จริง ๆ แล้วหนังของ Pasolini ที่อยากดูซ้ำรอบสองมาก ๆ ก็คือ NOTES TOWARDS AN AFRICAN ORESTES
(1970, Pier Paolo Pasolini, Italy)
+++
เพิ่งรู้ว่า MINOTAUR (2026, Andrey
Zvyagintsev, Russia) เป็นรีเมคของ Claude Chabrol ซึ่งน่าจะถือเป็นการรีเมคครั้งที่ 4 แล้วของหนังเรื่องนี้
เราชอบ THE UNFAITHFUL WIFE (1969,
Claude Chabrol) และ UNFAITHFUL (2002, Adrian Lyne) มาก ๆ แต่เรายังไม่เคยดูเวอร์ชั่นรีเมคอีก 2 เวอร์ชั่นนะ ซึ่งก็คือ IN
THE NAME OF LOVE (1995, Maryo J. de los Reyes, Philippines) และ MURDER (2004, Anurag Basu, India)
ภาพจาก THE UNFAITHFUL WIFE
+++
A PIGEON’S JOURNEY ON THE BIRTH OF A NATION เลือน:ย้ายรัง (2026, Weerapat Sakolvaree, video installation, approximately 30mins, A+30)
มันอยู่ในจักรวาลเดียวกันกับหนังเรื่อง OBLIVION:
THE ORIGINAL TEXTS เลือน: บทประพันธ์ดั้งเดิม
(2024, บุรินทร์ เจ้าปลาบู่ทอง, 34min, A+30) ใช่ไหม เพียงแต่คราวนี้เปลี่ยนตัวละครหลักเป็นนก
โดยมีการพาดพิงถึงตัวละครปลาบู่ทองด้วย 555
เหมือนหนังเรื่องนี้จะมีพาดพิงถึงวิกฤติร.ศ. 112
ด้วยนะ ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด
จริง ๆ แล้วหนัง 4 เรื่องนี้ ทั้ง A
PIGEON’S JOURNEY ON THE BIRTH OF A NATION, OBLIVION: THE ORIGINAL TEXTS,
NOSTALGIA (2022, Weerapat Sakolvaree) และ THE
ETERNAL LABYRINTH (2022, Weerapat Sakolvaree, 30min) นี่มันเหมือนเป็น
jigsaw ทางประวัติศาสตร์เลยนะ เหมือนหนังแต่ละเรื่องคือ
jigsaw แต่ละชิ้น ที่พอเอามารวมกันก็จะยิ่งเห็นประวัติศาสตร์ชัดขึ้น
ดูในนิทรรศการ SPACING THE INHERENT ที่ Art4C ART CENTRE ซึ่งมีงานวิดีโอราว 7 ชิ้น
+++
ไตเติลละคร นาคี (1988, So Asanajinda,
A+30)
ชอบนิยายของตรี อภิรุมหลาย ๆ
เรื่องอย่างสุดขีดมาก และก็ชอบละคร นาคี เวอร์ชั่นนี้ด้วย
(เราเคยดูแค่เวอร์ชั่นนี้เวอร์ชั่นเดียว)
https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/1647175649892402
++++
ใครสนใจ Valeska Grisebach ที่กลับมาดังเปรี้ยงอีกครั้งในคานส์ปีนี้ ก็ดูหนังเรื่อง LONGING
(2006, Valeska Grisebach, Germany, A+30) ได้ฟรีในเว็บไซต์ Goethe
on Demand นะ
เหมือน Valeska Grisebach จะอยู่ในรุ่นเดียวกับ
Maren Ade (TONI ERDMANN), Angela Schanelec (AFTERNOON) และ
Maria Speth (THE DAYS BETWEEN) แต่เรายังไม่เคยได้ดูหนังของ Maria
Speth เลย
+++
LAILA’S BIRTHDAY (2008, Rashid Masharawi, Palestine, 71min,
A+30)
หนึ่งวันพันเหตุการณ์ของจริง
เพราะนี่คือหนึ่งวันของชีวิตคนขับแท็กซี่ในปาเลสไตน์ แทบเป็นบ้า
ดูหนังเรื่องนี้ได้ฟรีออนไลน์ในเว็บไซต์ของ
Palestine Film Institute แต่เหมือนมันจะหมดเขตในอีก 1-2 วันนะ
Favorite Actor: Mohammad Bakri in LAILA’S BIRTHDAY (2008,
Rashid Masharawi, Palestine, 71min, A+30)
+++
ลองซื้อ Mexicana Omelette มากิน เพื่อเป็นพลีแด่ Arturo Ripstein, Jaime Humberto
Hermosillo, María Novaro, Carlos Reygadas, Julio Hernández Cordón
+++
TWILIGHT PORTRAIT (2011, Angelina Nikonova, Russia, A+30)
ดูทางดีวีดีที่เคยซื้อไว้นานแล้ว
+++
คราวนี้เทศกาลหนังจีนเลี่ยงไม่จัดชนกับ Taiwan
Documentary Film Festival แต่มาจัดชนกับเทศกาลหนังเกย์ TILFF
แทน
+++
ปอบผีฟ้า (1975, TV series, A+30) ถือเป็นอะไรที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของเรา คือน่ากลัวสุดขีดตั้งแต่ไตเติลเปิดเรื่องแล้ว
ที่เป็นกลุ่มผู้หญิงรำ ๆ ผีฟ้าเอย
ฉากที่ติดตามาก ๆ มานานกว่า 40 ปี
คือฉากที่กล้องแทนสายตาของ “ปอบ” ในตอนกลางวันแสก ๆ เป็นกล้องเคลื่อนมาจากระยะไกล
แล้วค่อย ๆ ซูมเข้าไปใกล้เปลเด็กใต้ถุนบ้านหลังนึง ที่มีเด็กทารกนอนอยู่ เหมือนปอบจ้องจะกินเด็กทารกคนนั้น
แล้วละครตอนนั้นก็จบลง ต้องรอลุ้นตอนต่อไปว่าเด็กจะถูกกินหรือไม่
อีกฉากที่ติดตามาก ๆ มานานกว่า 40 ปี
คือตอนที่เด็กอายุราว ๆ 10 ขวบได้มั้งเหมือนเดิน ๆ อยู่ในโบราณสถานแห่งนึงตอนกลางวันแสก
ๆ แล้วเจอปอบจะจับกิน แล้วก็มีลูกสมุนผีฟ้าโผล่มาห้ามไว้ บอกว่าเด็กคนนี้อยู่ในความอารักขาของผีฟ้า
หรืออะไรทำนองนี้ อีปอบห้ามกินเด็กคนนี้
แน่นอนว่าอันนี้คือความทรงจำจากเมื่อ 40
กว่าปีก่อนนะ ก็ไม่รู้ว่าเราจำอะไรผิด ๆ ถูก ๆ บ้างหรือเปล่า
ส่วนผีจาก “ภาพยนตร์ไทย” ที่เรากลัวมากที่สุด
น่าจะเป็น ผีหัวขาด (1980, Withit Utsahajit วิธิต
อุตสาหจิต) ที่เราเคยเห็นทางทีวีตอนเด็ก ๆ
แต่เราไม่น่าจะเคยดูหนังเรื่องนี้เต็ม ๆ เรื่องนะ แต่ตอนเด็ก ๆ เราเห็นหนังเรื่องนี้มาฉายทางทีวีแล้วเรากลัวมาก
ๆ
++++
MY NAME IS JOE (1998, Ken Loach, UK) is one of my most
favorite ROMANTIC films of all time เราได้ดูหนังเรื่องนี้ตอนมันมาฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง
++++
ตอนเด็ก ๆ เมื่อราว 40 กว่าปีก่อน เราเคยได้ยินเพื่อน
ๆ ในโรงเรียนประถมชอบพูดประโยคซ้ำ ๆ ว่า “เฮม่า มาลินี หัวใจเธอเท่ากาละมัง” ซึ่งพอเวลาผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้
เราก็สงสัยว่า เพื่อนของเราในโรงเรียนประถม แต่งประโยคนี้ขึ้นมาเอง หรือว่าเขาจำมาจากโฆษณาหนังอะไรสักเรื่องของเฮม่า
มาลินี มีใครเคยได้ยินประโยคโฆษณานี้มาก่อนไหมคะ ถ้ามีคนอื่น ๆ เคยได้ยิน
ก็แสดงว่าเพื่อนของเราจำประโยคนี้มาจากโฆษณาภาพยนตร์ เขาไม่ได้แต่งมันขึ้นมาเอง
+++
เมื่อราว 2-3 ปีก่อนคุณเต้ ไกรวุฒิ เคยเขียนว่า เพื่อนของเขาทำวิจัยเรื่องการใช้
blue eyeshadow ในประวัติศาสตร์ฮอลลีวู้ด เพราะฉะนั้นพอเราได้ดู
SALO, OR THE 120 DAYS OF SODOM (1975, Pier Paolo Pasolini, Italy, second
viewing, A+30) ในโรงภาพยนตร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เราก็เลยนึกถึงสิ่งที่คุณเต้เคยเขียนไว้ เพราะเราพบว่าตัวละครในรูปนี้ใน SALO ใช้ eyeshadow หนักมาก แต่สีที่เธอใช้เหมือนเป็นสี light
sea green มั้ง คือไม่ใช่สีฟ้าซะทีเดียว แต่เป็นสีฟ้าอมเขียว สีเขียวอมฟ้า
อะไรทำนองนั้น อย่างไรก็ดี การใช้ eyeshadow ของเธอมันหนักจริง
ๆ
พอเราลอง google ดู ก็พบว่า
มีคนเขียนบทความเรื่อง blue eyeshadow ในภาพยนตร์ด้วย เป็นบทความที่เขียนโดย
Isabelle Truman ลงในเว็บไซต์ DAZED ในปี
2023 ดีงามมาก ๆ เป็นบทความที่พูดถึงการใช้ blue eyeshadow ในภาพยนตร์หลายๆ เรื่อง อย่างเช่น
1. CLEOPATRA (1963, Joseph L. Mankiewicz)
2. A WOMAN IS A WOMAN (1961, Jean-Luc Godard, France)
3. PINK FLAMINGOS (1972, John Waters)
4. CABARET (1972, Bob Fosse)
5. CLEOPATRA JONES AND THE CASINO OF GOLD (1975, Charles
Bail, Hong Kong/USA)
6. BLUE VELVET (1986, David Lynch)
7. HACKERS (1995, Iain Softley, USA)
8. JACKIE BROWN (1997, Quentin Tarantino)
9. BUFFALO ’66 (1998, Vincent Gallo)
10. VELVET GOLDMINE (1998, Todd Haynes)
11. THE LOVE WITCH (2016, Anna Biller)
12. X (2022, Ti West)
ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนประทับใจการใช้ eyeshadow
ในหนังเรื่องอื่น ๆ ก็แนะนำมาได้นะคะ
บทความใน DAZED
+++
เรากับเพื่อน ๆ
เคยดูหนังเรื่องนี้ JAMON JAMON ทางวิดีโอเมื่อราว 30 กว่าปีก่อน แล้วเรายังคงจำประโยคที่เพื่อนพูดได้ไม่มีวันลืม
ถึงแม้เวลาจะผ่านมานาน 30 กว่าปีแล้ว เพราะเพื่อนของเราพูดว่า “หนังเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้เป็นญาติกัน”
No comments:
Post a Comment