Friday, February 08, 2019

MANIKARNIKA: THE QUEEN OF JHANSI (2019, Radha Krishna Jagarlamudi, Kangana Ranaut, India, A+25)


MANIKARNIKA: THE QUEEN OF JHANSI (2019, Radha Krishna Jagarlamudi, Kangana Ranaut, India, A+25)

1.ดูแล้วจะนึกถึง “สุริโยไท” + “บางระจัน” ของไทย เพราะ MANIKARNIKA สร้างจากเรื่องจริงของพระราชินีของแคว้นนึงในอินเดีย ที่ลุกขึ้นนำทัพต่อต้านกองทัพอังกฤษที่กดขี่ชาวอินเดียอย่างรุนแรงในปี 1857 แต่เราว่าหนังเรื่อง “สุริโยไท” ของไทยอาจจะดูมีมิติกว่าหน่อย เพราะในสุริโยไทมันมีตัวละครน่าสนใจหลายตัว อย่างเช่น ท้าวศรีสุดาจันทร์ แต่ MANIKARNIKA มันเน้นเล่าแต่เรื่องของราชินีองค์นี้ในการต่อสู้กับกองทัพอังกฤษ เพราะฉะนั้นตัวละครในหนังเรื่องนี้มันจะขาวจัด ดำจัด กองทัพอังกฤษก็ชั่วร้ายเลวทรามมากๆไปเลย ส่วนราชินีพระองค์นี้ก็มีแต่ด้านดี ด้านที่น่าชื่นชม ยกย่อง

แต่ก็เข้าใจได้นะว่าทำไมหนังต้องนำเสนอแต่ด้านดี เพราะพอคิดถึงปัญหาที่หนังเรื่อง PADMAAVAT (2018, Sanjay Leela Bhansali) เคยเผชิญมาแล้ว การนำเสนอตัวละครวีรบุรุษ วีรสตรีแต่ในด้านดี ก็คงจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้สร้างหนังเมนสตรีมอินเดีย

2.เหมือนเป็นหนังของ “การโพสท่า” เพราะนี่เป็นนางเอกหนังอินเดีย ไม่ใช่นางเอกหนังฮ่องกง ที่ต้องฝึกคิวบู๊มาอย่างหนัก เพราะฉะนั้นในหนังเรื่องนี้เราจะได้เห็นนางเอกโพสท่างามๆมากมายทั้งในฉากสู้รบและฉากอื่นๆ ซึ่งก็ทำได้เพลินตาดี แถมนางเอกยังร่วมกำกับหนังเรื่องนี้เองอีกด้วย เธอก็เลยโพสท่าเริ่ดๆได้อย่างเต็มที่

3.สนใจตัวละครพระราชามากๆ เพราะพระราชาที่เป็นพระสวามีของนางเอก เหมือนชอบละคร+การร่ายรำ และชอบใส่กำไลมือมากมาย ไม่รู้พระราชาองค์นี้ในประวัติศาสตร์จริงๆเป็นยังไง แต่ในหนังเขามาให้เหตุผลในตอนหลังว่า เขาชอบใส่กำไลมือมากมาย เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่าดินแดนของเขาตกอยู่ภายใต้พันธนาการของอังกฤษ

Tuesday, February 05, 2019

5 FEB – 11 FEB 1989



อันดับเพลงเมื่อ 30 ปีก่อน
WEEK 6
5 FEB – 11 FEB 1989

1. IT’S THE LOVER (NOT THE LOVE) – Tiffany

2. I MISSED THE SHOCK – Akina Nakamori

3. HEARTS NEVER LIE – Tiffany & Chris Farren

4. ETERNAL FLAME – Bangles

5. AI NO TEGAMI – Shonentai

6. GIVING YOU THE BEST THAT I GOT – Anita Baker

7. AI GA TOMARANAI – Wink

8. FOUR LETTER WORD – Kim Wilde

9. AKI – Otokogumi

10. ESPECIALLY FOR YOU – Kylie Minogue & Jason Donovan

Sunday, February 03, 2019

FILMS SEEN IN JAPANESE FILM FESTIVAL 2019


FILMS SEEN IN JAPANESE FILM FESTIVAL 2019
                                                                         
1.LIFE IS FRUITY (2017, Kenshi Fushihara, documentary, A+30)
2.MIXED DOUBLES (2017, Junichi Ishikawa, A+30)
3.THE SCYTHIAN LAMB (2018, Daihachi Yoshida, A+30)
4.LU OVER THE WALL (2017, Masaaki Yuasa, animation, A+30)
5.CHIHAYAFURU PART 3 (2018, Nori Koizumi,  A+30)
6.YAKINIKU DRAGON (2018, Wui-Sin Chong, A+20)
7.LAUGHING UNDER THE CLOUDS (2018, Katsuyuki Motohiro, A+)

