Tuesday, January 13, 2026

TEERANIT SIANGSANOH

 

เฉลย รูปนี้มาจาก DARK THEATRE โรงมืด ภาค 1-4 (2025, Teeranit Siangsanoh, 95min, A+30)

 

เราเอารูปนี้มาใช้ในเกม เผื่อมีใครที่ชอบดูเทศกาลหนังสั้นมาราธอน หรือมีแฟนคลับของ Teeranit Siangsanoh แวะเวียนมาเล่นเกมนี้

 

คือถ้าหากพูดถึงผู้กำกับหนังไทยที่มีอะไรบางอย่างคล้าย ๆ  Béla Tarr แล้ว นอกจาก Chanasorn Chaikitiporn ที่ได้รับอิทธิพลมาโดยตรง เราก็นึกถึง Teeranit Siangsanoh นี่แหละ โดยเฉพาะหนังยุคแรก ๆ ของ Teeranit ที่ชอบทำหนัง post-apocalypse ทุนต่ำ ถ่าย landscape รกร้างแถว ๆ พระโขนง แล้วมาติ๊ต่าง สมมุติว่าเป็นโลกอนาคต dystopia

 

คือ Teeranit ไม่ต้องเสียเงินเป็นล้าน ๆ บาทสร้างฉากอะไรเลย เขาแค่เลือก location รกร้าง พงหญ้าแถว ๆ พระโขนง (ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด) แล้วใช้ gaze ที่วิเศษมาก ๆ ของเขาไปจับภาพมันมา ก็ได้เป็นหนังเกี่ยวกับ “โลกอนาคต” ที่ให้ความรู้สึกละม้ายคล้ายกับหนังของ Andrei Tarkovsky ได้แล้ว

 

แต่เนื่องจากเรา “ขี้เกียจ” ไปเปิดดีวีดีหนังเก่า ๆ ของ Teeranit เพื่อเลือกภาพจากหนังเก่า ๆ เหล่านั้น เราก็เลยใช้วิธีเลือกภาพจากหนังของ Teeranit ที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุด ซึ่งก็คือภาพจากหนังเรื่อง โรงมืด ที่เพิ่งเข้าฉายในเทศกาลหนังสั้นมาราธอนในเดือนพ.ย. 2025 นี่แหละ เป็นภาพที่ใกล้ตัวดี ไม่ต้องค้นนาน 55555

 

แต่จริง ๆ แล้ว Teeranit เหมือนไม่ได้รับอิทธิพลจาก Béla Tarr นะ เราเข้าใจว่าหนังยุคแรก ๆ ของเขาได้รับอิทธิพลจาก Derek Jarman มากกว่า อย่างไรก็ดี ในบรรดาผู้กำกับภาพยนตร์ไทยนั้น เราว่าเขาเป็นหนึ่งในคนที่สามารถทำหนังที่เทียบเคียงกับ Béla Tarr และ Andrei Tarkovsky ได้มากที่สุดคนนึง โดยเฉพาะหนังอย่าง

 

1. LAST OF THAILAND ความทรงจำของเศษดาว (2009, Teeranit Siangsanoh, 24 min)

 

2. IN THE CITY ในเมืองร้อนกับค่ำคืนที่ว่างเปล่า (2010, Teeranit Siangsanoh, 51min)

 

3. DARK WORLD โลกมืด (2010, Teeranit Siangsanoh, 53min)

 

4. THE LIGHT HOUSE แสงสุริยะ (2011, Teeranit Siangsanoh, 44min)

 

5. THE BURNT-OUT STAR ดาวที่ไหม้ไฟ (2012, Teeranit Siangsanoh, 66min)

 

และเราก็ดีใจสุดขีดที่คุณ Warut เห็นภาพจากหนังเรื่อง “โรงมืด” ของ Teeranit แล้วเดาว่ามันอาจจะมาจากหนังของ Michelangelo Antonioni เราดีใจมาก ๆ เพราะสิ่งนี้มันแสดงให้เห็นในทางอ้อมว่า หนังของ Teeranit มันมีความงดงามและศักภาพที่น่าสนใจสุดขีดจริง ๆ

 

 

เล่นเกมนี้ได้ที่
https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0UWbvSQAapUW7ywmo5GymVgE7cxxWiReQLbV2U2hCZBjaj9oA7DCcNnSH6RPyZp9Rl

+++

 

I worship PETER HUJAR’S DAY ชอบสุดขีดที่หนังเรื่องนี้มันเป็น “ความธรรมดา” ซ้อนกัน 2 ชั้น เพราะมันนำเสนอ

 

1. เหตุการณ์ขณะ A สัมภาษณ์ B โดยที่ไม่ได้มีเหตุการณ์รุนแรงอะไรเกิดขึ้นในระหว่างการสัมภาษณ์

 

2. แล้วเนื้อหาที่สัมภาษณ์ ก็เป็น “วันธรรมดาวันหนึ่งในชีวิตของ B

 

เราก็เลยรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มันไปไกลกว่า “หนังสัมภาษณ์” เรื่องอื่น ๆ ที่เน้นไปที่ “เรื่อง dramatic ในชีวิตของผู้ให้สัมภาษณ์”

No comments: