Showing posts with label BLACK COMEDY. Show all posts
Showing posts with label BLACK COMEDY. Show all posts

Monday, March 21, 2016

YA BASTA! (2010, Gustave Kervern + Sébastien Rost, France, 11min, A+5)

YA BASTA! (2010, Gustave Kervern + Sébastien Rost, France, 11min, A+5)

1.เป็นหนังสั้นตลกร้าย ซึ่งจริงๆแล้วเราว่ามันเป็นหนังที่ดีมากนะ แต่โดยปกติแล้วเราไม่ค่อยชอบหนังตลกน่ะ เราก็เลยอาจจะไม่ได้ชอบหนังเรื่องนี้อย่างสุดๆ

2.สิ่งหนึ่งที่ชอบมากในหนังเรื่องนี้ก็คือว่า มันนำเสนอตัวละครผู้บกพร่องทางสมอง หรือคนไอคิวต่ำอะไรทำนองนี้ในแบบที่ไม่เหมือนหนังทั่วไปน่ะ เพราะตัวละครผู้บกพร่องทางสมองในหนังเรื่องนี้รวมตัวกันประกอบอาชญากรรม เพราะฉะนั้นหนังตลกหรือตลกร้ายเรื่องนี้จึงทำให้ผู้ชมอย่างเราวางตัวไม่ถูกว่า เราควรจะรู้สึกอย่างไรดีกับตัวละคร

คือเราว่ามันน่าสนใจมากนะ เพราะในหนังทั่วๆไปนั้น ตัวละครแบบนี้เป็นตัวละครที่ น่าสงสาร น่าเห็นใจน่ะ หรือถ้าเป็นอย่างในหนังสารคดีเรื่อง THE DOWN คนกลุ่มนี้ก็จะถูกนำเสนอในทางบวก

แต่ YA BASTA! มันแหกกฎอย่างรุนแรงมากๆ เพราะมันนำเสนอคนกลุ่มนี้ที่เป็นอาชญากร ซึ่งในความเป็นจริงมันคงไม่มีคนกลุ่มนี้ที่ทำแบบในหนังเรื่องนี้หรอก และหนังก็ไม่ได้ตั้งใจจะสร้างภาพลักษณ์ที่ผิดๆให้กับคนกลุ่มนี้แต่อย่างใด แต่หนังสามารถนำเสนอคนกลุ่มนี้ในแบบที่สร้างความคาดไม่ถึงกับเราเป็นอย่างมาก

ซึ่งแน่นอนว่า มันสามารถเปรียบเทียบได้กับหนังเรื่อง THE TRIBE (2014, Myroslave Slaboshpytskyi) ที่ก้าวไปไกลมากในการนำเสนอตัวละครคนพิการเช่นกัน

3.อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบมากในหนังเรื่องนี้ก็คือว่า ผู้กำกับและตัดต่อมันแม่นยำมากๆในการสร้างหนังสั้นและหนัง narrative น่ะ เพราะมันสามารถเล่าเรื่องได้แบบกระชับมากๆ


วิธีการเล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้ ถ้าหากเปรียบเทียบง่ายๆก็เหมือนกับว่า มันเล่าเรื่องเหมือน 1-3-5-7-9-11-... น่ะ คือแทนที่มันจะเล่า 1-2-3-4-5-6-... เหมือนหนังเรื่องอื่นๆ แต่มันกลับเลือกช็อตที่มาต่อกันในแบบที่เหมือนจะทำให้ผู้ชมอนุมานได้เองว่า เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นคืออะไรและ เหตุการณ์หลังจากนั้นคืออะไรน่ะ อย่างเช่น หนังปกติอาจจะมีช็อตตัวละครขึ้นรถ, รถไปถึงทะเล, ตัวละครลงไปเดินที่ชายหาด หนังเรื่องนี้กลับตัดช็อต รถไปถึงทะเลทิ้งไปเลย และมีแค่ฉาก ตัวละครขึ้นรถ, ตัวละครเริงร่าที่ชายหาด, ตัวละครไปอยู่ที่อีกจุดนึงของเมือง ไปเลย คือผู้ชมต้องคอยเชื่อมฉากเหล่านี้เข้าด้วยกันเอง แต่ก็เชื่อมกันได้ง่าย เพราะหนังมันเลือกช็อตแต่ละช็อตมาได้ดีมาก

Saturday, August 29, 2015

MEN WHO SAVE THE WORLD (2014, Liew Seng Tat, Malaysia, A+30)

MEN WHO SAVE THE WORLD (2014, Liew Seng Tat, Malaysia, A+30)

ชอบที่ประเด็นของหนังมันซีเรียสมาก แต่หนังกลับเลือกใช้โทนเบาสมองมากๆ คือจริงๆแล้วประเด็นของหนังมันทำให้นึกถึงหนังอย่าง “คำพิพากษา” (1989, Permpol Choei-aroon), กรณี 6 ตุลา 2519 หรือหนังอย่าง “บ้านผีปอบ” (2010, Ukrit Sa-nguanhai, A+30) ที่เกี่ยวกับการทำให้ “คนบริสุทธิ์” กลายเป็น ”ปีศาจ” ที่คนในสังคมต้องช่วยกันลุกขึ้นมาเข่นฆ่าให้หมดสิ้นไปจากผืนแผ่นดินน่ะ แต่หนังกลับเลือกใช้โทนตลกขบขันแบบหนังชุด “บ้านผีปอบ” ของไทยที่สร้างกันหลายภาค แทนที่จะใช้โทนซีเรียสจริงจัง โดยที่ความตลกของหนังไม่ได้ทำให้ประเด็นลดความจริงจังลงไปเลย เราก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่น่าสนใจสุดๆ และผู้กำกับมันแน่จริงๆที่สามารถทำหนังแบบนี้ออกมาได้


หนังเรื่องนี้ทำให้เรานึกถึง THE BLUE HOUR (2015, Anucha Boonyawatana) กับ DREILEBEN: ONE MINUTE OF DARKNESS (2011, Christoph Hochhäusler, Germany, A+30) ด้วยนะ ในแง่ที่ว่า หนังทั้ง 3 เรื่องนี้มีตัวละครที่เป็น “แพะรับบาป” เหมือนๆกัน และพอตัวละครที่เป็นแพะรับบาปมองว่า การที่ตัวเองทำตัวดีงาม หรือทำตัวเป็นผู้บริสุทธิ์ต่อไปมันเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ เพราะยังไงๆคนอื่นๆก็มองว่ามึงผิดอยู่ดี แพะรับบาปก็เลยหันมาทำผิดจริงๆไปเลย 

Sunday, December 18, 2011

THE GINGERBREAD HOUSE (2009, Claudio Centimeri, A+/A)

This black comedy is suitable for those who like ABNORMAL FAMILY (1984, Masayuki Suo) and SITCOM (1998, François Ozon).

http://www.youtube.com/watch?v=GkLldjo1LBk