเจอเหตุการณ์อะไรแบบในประเทศเหล่านั้น กลัวว่าคนที่เรารู้จักจะจับเราไปทรมานแล้วก็ฆ่าเราตาย  เพราะฉะนั้นเราก็เลยชอบมากที่หนังเรื่องนี้เหมือนเอาความกลัวในใจเรามาขยายออกมาเป็นด่านผจญภัยต่างๆ  ให้เราได้ผจญภัยไปอย่างสนุกสนานตื่นเต้น และตั้งคำถามกับตัวเราเองตลอดเวลาว่าเราจะทำอย่างไรเมื่อเจอด่านเหล่านั้น คือเหมือนเรากลัวสงครามกลางเมืองมากกว่าเรากลัวซอมบี้และกลัวมนุษย์ต่างดาวน่ะ เรากลัวว่าคนที่เรารู้จักจะกลายเป็นกลุ่มฆาตกรที่จับเราไปฆ่าในอนาคต หนังเรื่องนี้ก็เลยทำให้เราอินอย่างสุดขีด เพราะมันตรงกับความกลัวในใจเรา และเหมือนให้เราได้ทดลองซ้อมรับมือกับความกลัวเหล่านี้ ก่อนที่เราจะเจอสถานการณ์จริงในอนาคต

 

2.และเราก็ชอบสุด ๆ ที่หนังเรื่องนี้มอบทั้งความเครียด, ความหวาดกลัว, ความสงสัยในตัวเราเอง (ว่าเราจะทำอย่างไรในแต่ละสถานการณ์) และก็ “ความตลก” ที่แทรกมาในหนังตลอดเวลาด้วย ชอบมุกที่ “ดอลลาร์แคนาดา” กลายเป็นอะไรที่ทรงคุณค่ากว่า “ดอลลาร์สหรัฐ” มาก ๆ นึกภาพว่ามีหนังไทยเกี่ยวกับโลกอนาคตที่พ่อค้าไม่ยอมรับ “เงิน 300 บาท” เพราะว่ามันไร้ค่ามาก แต่พอบอกว่าเป็น “เงิน 300 กีบ” แล้วพ่อค้าก็ตาลุกวาวในทันที 555

 

3.ชอบฉากที่แซมมี่บอกให้ลีค่อย ๆ หันไปมองหลังคาตึกโดยไม่กระโตกกระตากมาก ๆ เราเห็นด้วยกับเพื่อนคนนึงมาก ๆ ที่บอกว่าฉากนี้มันเปลี่ยนอารมณ์จาก “โล่งใจ” เป็น “สะพรึง” ได้โดยใช้วิธีการแบบ “น้อยแต่มาก” จริง ๆ

 

4.แต่โดยส่วนตัวแล้วเราชอบช่วงแรก ๆ ของหนังจนถึงฉากของ Jesse Plemons นะ แต่หลังจากฉากนั้นความชอบของเราจะ drop ลงนิดนึง เพราะเราไม่ใช่คนที่ชอบฉากแอคชั่นยิงระเบิดตูมตามอะไรอยู่แล้ว เราชอบการ deal กับ “มนุษย์แต่ละคนที่ไม่อาจไว้ใจได้” ในฉากก่อน ๆ หน้านั้นมากกว่า

 

5.แต่ก็ชอบความตลกร้ายของฉากจบนะ คือเหตุการณ์ในฉากจบมันทำให้นึกถึงการสังหารผู้นำโรมาเนีย, อิรัก, ลิเบีย, etc. อย่างที่ตัวละครพูดใบ้ไว้แล้วก่อนหน้านั้นน่ะ เพราะฉะนั้นพอสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับผู้นำ fascist ในประเทศที่เคยเป็นศัตรูคู่อริของสหรัฐ มาเกิดขึ้นกับผู้นำสหรัฐเอง มันก็เลยฮามาก ๆ สำหรับเรา แต่เป็นการฮาแบบตลกร้าย

 

Films seen in the 15th week of the year 2024

 

8-14 April 2024

 

In roughly preferential order

 

FILMS SEEN FOR THE FIRST TIME

 

In roughly preferential order

 

1.THE CHALLAT OF TUNIS (2014, Kaouther Ben Hania, Tunisia, 90min, A+30)

 

2.CIVIL WAR (2024, Alex Garland, A+30)

 

3.MORRISON (2023, Phuttiphong Aroonpheng, A+30)

 

4.MAY THE LAND BEAR WITNESS ธรณีนี่นี้เป็นพยาน (2024, Vacharanont Sinvaravatn, video installation, 10+23 mins, A+30)

 

5.MEKHONG MON AMOUR ลำนำ, แม่โขงที่รัก (2023, Chitpon Paengwiengjan, 13min, A+30)

 

ชอบอย่างสุดขีดมาก ๆ ชอบที่หนังนำเสนอเรื่องราวของฐานทัพอเมริกันในประเทศไทย, เมียเช่า และปัญหาคอมมิวนิสต์ในยุคนั้น โดยผ่านทางเสียง voiceover ที่เหมือนเล่าเรื่องจริงของครอบครัวตัวเองได้อย่างน่าสนใจ ก่อนที่หนังจะเฉลยในภายหลังว่า....

 

6.THE COLOR PURPLE (2023, Blitz Bazawule, musical film, lesbian, A+30)

 

เรายังไม่เคยดูเวอร์ชั่นของ Steven Spielberg นะ

 

7.APRIL COME SHE WILL (2024, Tomokazu Yamada, Japan, A+30)

 

ชอบความซับซ้อนทางใจของตัวละครนำทั้ง 3 คนมาก ๆ เหมือนตัวละครนำทั้ง 3 ต่างก็มีปมบางอย่างอยู่ในใจ

 

นึกว่าต้องฉายควบกับ 45 YEARS (2015, Andrew Haigh) และ THE PAIR OF CANARIES (2023, Huynh Cong-Nho, Vietnam, short film, A+30) เพราะหนังทั้ง 3 เรื่องนี้ต่างก็พูดถึงผู้ชายที่เคยมีคนรักเก่า แล้วหลังจากนั้นก็มีคนรักใหม่ แต่เหมือนเงาความทรงจำอะไรบางอย่างจากคนรักเก่าจะยังคงส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนรักใหม่เหมือน ๆ กันในหนังทั้ง 3 เรื่องนี้

 

8.สิง (2022, Thanapat Ngamngernwon, 17min, A+30)

 

เหมือนเป็น mockumentary ที่สัมภาษณ์หนุ่มหล่อ 3 คน ซึ่งตัวภาพ ตัวเหตุการณ์อาจจะดูธรรมดา แต่พอการให้สัมภาษณ์มันดูงง ๆ ว่าจะคุยเรื่องผี, เรื่องอดีต หรือเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องอะไร มันก็เลยเกิด sense ของความแปลกประหลาดพิสดารที่อธิบายไม่ถูกขึ้นมา เราก็เลยชอบหนังอย่างสุดขีดมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่เราไม่เข้าใจอะไรมันเลย 55555

 

แต่ก็อยากให้หนังเรื่องนี้ทำ subtitle นะ เพราะเสียงบางช่วงฟังไม่ค่อยได้ยินจริง ๆ

 

9.COME TOGETHER มาด้วยกัน (2023, Jakkrapan Sriwichai, video installation, 20min, A+30)

 

10.I CRY SEVERAL TIMES (2023, ณัชชา สรรพวิชุ Natcha Sanpawichu, 4min, A+30)

 

ชอบไอเดียของหนังเรื่องนี้มาก ๆ ที่ตัดเอาภาพผู้หญิงร้องไห้จากสื่อต่าง ๆ เข้ามาประชันกัน โดยเฉพาะคลิปของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเราเข้าใจว่ามีการนำคลิปจากภาพยนตร์และ music videos เข้ามาใช้ในหนังเรื่องนี้ด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วหนังเรื่องนี้ยังไม่ได้ส่งผลกระทบทางอารมณ์อย่างรุนแรงต่อเราเท่าใดนัก แต่ยังไงเราก็ชอบหนัง found footage อยู่แล้ว และก็ชอบไอเดียของหนังเรื่องนี้มาก ๆ อยู่ดี

 

11.NEUTRO, (2024, Saharat Ungkitphaiboon, 8min, A+30)

 

มันคือส่วนหนึ่งของหนังเรื่อง SHANGRI-LA (2023, Saharat Ungkitphaiboon, 63min) หรือเปล่านะ 55555

 

12.BILLY (2019, Zachary Epcar, short film, A+30)

 

13.COMING THRO THE RYE (2023, Asamaporn Piriyapokanon, 7min, A+30)

 

จำได้แต่ว่ามีการพูดถึงวิญญาณของตา กับการถ่ายภาพนก และตัวหนังดูเพลินในระดับนึง

 

ก่อนหน้านี้เราเคยดูหนังอีก 2 เรื่องของผู้กำกับคนนี้ ซึ่งก็คือ THE ROTTEN LAND (2019, documentary) และ RIGHT BEFORE YOUR EYES (2021, 43min) ซึ่งเราชอบในระดับ A+30 ทั้ง 3 เรื่อง โดยชอบ THE ROTTEN LAND มากที่สุด และชอบ COMING THRO THE RYE น้อยที่สุด

 

14.ชีวคดีวิจักษ์ (2021, Jatupol Kiawsaeng, 4min, A+30)

 

เป็นหนังอีกเรื่องที่ตัวภาพดูเหมือนไม่ได้มีอะไรแปลกประหลาดพิสดาร แต่พอเอามาเรียงร้อยเข้าด้วยกันแล้วก็เกิดความแปลกประหลาดอะไรบางอย่างขึ้นมาที่บรรยายไม่ถูก ก็เลยชอบมาก ๆ ถึงแม้ดูแล้วงงมาก ๆ 555

 

15.GHOST WORLD (2023, Krittapas Lersvananont, short film, 7min, A+25)

 