จริงๆแล้วซื้อตั๋ว THE CRIMES THAT BIND รอบวันนี้เอาไว้ แต่พอดีเกิดอาการจอประสาทตาฉีกขาด ก็เลยต้องไปโรงพยาบาล แล้วก็เลยพลาดดู THE CRIMES THAT BIND ไป เสียใจมากๆ

Tuesday, January 29, 2019

29 JAN-4 FEB 1989


อันดับเพลงเมื่อ 30 ปีก่อน
WEEK 5
29 JAN-4 FEB 1989

1. I MISSED THE SHOCK – Akina Nakamori

2. TWO HEARTS – Phil Collins

3. WITCHES – Miho Nakayama

4. ESPECIALLY FOR YOU – Kylie Minogue & Jason Donovan

5. ETERNAL FLAME – Bangles

6. BE MY TWIN – Brother Beyond

7. MISSING YOU – Chris de Burgh

8. HOLD AN OLD FRIEND’S HAND – Tiffany

9. JIRETTAI NE – Shonentai

10. SNOW FLAKE NO MACHIKADO – Anri

--เพลงที่ชอบที่สุดของ Akina Nakamori น่าจะเป็น Yume o misasete

--Akina Nakamori นี่นอกจากจะเป็นหนึ่งในนักร้องที่เราชื่นชอบที่สุดแล้ว ยังนับได้ว่าเป็นคนนึงที่ “ช่วยชีวิต” เราไว้ด้วย เพราะตอนที่เราเจอมรสุมชีวิตในช่วงต้นปี 2016 ตอนนั้นจิตตกอย่างรุนแรงมากๆ แต่มีอยู่วันนึงเราหยิบเทปเพลงเก่าๆมาฟัง แล้วมันมีเพลง SLOW MOTION ของ Akina Nakamori แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไม พอเราฟังเพลงนั้น แล้วเหมือนความทรงจำเก่าๆถึงชีวิตที่มีความสุขเมื่อ 30 ปีก่อน มันก็หลั่งไหลเข้ามาในใจเรา เพลงนี้มันช่วยปลุกความทรงจำถึงอดีตที่มีความสุขของเราได้ดีมากๆ การฟังเพลงนั้นในช่วงที่เรามาถึงจุดที่ตกต่ำที่สุดในชีวิต มันก็เลยเหมือนเป็นยาขนานดีที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจเรา และทำให้เรายังมีกำลังใจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้

--อยากเรียนภาษาญี่ปุ่นมากๆ แต่ไม่รู้ว่าจะเรียนที่โรงเรียนไหนดี หรือจะเริ่มต้นเรียนด้วยตัวเองจากเว็บไซต์อะไรดี

Sunday, January 27, 2019

THE SUPERHERO STORY WE WROTE 30 YEARS AGO


THE SUPERHERO STORY WE WROTE 30 YEARS AGO

อันนี้เป็นสิ่งที่ต่อเนื่องจากโพสท์ที่แล้ว ที่เราบอกว่าขี้เกียจทำลิสท์หนัง superhero ที่เราชื่นชอบ เพราะถ้าทำจริงๆ เรายอมรับเลยว่า มันจะมีหนังอย่าง AVENGERS: INFINITY WAR (2018, Anthony Russo, Joe Russo) ติดอยู่ในลิสท์หนังสุดโปรดของเรา เพราะเราว่ามันใกล้เคียงกับจินตนาการวัยเด็กของเรามากที่สุด

คือตอนเด็กๆเมื่อราว 30 ปีก่อนเรากับกลุ่มเพื่อนสนิทเคยจินตนาการกันว่า อยากแต่งนิยาย/สร้างหนัง/สร้างละครทีวีเรื่อง GODDESS น่ะ โดยในนิยายเรื่องนี้ แต่ละคนจะจินตนาการตัวเองเป็นหญิงสาวสวยที่มีอภินิหารอิทธิฤทธิ์พิสดารต่างๆกันไปในแบบของตัวเอง และพวกเราก็ช่วยกันคิดพล็อต GODDESS เกี่ยวกับตัวละครของตัวเองออกมา และก็เอาพวกดาราหนุ่มๆที่พวกเราชื่นชอบในยุคนั้น (อย่างเช่น เอก โอรี, อั๊ต อัษฎา พานิชกุล, อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร) มาจินตนาการใส่เข้าไปในเนื้อเรื่องด้วย และพอพวกเราช่วยกันจินตนาการ เขียนพล็อตกันไปๆมาๆ ตัวละครมันก็เลยเยอะมากๆ และตบตีกันจนวุ่นวายไปหมด

เพราะฉะนั้นพอเราดู AVENGERS: INFINITY WAR เราก็เลยชอบหนังเรื่องนี้อย่างสุดๆ เพราะเราว่าในบรรดาหนัง superhero ที่เราดูมา หนังเรื่องนี้ใกล้เคียงกับ GODDESS ที่เราเคยจินตนาการไว้เมื่อ 30 ปีก่อนมากที่สุดในแง่จำนวนตัวละคร, ตัวละครแต่ละตัวมีอิทธิฤทธิ์ไม่เหมือนกัน และตบตีกันจนวุ่นวายไปหมด

แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือว่า ใน GODDESS ที่พวกเราเคยจินตนาการนั้น มันไม่มีการแบ่งฝ่ายธรรมะกับอธรรม และไม่มีการต่อสู้เพื่อกอบกู้โลก เพราะตัวละครแต่ละตัวใน GODDESS เต็มไปด้วยความเงี่ยน และภารกิจของตัวละครนำแต่ละตัวก็คือ “การแย่งผัว”

เราเคยเขียนถึงพล็อตตัวละครสามสาว GORGONS ใน GODDESS ไปแล้วนะ อ่านได้ที่นี่

วันนี้พอเราโพสท์ลิสท์หนัง MOST FAVORITE SUPERHERO AND “NOT-EXACTLY-SUPERHERO” FILMS ไปแล้ว ก็เลยทำให้อยากกลับไปอ่านพล็อต GODDESS ที่เพื่อนบางคนเคยเขียนไว้เมื่อ 30 ปีก่อน พอกลับไปอ่านแล้วก็ฮามาก ชอบตัวละคร Flame ที่เพื่อนจินตนาการไว้มากๆ และมันมีบางจุดที่คล้ายกับหนังเรื่อง AQUAMAN อย่างน่าประหลาดใจด้วย เราจำได้ด้วยว่า เพื่อนจินตนาการว่า ตัวละคร Flame (ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้าย Christy Turlington) นี้ จะเดินทางไปไหนมาไหนด้วยยานพาหนะที่ไม่เหมือนใคร เพราะเธอใช้ “เตียงเหาะได้” คือเธอจะนอนบนเตียง แล้วก็เอากับผู้ชายไปด้วย แล้วเวลาจะไปไหน มาไหน เตียงของเธอก็จะเหาะไปยังจุดหมาย เพื่อที่เธอจะได้เอากับผู้ชายไปด้วยในขณะเดินทางได้อย่างสะดวก

เนื่องจากตัวหนังสือที่เขียนไว้เมื่อ 30 ปีก่อนจางมากแล้ว เราก็เลยขอจดไว้ให้อ่านได้ง่ายๆก็แล้วกัน

บางตัวละครใน GODDESS
1.Flame (Sister Christine) – ธิดาวังบาดาล เธอผุดมากับฟองคลื่น มาเกยหาดสลบไสล แล้วบาทหลวงเก็บไปชุบเลี้ยง ตอนแรกเธอทำเคร่งครัดๆ ภายหลังก็เริงร่าอยู่ในโบสถ์คาทอลิกแห่งนั้นเอง หลังจากเธอเริงในโบสถ์ซักพัก เธอก็หันเหชีวิตเข้าสู่โลกียภพ และมีบทพิศวาทนานา ต่อมาชายกล้ามฝูงหนึ่ง (สมุนวังบาดาล) ติดตามเธอ + เปิดเผยความลับเกี่ยวกับวังบาดาลให้เธอรู้ เธอจึงกลับไปครองอำนาจวังบาดาล แล้วก็ตบตีแย่งชิงสิ่งต่างๆในวงการยุทธภพในฐานะเจ้าแม่วังบาดาล

2.Father Richard Gere – ผู้เก็บ Flame มาเลี้ยง และมีความต้องการในตัว Flame มาก แต่สำหรับนักบวช การมีเพศสัมพันธ์เป็นบาปหนักที่ไม่ควรให้อภัย แต่สำหรับ Flame Father Richard ยอมตกนรกหมกไหม้เพื่อให้ได้ Flame มาครอง

3.Father Mel Gibson – บาทหลวงในโบสถ์เดียวกัน ที่สนใจ Flame ตั้งแต่แรกพบ และบุกเข้าขืนใจ Flame ในยามวิกาล ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ไม่อาจเรียกว่า “ขืนใจ” ได้

4+5.Matt Goss & Luke Goss – อาหารระหว่างมื้อของ Flame ไม่มีความสำคัญอะไรมาก

6.ฝูงชายกล้าม – ลูกสมุนของ Flame ซึ่ง want Flame มากๆ แต่ไม่กล้าเพราะ Flame เป็นนาย แต่ภายหลังก็ไม่อาจเอาชนะแรงฤทธิพิศวาทของ Flame ไปได้

7.Matt Dillon – Playboy หนุ่มหน้าหยก อันธพาลแก๊งมอเตอร์ไซค์ที่ติดบ่วงเสน่ห์ของ Flame อย่างดิ้นไม่หลุด ห้าวหาญ แกร่งกร้าว บึกบึน อก 3 ศอก สมชายชาตรีไม่มีใครเกิน

8.Ethan Hawke – เด็กน้อย นักเต้นอะโกโก้ในบาร์ ลีลาเร่าร้อน Flame ปีนเวทีขึ้นไปเต้นด้วย แล้วเร่าร้อนไปเร่าร้อนมา ก็ Floor Show คนดูตบมือเกรียว เชียร์กันสนั่นบาร์

9.Jason Conery (คนนี้เราไม่รู้จัก) – เด็กหนุ่มอัจฉริยะ เรียนที่เคมบริดจ์ ฉลาดที่สุด ช่วย Flame วางแผนการในการทำอาชญากรรมต่างๆ โดยคิดค่าตอบแทนเป็นร่างกายของเธอ

10.Robert Downey Jr. – น้องชายสุดหล่อของ Tom (ตัวละครชายหนุ่มอีกคนในเรื่อง) เป็นตำรวจในหน่วยงานเดียวกับ Tom แต่ไม่เก่งเท่า ทำให้เกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ แต่ถึงแม้จะไม่เด่นในด้านการงาน แต่เชิงรักเชิงสวาทสุดพรรณนา

พอย้อนกลับไปอ่านสิ่งที่พวกเราเขียนกันไว้เมื่อ 30 ปีก่อนแล้วก็ทำให้อยากย้อนเวลากลับไปยุคนั้นมากๆ รู้สึกว่าช่วงนั้น “จินตนาการ” ของเรากับเพื่อนๆมันช่างสุกสกาวเสียจริงๆ

Tuesday, January 22, 2019

22 JAN-28 JAN 1989


อันดับเพลงเมื่อ 30 ปีก่อน
WEEK 4
22 JAN-28 JAN 1989   

1. 1.ESPECIALLY FOR YOU – Kylie Minogue & Jason Donovan

2. IT’S THE LOVER (NOT THE LOVE) – Tiffany

3.RADIO ROMANCE – Tiffany

4.DROP THAT BOMB – Tiffany

5. THE ONLY WAY IS UP – Yazz & The Plastic Population

6. I MISSED THE SHOCK – Akina Nakamori

7. TWO HEARTS – Phil Collins

8. THE LOCOMOTION – Kylie Minogue

9. HEARTS NEVER LIE – Tiffany & Chris Farren

10. JIRETTAI NE – Shonentai

--เพลง I MISSED THE SHOCK ของ Akina Nakamori นี่ ถือเป็นหนึ่งในเพลงที่มีความสำคัญมากที่สุดในชีวิตของเราเลย เพราะมันกลายเป็นหนึ่งใน “ประโยคอุทาน” ที่ติดปากเรากับเพื่อนๆตอนช่วงเทอมปลายม.4-ม.5 คือในช่วงนั้น พอเจอเหตุการณ์อะไรก็ตามที่น่าประหลาดใจ, น่าตกใจ, แรงๆ, แร่ดๆ เรากับเพื่อนๆก็จะแสดงความรู้สึกต่อเหตุการณ์เหล่านั้นด้วยการอุทานออกมาว่า “I missed the shock!” 555

ถ้าจำไม่ผิด ครั้งแรกที่เราได้ยินเพื่อนอุทานประโยคนี้ออกมา น่าจะเป็นหลังจากที่ดูหนังเรื่อง “เราสอง” (1988, สรวงสุดา ชลลัมพี) ที่โรงหนังลิโดหรือสยามนี่แหละ หนังนำแสดงโดยพีท ทองเจือ กับบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ แล้วหนังมันก็ธรรมดา ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ พอดูเสร็จ ตอนเดินออกจากโรง เพื่อนก็หันมาพูดกับเราว่า “I missed the shock!” แล้วหลังจากนั้น ประโยคนี้ก็กลายเป็นประโยคอุทานที่ติดปากเรากับเพื่อนๆไปอีกนานหลายเดือน

Tuesday, January 15, 2019

15 JAN-21 JAN 1989


อันดับเพลงเมื่อ 30 ปีก่อน
WEEK 3
15 JAN-21 JAN 1989

1.ESPECIALLY FOR YOU – Kylie Minogue & Jason Donovan

2. FOUR LETTER WORD – Kim Wilde

3. I DON’T BELIEVE IN MIRACLES – Sinitta

4. JIRETTAI NE – Shonentai

5. A GROOVY KIND OF LOVE – Phil Collins

6. SAIGO NO IIWAKE – Hideaki Tokunaga

7. SMOOTH CRIMINAL – Michael Jackson

8. WITCHES – Miho Nakayama

9. DAYBREAK – Otokogumi

10. TOIKI DE NET – Yoko Minamino

--พอกลับมาฟัง JIRETTAI NE อีกครั้ง ก็เลยเอาเพลงนี้ออกจากหัวแทบไม่ได้เลยในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา จำได้ว่ายุคนั้นคลั่งไคล้ คัตจัง มากๆ จัดได้ว่าเป็นสามีเก่าของเราคนนึง

--ชอบเนื้อเพลง I DON’T BELIEVE IN MIRACLES อย่างสุดๆ เราว่ามันเศร้ามากๆ

“ไม่ ฉันไม่เชื่อในปาฏิหาริย์
จะมีสักกี่ครั้งกันที่ความฝันมันจะกลายเป็นจริงได้
ไม่ ฉันไม่เชื่อในปาฏิหาริย์
ถึงแม้ฉันแอบหวังและสวดภาวนา
ว่าคุณจะกลับมาหาฉันในสักวันนึง”

Saturday, January 12, 2019

A LETTER FROM BEIRUT (1979, Jocelyn Saab, France/Lebanon, documentary, A+30)


BEIRUT IS NO LONGER NEVER (1976, Jocelyn Saab, France/Lebanon, documentary, A+30)
A LETTER FROM BEIRUT (1979, Jocelyn Saab, France/Lebanon, documentary, A+30)

1.ถ้าหาก Chile มี Patricio Guzmán และ Cambodia มี Rithy Panh Lebanon ก็มี Jocelyn Saab นี่แหละ ที่เป็นผู้บันทึกความพังพินาศ ล่มสลายของประเทศตนเองออกมาได้อย่างทรงพลัง, เจ็บปวด แต่มีความงดงามในทางมุมมองด้วยในเวลาเดียวกัน

2.รู้สึกว่าเสียง voiceover ในหนังสองเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ คือภาพที่ปรากฏในหนังสองเรื่องนี้มันก็ทรงพลังและมีคุณค่าสุดๆอยู่แล้ว แต่ถ้าหากขาดเสียง voiceover ที่เป็นบทรำพึงรำพันส่วนตัว หนังเรื่องนี้ก็อาจจะเป็นเพียง “หนังสารคดีเชิงข่าว/ข้อมูล” ที่มีคุณค่ามากๆในเชิงบันทึกประวัติศาสตร์/เหตุการณ์/ถ่ายทอดความเป็นจริงน่ะ เพราะภาพในหนังมันบันทึกสภาพบ้านเมืองในกรุงเบรุตในช่วงที่เกิดสงครามกลางเมือง เราได้เห็นชีวิตอันยากลำบากของผู้คนในช่วงนั้น และใน A LETTER FROM BEIRUT หนังก็ได้สัมภาษณ์คนหลายๆคนที่น่าสนใจด้วย คือแค่ลำพังภาพ+บทสัมภาษณ์เหล่านี้มันก็ดีสุดๆอยู่แล้ว

แต่หนังมันยังเพิ่มความเหนือชั้นมากยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยเสียง voiceover ที่เป็นบทรำพึงรำพันส่วนตัวของตัวผู้กำกับ และเราว่าสิ่งนี้มันช่วยห่มคลุมเหตุการณ์เลวร้ายสุดๆในหนังด้วย “ความรู้สึกที่งดงาม” บางอย่าง และมันช่วยยกระดับหนังเรื่องนี้ขึ้นไปอีก คือนอกจากหนังเรื่องนี้จะมีคุณค่าในเชิงข่าว/สารคดี/บันทึกประวัติศาสตร์แล้ว มันยังมีความทรงพลังทางอารมณ์ความรู้สึกในแบบงานศิลปะชั้นดีด้วย

เราก็เลยนึกถึงพวกหนังของ Patricio Guzmán และ Rithy Panh เพราะเราว่าสองคนนี้ก็ถ่ายทอดเหตุการณ์สังหารหมู่หรือฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศตนเอง ออกมาด้วยพลังทางศิลปะเช่นกัน และไม่ได้เป็นเพียงแค่การร้อยเรียงข้อมูลแบบสารคดีเพียงอย่างเดียว

จริงๆแล้วนึกถึงพวกหนังของ Chris Marker และ Harun Farocki ด้วย คือเราว่าถ้าหาก Marker หรือ Farocki มาเกิดใน Lebanon ผู้กำกับสองคนนี้ก็อาจจะทำหนังแบบ Jocelyn Saab ออกมาก็ได้ แต่เนื่องจาก Marker อยู่ในฝรั่งเศส และ Farocki อยู่ในเยอรมนี ทั้งสองก็เลยถ่ายทอดความเลวร้ายของชาติตะวันตกหรืออะไรไปแทน

3.ในส่วนของเหตุการณ์ที่ถ่ายทอดออกมาในหนังสองเรื่องนี้นั้น มันทำให้นึกถึงสงครามกลางเมืองในบอสเนีย, อิรัก และซีเรียมากๆ และมันก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากๆที่เหตุการณ์แบบนี้มันไม่ได้จบลงแค่ที่เลบานอนในทศวรรษ 1970-1980 แต่มันยังคงเกิดขึ้นในประเทศอื่นๆต่อไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะที่ซีเรียในปัจจุบัน

Tuesday, January 08, 2019

8 JAN-15 JAN 1989


อันดับเพลงเมื่อ 30 ปีก่อน
WEEK 2
8 JAN-15 JAN 1989

1.FOOLISH BEAT – Debbie Gibson

2.ONLY IN MY DREAMS – Debbie Gibson

3. FOUR LETTER WORD – Kim Wilde

4.ESPECIALLY FOR YOU – Kylie Minogue & Jason Donovan

5.SHAKE YOUR LOVE – Debbie Gibson

6. JIRETTAI NE – Shonentai

7. OUT OF THE BLUE – Debbie Gibson

8. PLAY THE FIELD – Debbie Gibson

9.RADIO ROMANCE – Tiffany

10. IT’S NO SECRET – Kylie Minogue