ไอเดียของหนังเก๋มาก ๆ ที่เป็นการบรรยายถึงโลกของวิญญาณในแบบที่คิดขึ้นมาเอง เหมือนหนังเรื่องนี้มันอยู่กึ่งกลางระหว่างหนังหลอนๆ แบบหนังของคุณ Achitaphon Piansukprasert กับหนังผีแนวตลก ซึ่งเราจะค่อนข้างชอบอะไรแนวหลอน ๆ มากกว่า เพราะฉะนั้น wavelength ของหนังเรื่องนี้ก็เลยอาจจะยังไม่ตรงกับเราซะทีเดียว

 

16.RAIN ON THE GREY SKY (2023, Intouch Suntichaikul, 9min, A+25)

 

จำได้แต่ว่าเป็นเรื่องราวของหุ่นลองเสื้อที่เหมือนมีชีวิตขึ้นมา เหมือนเป็นหนังที่ดูเพลินดี แต่เรายังไม่ได้รู้สึกอะไรรุนแรงกับมัน

 

17.INTERMISSION พัก 5 นาที (2024, Ratthanin Junyaprasert, 6min, A+25)

 

ดีใจสุดขีดที่มีคนทำหนังไทยอีกคนที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Viriyaporn Boonprasert เพราะหนังเรื่องนี้เป็นหนังการเมืองแนวทดลอง ที่มีขึ้น text ว่า “ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือพะโล้” เพราะฉะนั้นมันก็เลยเป็นการ tribute ให้ Viriyaporn Boonprasert ได้อย่างงดงามมาก ๆ ถึงแม้ว่าตัวหนังทำให้เรานึกถึงหนังเรื่อง “คาราโอเกะเพลงแผ่เมตตา” KARAOKE: THINK KINDLY (2009, Scene 22 หรือ Chulayarnnon Siriphol) มากกว่าหนังของ Viriyaporn ก็ตาม

 

คือเราชอบ form ของ INTERMISSION นะ ชอบความนำเสนอประเด็นทางการเมืองโดยผ่านทางรูปแบบของวิดีโอคาราโอเกะ แต่เราว่าประเด็นของหนังมันดูเหมือนยังไม่ทรงพลังหรือชัดเจนมากเท่าไหร่

 

ก่อนหน้านี้คุณ Ratthanin เคยเป็นตากล้องให้หนังเรื่อง 24 ABOUT HER (2022,Kroekkan Poonsawat, A+25) ด้วย

 

18.NAM OU RIVER (2024, Penpitchaya Promwong, documentary, 4min, A+15)

 

เราดูแล้วรู้สึกว่ามันเหมือน video diary ที่บันทึกการเดินทางท่องเที่ยวของตัวเอง ก็เลยแอบงง ๆ ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังทดลองหรือเปล่านะ 55555 หรือไม่เช่นนั้นเราก็อาจจะพลาดไม่ทันสังเกตเห็นประเด็นอะไรบางอย่างในหนังเรื่องนี้เอง

 

19.BADE MIYAN CHOTE MIYAN (BIG MASTER LITTLE MASTER) (2024, Ali Abbas Zafar, A-)

 

FILMS SEEN FOR THE SECOND TIME OR MORE

หนังที่เราได้ดูในสัปดาห์ดังกล่าว แต่เป็นการดูเป็นรอบที่สองหรือมากกว่านั้น (ลำดับความชอบไม่ได้ต่อมาจากข้างบนนะ)

 

20.LA DOUBLE VIE DE MANIEJAN (2013, Ratchapoom Boonbunchachoke, A+30)

หนังเรื่องนี้ติดอันดับ 9 ของเราประจำปี 2013 แต่พอมาดูอีกครั้งในปีนี้ก็พบว่าประเด็นในหนังยังคงทรงพลังอยู่เหมือนเดิม

https://celinejulie.blogspot.com/2013/07/la-double-vie-de-maniejan-2013.html

 

21.FFF วิป (2017, Nonthachan Prakobsup, short film, A+30)

หนังเรื่องนี้ติดอันดับ 2 ของเราประจำปี 2017

 

22.NOSTALGIA (2022, Weerapat Sakolvaree, short film, A+30)

 

23.อีสาวซากดิบ (2007, Thitimon Mongkolsawat, short film, A+30)

 

24. SIAMESE FUTURISM (2021, Montika Kham-on, short film, second viewing, A+30)

 

เคยดูรอบแรกตอนเป็นงาน video installation

 

25.NAREE ON A WHITE HORSE (2022, Pakapol Wannao, short film, second viewing, A+30)

 

เคยดูครั้งแรกในเทศกาลมาราธอนปีที่แล้ว อยากให้มีคนเอาไปพัฒนาเป็นวิดีโอเกมมาก ๆ 555

 

26.DIRECTED BY (2022, Papat Aurdilokkul, short film, second viewing, A+30)

 

สรุปว่าใน 15 สัปดาห์แรกของปี 2024 เราดูหนังไปแล้ว  252 + 26 = 278 เรื่อง

 

 

 

 

 

No comments: