Showing posts with label FICTION. Show all posts
Showing posts with label FICTION. Show all posts

Thursday, February 13, 2025

AN ENGLISH HOMEWORK IN 1990S

 

ผลจากการดูดฝุ่นกองเอกสารเก่า ทำให้เราเจอหนังสือ 5 เล่มที่เราจำไม่ได้ว่ามันเคยวางแจกฟรีในงานอะไร คิอถ้าหากเราจำไม่ผิด หนังสือ 5 เล่มนี้เคยวางแจกฟรีในงานฉายหนังอะไรสักงานที่สถาบันเกอเธ่ หรือไม่ก็ที่สมาคมฝรั่งเศส ถนนสาทรใต้ แต่เราจำไม่ได้แล้วว่ามันคืองานอะไร ใครจำได้บ้างคะ น่าจะราว ๆ สัก 20 ปีก่อน

 

หนังสือ 5 เล่มนี้ประกอบไปด้วยหนังสือ APICHATPONG WEERASETHAKUL, NAVIN RAWANCHAIKUL, NARAPHONG CHARASSRI, PINAREE SANPITAK และ SURASI KUSOLWONG

 

หนังสือ APICHATPONG WEERASETHAKUL เขียนโดย Ulrike Kremeier

 

ก็ต้องขอบคุณตัวเองที่ชอบหยิบ “เอกสารแจกฟรี” ตามงานฉายภาพยนตร์ต่าง ๆ มาเก็บสะสมไว้ 55555

++++

 

การบ้านวิชาภาษาอังกฤษของ “แคชฟียา” ในช่วงต้นทศวรรษ 1990

 

ผลจากการค้นกองเอกสารเก่า ทำให้เราเจอ “การบ้านวิชาภาษาอังกฤษ” ของเพื่อนคนหนึ่งที่เราเคยถ่ายเอกสารเก็บไว้ด้วย เพื่อนของเราคนนี้ตั้งสมญานามให้ตัวเองว่า “แคชฟียา” ตอนนั้นเธอเรียนมหาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพในช่วงปี 1991-1994 และมันมีการบ้านวิชาภาษาอังกฤษที่เธอต้องแต่งเรื่องสั้นส่งอาจารย์ เธอก็เลยแต่งเรื่อง LOVE STORY ส่งไป เราอ่านแล้วก็ชอบมาก ๆ ก็เลยถ่ายเอกสารเก็บไว้เมื่อราว 30 ปีก่อน

 

การบ้านวิชาภาษาอังกฤษนี้ไม่ได้เน้นที่ “ตัวเนื้อเรื่อง” นะ แต่เน้นที่การใช้ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง เพราะฉะนั้นตัวเนื้อเรื่องก็เลยไม่มีอะไรมาก แต่เราอ่านแล้วก็ชอบสุดขีด เพราะมันเหมือนบันทึก “จินตนาการของกะเทยอย่างเรา” ในช่วงวัยรุ่นในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เอาไว้ มันบันทึกความ innocence ของพวกเรากับเพื่อนๆ เมื่อ 30 กว่าปีก่อนเอาไว้ และปัจจุบันนี้พวกเราไม่มีความ innocence แบบนั้นหลงเหลืออยู่อีกแล้ว

 

เนื้อเรื่องข้างล่างนี้เป็นสิ่งที่เพื่อนเราเขียนส่งอาจารย์นะ เพราะฉะนั้นการใช้ tense และไวยากรณ์ในบางประโยคจะมีข้อผิดพลาดอยู่ด้วย ส่วนการใช้ไวยากรณ์ที่ถูกต้องที่อาจารย์แก้ไขมาให้สามารถดูได้จากรูปประกอบจ้ะ

 

LOVE STORY

 

Yasmin, Cindy and Niki were seventeen years old when they had just completed their high school. Yasmin had long, curly blonde hair and a sexy body. Cindy had long straight red hair, full lips and small, violet eyes. Niki had long, brown hair which had usually been tied back with pale-colored ribbons while she was in school. After she had graduated, she pulled her ribbon away from her hair and let the wind caress her hair while she was walking out of the school. Desire flickered in her eyes. They all hadn’t decided yet whether they would continue their learning. They wanted to find out about themselves, about the meaning of life, and especially about love which they hadn’t had before. They began to work as waitresses in a restaurant on a beach near their houses. There was a man named Gary who came to have lunch at this restaurant. He had brown eyes, thin lips, and soft voice. He was six feet tall and seemed to be quiet. His job was selling plants. Yasmin, Cindy and Niki thought that he was very handsome and they all fell in love with when they just first saw him. When Cindy was going to bring him the food he had ordered, she stumbled and fell on him because she hadn’t yet been accustomed to her new high-heeled which were four inches tall. The plates and the glasses she brought were broken and scattered all over the floor and stained his clothes. However, he was not angry at all. He paid for the broken plates and glasses, and Cindy felt very grateful to him. She decided to pay him back. So Cindy, Yasmin and Niki asked him if they could be his guides for a trip to the islands near there. He agreed after he had seen the girls and thought that they were very attractive. When they were on the boat to an island, he felt seasick and had to vomit. He felt embarrassed but the girls didn’t mind it at all. Instead, they tried to help him feel better. While they were nursing him, he became impressed by their kindness. After he had spent some time with them on the island, he admitted to himself that he had fallen in love with Niki because she was the smartest. He revealed his love to her. She was very glad and told him that she loved him too. After they had returned from the trip, he introduced Niki to his parents. They all thought that Niki was the right one for him. However, when Niki asked Yasmin’s opinion, Yasmin told Niki that Niki was too young to be serious with love, but Cindy advised Niki not to let this love pass if Niki was sure that this was a real love. Niki’s parents also liked Gary although they knew that Gary had been a woman before he underwent a transsexual operation which changed him from a woman to a man. Four years later, Niki graduated from a university. Gary and Niki get married.

 

เราชอบมากที่อาจารย์ของแคชฟียาใส่เครื่องหมาย อัศเจรีย์ ไว้ตรงเนื้อหาที่เป็นเรื่อง transsexual ด้วย อาจารย์คงตกใจกับเนื้อหาตรงส่วนนี้ 55555

Thursday, June 08, 2023

PORTRAIT OF JASON (1967, Shirley Clarke, documentary, A+30)

 

PORTRAIT OF JASON (1967, Shirley Clarke, documentary, A+30)

 

https://www.lecinemaclub.com/now-showing/portrait-of-jason/

 

กราบตีน ถือเป็นหนึ่งในหนังที่สำคัญสุด ๆ สำหรับเราทั้งในแง่ประวัติศาสตร์หนังสารคดี, หนัง queer, หนังเกี่ยวกับโสเภณีชาย และหนังเกี่ยวกับชีวิตคนดำ

 

ดูแล้วนึกถึงเพื่อนคนนึงที่เสียชีวิตไปแล้วมาก ๆ เพราะเราเองก็อยากให้มีคนสัมภาษณ์เขาแบบนี้อย่างสุด ๆ เพราะเขาเป็นคนที่มีประวัติชีวิตที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับเรา เขาเป็นเกย์ที่เคยได้กับผู้ชายมาแล้วไม่รู้กี่ร้อยคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรรมกรก่อสร้างและชนชั้นแรงงาน แต่เสียดายที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว เพราะฉะนั้นตอนที่เราดูหนังเรื่องนี้ เราก็เลยรู้สึกเสียดายที่ไม่มีคนบันทึกชีวิตเขาเก็บไว้ และเราก็รู้สึกดีใจไปด้วยในเวลาเดียวกันที่มีคนทำหนังแบบนี้ออกมา ซึ่งเป็นหนังที่ให้ subject พูดถึงชีวิตตัวเองไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง แต่แค่นี้มันก็ออกมาทรงพลังสุด ๆ และเปี่ยมล้นไปด้วยน้ำเนื้อของ “ชีวิต” อย่างสุด ๆ สำหรับเราแล้ว

 

 

A FAIRY TALE FOR LITTLE CHILDREN (MAYBE NOT)

 

Once upon a time, there was a teddy bear named Jit Phokaew. He/She/It had a very pure and kind heart. Many handsome men fell in love with him/her/it. Jit also fell in love with them. Since Jit’s heart was so kind, Jit didn’t want to break their hearts by choosing only one man to love and rejecting the love of all the other. So Jit decided to have 30 husbands all at the same time. Jit and his/her/its thirty husbands lived together very happily ever after.

 

FAVORITE FILMS ABOUT TIME TRAVEL OR SOMETHING LIKE IT

 

IN ALPHABETICAL ORDER

 

1. THE BUTTERFLY EFFECT (2004, Eric Brest, J. Mackye Gruber)

 

2. CELINE AND JULIE GO BOATING (1974, Jacques Rivette, France)

 

3.CHAN KEO (2017, Sonepasith Phonphila, Laos)
https://vimeo.com/210500270

 

4.FATHER & SON (2015, Sarawut Intaraprom)

 

5.PEGGY SUE GOT MARRIED รักนั้น...หากเลือกได้ (1986, Francis Ford Coppola)

 

6.PREDESTINATION (2014, Michael Spierig, Peter Spierig, Australia)

 

7.SECRET AMONG WINGS ความลับในฝูงนก (2022, Warat Bureephakdee)

 

8.SOMEWHERE IN TIME รักเอยไม่เคยเลยลับ (1980, Jeannot Szwarc)

 

9.VOYAGERS! (1982-1983, TV series)

 

10.แล้วก็หนังสั้นตอนนึงในรายการทีวีแนว ๆ TWILIGHT ZONE หรือ MYSTERY SCIENCE THEATER 3000 ที่เล่าเรื่องของชายหนุ่มคนหนึ่งที่หล่อมาก ๆ มากจนเขาอยากจะร่วมรักกับตัวเขาเอง เขาก็เลยแปลงเพศเป็นผู้หญิงสาวสวย แล้วเดินทางย้อนเวลากลับไปในอดีตเพื่อร่วมรักกับตัวเองตอนที่เขายังเป็นหนุ่มหล่ออยู่ เสียดายที่เรานึกไม่ออกว่ารายการทีวีนั้นคือรายการอะไร มีใครนึกออกบ้าง

 

แต่ถ้าหากพูดถึงนิยาย เราก็นึกถึงนิยายของ “ตรี อภิรุม” เรื่องนึงที่เราเคยอ่านตอนเด็ก ๆ แต่เรานึกชื่อเรื่องไม่ออก ที่เป็นเรื่องของนางเอกได้หนังสือวิเศษมาเล่มนึง ที่พอนางเอกเอานิ้วจิ้มไปในแต่ละหน้า แล้วก็จะเดินทางย้อนอดีตไปในยุคหลายร้อยหลายพันปีก่อนได้ เหมือนมีช่วงนึงที่นางเอกย้อนไปในยุคของพระกัสสปพุทธเจ้าด้วย (พระพุทธเจ้ายุคก่อนหน้าเรา ส่วนยุคของเราคือยุคของพระโคตมพุทธเจ้า)  ถ้าหากเราจำไม่ผิด แล้ว setting ตอนนั้นคือสุดขีดมาก เพราะมันเป็นช่วง “กลียุค” ในตอนปลายของยุคพระกัสสปพุทธเจ้า คือนึกว่าสามารถเอา setting ตอนนั้นมาทำเป็นอะไรแบบ MAD MAX: FURY ROAD ได้เลย

 

ใครนึกชื่อออกบ้างว่ามันคือนิยายเรื่องอะไร เราว่ามันเหมาะเอามาดัดแปลงทำเป็นหนัง/ละครมาก ๆ เพราะมันสนุกสุดขีด

 

Film Wish List: ANNA KARENINA (1935, Clarence Brown)

 

อยากดูเวอร์ชั่นนี้มาก ๆ เพราะเราชอบ quote จากหนังเรื่องนี้มาก ๆ ที่นางเอกมีความสุข แล้วเธอก็รู้สึกว่า “ชีวิตจะลงโทษเธอ เพราะเธอมีความสุข”

 

เราเคยดู ANNA KARENINA (1997, Bernard Rose) นะ แต่จำไม่ได้ว่ามีบทสนทนานี้ในหนังเวอร์ชั่นนั้นหรือเปล่า

Saturday, May 06, 2023

NEWS FROM TEDDY BEAR’S HOME 2

 

NEWS FROM TEDDY BEAR’S HOME ฉบับที่ 2

 

สวัสดีค่ะ คุณแม่หมีของหนู

 

หนูจะบอกว่า ตอนนี้หนูย้ายมาอยู่บ้านของคุณอาที่กรุงเทพแล้วนะคะ สาเหตุก็เป็นเพราะเรื่องที่มาดามดอกเหมยดำฆ่าป้ายุพา หัวหน้าลูกเสือชาวบ้านตายตามที่หนูเล่าไปในจดหมายฉบับแรกนั่นแหละค่ะ พอป้ายุพาถูกฆ่าตายไป ทางกอ.รมน.ก็เลยส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาสืบหาเบาะแสของมาดามดอกเหมยดำในหมู่บ้านของเรา แต่คุณพ่อกริ่งเกรงว่าหมู่บ้านของพวกเราจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในเวลาต่อมา คุณพ่อก็เลยส่งหนูไปอยู่ที่บ้านของคุณอาในกรุงเทพค่ะ ตอนแรกหนูก็ไม่อยากจากคุณพ่อไป แต่พอหนูเห็นว่า คุณอาหล่อดี และลูกชายของคุณอาก็หล่อดี หนูก็เลยเต็มใจไปพักอยู่ที่บ้านของคุณอาค่ะ

 

คุณพ่อสอนหนูอีกด้วยว่า เวลาไปอยู่บ้านของคุณอา ก็ให้ช่วยคุณอาทำงานบ้านด้วย อย่าทำตัว “กินบนเรือน แตดคลุมหลังคา” ตามที่โบราณเขาเตือนไว้ หนูก็เลยจะพยายามขยัน ช่วยคุณอาทำงานบ้านค่ะ

 

ตอนหนูเก็บของเพื่อจะย้ายไปอยู่กรุงเทพ หนูเห็นรูปคุณแม่หมีกับคุณพ่อในงานแต่งงาน คุณแม่หมีสวยมากเลย หนูคิดถึงคุณแม่หมี ก็เลยตัดสินใจเอารูปงานแต่งงานของคุณแม่หมีกับคุณพ่อติดตัวมาอยู่ที่กรุงเทพด้วยค่ะ

 

พอหนูมาอยู่ที่บ้านของคุณอา หนูก็มีความสุขมากค่ะ เพราะถึงแม้ว่าบ้านของคุณอาจะยากจน ยังไม่มีโทรศัพท์ และไม่มีทีวีสี มีแต่ทีวีขาวดำ แต่โทรทัศน์ที่กรุงเทพก็มีตั้ง 4 ช่องแน่ะค่ะ ทั้งช่อง 3, 5, 7, 9 ไม่เหมือนบ้านของเราในชนบทที่รับได้แต่ช่อง 7 เท่านั้น หนูก็เลยมีความสุขกับการดูโทรทัศน์ทั้ง 4 ช่องมาก ๆ ค่ะ ตอนนี้หนูติดละครเรื่อง “ปะการังสีดำ” (1977) ที่กำกับโดยภัทราวดี ศรีไตรรัตน์อย่างงอมแงมเลยค่ะ ละครเรื่องนี้นำแสดงโดย ชนะ ศรีอุบล, กิตติ ดัสกร, เนรัญชรา เถลิงศักดิ์ และรชัฎชวลิต รัตนไพศาล ละครเรื่องนี้สนุกและก็น่ากลัวมาก ๆ เลยค่ะ

 

ขอให้คุณแม่ขายตัวอย่างมีความสุขนะคะ

 

จาก ลูกหมีน้อยกลอยใจ

 

----------------------

 

 

ดู GUARDIANS OF THE GALAXY VOLUME 3 แล้ว ขอบอกว่า ตัวละครที่เราชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้ก็คือ Ura (Daniela Melchior) ค่ะ

 

spoilers alert

--

--

--

--

--

--

--

--

--

--

 

 

เห็นมีแต่คนสะเทือนใจกับ Lylla ในหนังเรื่องนี้ ซึ่งดิฉันก็สะเทือนใจกับ Lylla ค่ะ แต่ดิฉันอินกับ Ura มากที่สุดค่ะ เพราะดิฉันว่าชะตากรรมของ Ura เหมือนชะตากรรมของ “ชีวิตกะเทย” อย่างดิฉันค่ะ คือในบางครั้งก็จะมี “หนุ่มหล่อ” มาทำปากหวานใส่ มาอี๋อ๋อจู๋จี๋พูดดีฉอเลาะด้วย หรือมาทำตัวน่าสงสาร ขอความเห็นใจ ขอความช่วยเหลือจากดิฉัน แต่จริง ๆ แล้วหนุ่มหล่อเหล่านั้นมีจุดประสงค์เพื่อมาหลอกหาผลประโยชน์จากดิฉัน พวกเขาไม่ได้มีความจริงใจแต่อย่างใด แล้วพอพวกเขาได้ในสิ่งที่ต้องการจากดิฉันแล้ว พวกเขาก็จากดิฉันไป ไม่ยอมเย็ดดิฉันค่ะ

 

คือพอเห็นสิ่งที่ Peter Quill ทำกับ Ura ในหนังเรื่องนี้แล้ว ดิฉันก็นึกถึงชีวิตกะเทยของตัวเอง และนึกถึงเพลง LOVE, TRUTH & HONESTY ของ Bananarama มาก ๆ ค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=CZBuIoiUMSA

Tuesday, May 02, 2023

NEWS FROM TEDDY BEAR’S HOME

 

NEWS FROM TEDDY BEAR’S HOME

 

สวัสดีค่ะ คุณแม่หมีของหนู

 

คุณแม่หมีเป็นอย่างไรบ้างคะ สบายดีหรือเปล่า หนูกับพ่อหมีสบายดีค่ะ ทั้งหนูกับพ่อหมีคิดถึงคุณแม่หมีมาก ๆ เลย คุณแม่หมีไปขายตัวสนุกดีไหมคะ ได้ลูกค้าเยอะหรือเปล่า เจอลูกค้าหนุ่ม ๆ หล่อ ๆ บ่อยไหมคะ คุณแม่หมีอย่าลืมเขียนจดหมายตอบกลับมาหาหนูกับพ่อหมีบ่อย ๆ นะคะ นี่หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่า กว่าจดหมายของหนูจะไปถึงมือของแม่หมีจะต้องใช้เวลานานกี่วัน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ทางองค์การโทรศัพท์จะติดตั้งวางสายโทรศัพท์เข้ามาถึงหมู่บ้านของพวกเราอย่างแพร่หลาย นี่จะต้องรออีก 2-3 ปีจนกว่าจะถึงปี 1980 หรือเปล่าก็ไม่รู้ กว่าบ้านของพวกเราจะได้ติดตั้งสายโทรศัพท์เหมือนพวกบ้านของคนในตัวเมือง

 

หนูกับพ่อหมีได้รับเงินจากธนาณัติที่แม่หมีส่งมาให้แล้วนะคะ แต่แม่หมีไม่ต้องส่งเงินมาให้หนูเยอะมากก็ได้ค่ะ เพราะเงินที่พ่อหมีได้จากการขายสมุนไพรก็พอเลี้ยงตัวพวกเราได้อยู่แล้ว ตอนแรกหนูก็สงสัยว่า แม่หมีไปขายตัวทำไม เพราะบ้านของพวกเราไม่มีปัญหาทางการเงิน แต่พ่อหมีก็อธิบายให้หนูฟังตามตรงว่า การได้ขายตัวเป็นความใฝ่ฝันอันสูงสุดของแม่หมีตั้งแต่เด็ก ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วพ่อหมีก็ไม่อยากให้แม่หมีไปขายตัว แต่พ่อหมีรักแม่หมีมาก และรู้ว่าการได้ขายตัวคือความสุขสุดยอดของแม่หมี พ่อหมีก็เลยจำใจต้องปล่อยให้แม่หมีไปขายตัวค่ะ

 

ที่หนูเริ่มตัดสินใจเขียนจดหมายมาหาแม่หมีเป็นฉบับแรก เพราะเมื่อคืนนี้พ่อหมีพาหนูไปดูหนังกลางแปลงที่มาฉายในหมู่บ้านของพวกเราค่ะ เมื่อคืนนี้เขาฉายหนังกลางแปลงเรื่อง SEBASTIANE (1976, Derek Jarman, UK) กับ NEWS FROM HOME (1976, Chantal Akerman, Belgium) หนูชอบสุด ๆ ทั้งสองเรื่องเลย หนังเรื่อง NEWS FROM HOME มีเนื้อหาส่วนหนึ่งเกี่ยวกับแม่ในเบลเยียมที่เขียนจดหมายไปหาลูกสาวในนครนิวยอร์ค โดยที่แม่จะคอย update ข่าวคราวของผู้คนต่าง ๆ ในแวดวงของแม่ให้ลูกสาวได้รับรู้ด้วย พอหนูได้ดูหนังเรื่องนี้ หนูก็เลยได้แรงบันดาลใจ ก็เลยตัดสินใจว่าจะเริ่มเขียนจดหมายไปหาแม่หมีค่ะ และจะคอย update ข่าวคราวต่าง ๆ เกี่ยวกับคนในหมู่บ้านของพวกเราให้แม่หมีได้รับรู้ด้วย

 

เมื่อคืนนี้คนในหมู่บ้านไปดูหนังกลางแปลงกันเกือบหมดทุกคนเลยค่ะ พวกเขาชื่นชอบหนังทั้งสองเรื่องนี้อย่างสุด ๆ เลยค่ะ หนูเองก็ดีใจที่พวกเขาชอบ แม้แต่นางสาวชำมะเลียง ที่อาศัยอยู่ตามลำพังตัวคนเดียวในบ้านกลางป่าลึก ก็ยังออกมาดูหนังกลางแปลงสองเรื่องนี้ด้วยนะคะ

 

นอกจากคนในหมู่บ้านของพวกเราแล้ว ก็มีคนแปลกหน้าอีกหลายคนที่มาดูหนังกลางแปลง 2 เรื่องนี้เมื่อคืนนี้เหมือนกันค่ะ พ่อหมีแอบกระซิบบอกหนูว่า บางคนที่มาดูหนังเรื่องนี้ เป็นพวกผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่หลบออกจากค่ายกลางป่าเพื่อมาดูหนังกลางแปลงค่ะ เหมือนในบรรดาผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์นี้มีบางคนเป็นนักศึกษาหนุ่มหล่อที่น่ากินมาก ๆ ด้วยนะคะ และก็มีบางคนที่เป็นคนจาก “เมืองลับแล” ที่มาดูหนังกลางแปลงกับพวกเราด้วย พ่อหมีบอกว่าคน 2 กลุ่มนี้ไม่น่าจะมีพิษมีภัยค่ะ ถ้าหากเราไม่ไปทำอะไรพวกเขาก่อน แต่ถึงอย่างไรก็ดี พ่อหมีก็บอกหนูว่า อย่าไปคุยกับคนแปลกหน้า เพราะในบรรดาผู้ชมหนังกลางแปลงแต่ละคืนนั้น มีคนที่เป็น “เสือสมิง” ปลอมตัวมาด้วยค่ะ และเสือสมิงอาจจะฆ่าเราตายได้ ถ้าหากเราเกิดประมาทขึ้นมา

 

หนูมีอีกเรื่องที่จะบอกคุณแม่หมีด้วยว่า ถ้าเป็นไปได้ คุณแม่หมีก็กลับมาเยี่ยมบ้านบ่อย ๆ ก็ดีนะคะ เพราะว่าอีกิ๊ก ลูกสาวกำนัน มันกำลังหมายตาคุณพ่อหมีอยู่ค่ะ พอแม่หมีไม่อยู่บ้านนานหลายเดือน อีกิ๊กก็ชอบใส่เสื้อคอกระเช้าแบบคว้านลึก ขี่จักรยานเฟสสัน มาหาเรื่องชวนพ่อหมีคุยที่บ้านของพวกเราตอนเย็น ๆ ค่ะ แต่หนูว่ามันไม่ได้ชวนพ่อหมีคุยแบบ “เพื่อน” ค่ะ หนูรู้สึกว่ามันมีอาการ “น้ำลายฟูม he" ขณะคุยกับพ่อหมีค่ะ หนูว่ามันต้องมีจิตปฏิพัทธ์ในตัวพ่อหมีแน่ ๆ แต่หนูไม่อยากได้มันเป็นแม่เลี้ยงค่ะ

 

หนูแอบสงสัยด้วยว่า อีกิ๊กมันเป็น “กระสือ” ค่ะ เพราะอย่างที่รู้กันว่าในหมู่บ้านของพวกเรามีข่าวลือเรื่องกระสือมานานแล้ว และตอนดึก ๆ คืนหนึ่ง หนูสังเกตเห็นมีแสงไฟแว้บ ๆ แถวหน้าต่างห้องของพ่อหมีตอนกลางดึกค่ะ หนูก็รีบวิ่งไปดูที่ห้อง ก็เห็นพ่อหมีนอนถอดเสื้อหลับสนิทอยู่บนเตียงตามปรกติ ส่วนแสงไฟที่อยู่นอกหน้าต่างนั้นก็รีบลอยห่างออกจากบ้านเราไป

 

หนูก็เลยตั้งใจจะสืบหาว่า ใครเป็นกระสือที่แอบมาส่องดูพ่อหมีตอนนอนหลับ แล้วหนูก็นึกขึ้นมาได้ว่า ก่อนที่ยายเฒ่าเบญจมาจะหายสาบสูญไปเมื่อ 3 ปีก่อน ยายเฒ่าเคยฝากตำรายาพิษโบราณไว้ให้คุณแม่ แต่คุณแม่ไม่ได้เอาติดตัวไปด้วย เพราะคุณแม่จำเนื้อหาในตำราได้หมดแล้ว หนูก็เลยไปค้นหาตำรานั้นในหีบเก่า ๆ ในห้องเก็บของค่ะ แล้วก็เลยเจอ

 

หนูก็เลยไปติดตั้งค่ายกลไว้นอกหน้าต่างห้องของพ่อหมีค่ะ หนูแอบเอาด้ายสีดำไปขึงไว้แถวต้นไม้บริเวณนั้น พอกระสือบินไปโดนด้ายสีดำนั้นท่ามกลางความมืดตอนกลางคืน ก็จะมีไม้ไผ่ปลายแหลมที่หนูติดตั้งไว้ในค่ายกล พุ่งขึ้นมาแทงไส้กระสือค่ะ แล้วหนูก็ทา “ยาพิษ 7 วันไส้ขาด” ที่ปรุงตามตำราของยายเฒ่าเบญจมา ไว้ที่ปลายไม้ไผ่นั้นด้วย

 

หลังจากหนูติดตั้งค่ายกลนั้นเสร็จ พอรุ่งเช้าวันต่อมา หนูก็พบว่ามีกระสือไปโดนค่ายกลนั้นเข้าให้แล้วค่ะ เพราะไม้ไผ่มันเด้งขึ้นมา และมีเลือดติดอยู่ที่ปลายไม้ไผ่ด้วย แต่ไม่รู้ว่าเป็นเลือดของใคร

 

หลังจากนั้นหนูก็ไปสืบหาว่า มีใครในหมู่บ้านที่มีพิรุธ หรือไม่สบายบ้าง ก็ปรากฏว่า เกือบทุกคนในหมู่บ้านดูปรกติดีค่ะ แต่มีอีกิ๊ก ลูกสาวกำนันนี่แหละที่หายตัวไป ลุงกำนันบอกว่า อีกิ๊กเพิ่งออกเดินทางไปเที่ยวประเทศ Lichtenstein ค่ะ ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่

 

แต่นวพร ลูกสาวแม่ค้าในตลาด มากระซิบบอกหนูว่า “ลูกกรอก” ที่นวพรเลี้ยงไว้ มาบอกนวพรว่า ลูกกรอกได้ยินครอบครัวกำนันเขาคุยกันว่า จริง ๆ แล้วอีกิ๊กมันเดินทางไปเทือกเขาพนมดงรัก เพื่อหาว่านอะไรสักอย่างมาแก้พิษไข้ไม่สบายค่ะ แต่มันให้ทางครอบครัวทำแต่งเรื่องหลอกทุกคนว่ามันไปเที่ยว Lichtenstein อู๊ยยยยยยยย อีแร่ด

 

หนูก็เลยค่อนข้างปักใจเชื่อว่า อีกิ๊กนี่แหละค่ะเป็นกระสือ แต่หนูก็ไม่ได้เชื่อคำพูดของนวพรทั้ง 100% นะคะ เพราะนวพรก็เป็นคนที่มีลับลมคมนัยอะไรบางอย่าง หนูบอกไม่ถูก และถึงแม้นวพรจะพูดความจริงกับหนู ลูกกรอกก็อาจจะไม่ได้พูดความจริงกับนวพรก็ได้ ใครจะรู้ว่าลูกกรอกกับกระสือตัวจริงอาจจะสมคบคิดกันป้ายความผิดให้อีกิ๊กก็ได้ เรื่องแบบนี้เราต้องคิดให้รอบคอบค่ะ หนูยังจำที่แม่หมีเคยสอนหนูตอนเด็ก ๆ ได้ดีว่า ”เขาว่าให้เอาห้าหาร ปากคนพาลเชื่อยาก เชื่อยาก ค่ะ”

 

มีเรื่องน่าตื่นเต้นอีกเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นในหมู่บ้านของพวกเราด้วยค่ะ นั่นก็คือว่า ป้ายุพา หัวหน้ากลุ่มลูกเสือชาวบ้านในหมู่บ้านของพวกเรา ถูกฆ่าตายแล้วค่ะ คือมีเช้าวันหนึ่ง มีคนพบดอกเหมยดำปักอยู่ที่หน้าบ้านของป้ายุพา แล้วพออีกไม่กี่วันต่อมา ป้ายุพาก็ถูกสตรีลึกลับคนหนึ่งตบด้วยตีนที่หน้าศาลากลางจังหวัดจนคอหักตายค่ะ ทางตำรวจยังตามจับสตรีลึกลับคนนี้ไม่ได้ แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คิดว่านี่คงเป็นฝีมือของ “มาดามดอกเหมยดำ” ค่ะ และเนื่องจากผู้ที่ถูกฆ่าตายเป็นหัวหน้าลูกเสือชาวบ้าน ทางกอ.รมน.ก็เลยเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ และอาจจะส่งคนเข้ามาในหมู่บ้านของพวกเราในเร็ว ๆ นี้ค่ะ

 

แม่หมีอย่าลืมเขียนจดหมายตอบกลับมาหาหนูเร็ว ๆ นะคะ แล้วก็กลับมาเยี่ยมหนูกับพ่อหมีด้วย ก่อนที่พ่อหมีจะถูกอีอะไรสักตัวมาแย่งไปเป็นผัว

 

รักแม่หมีค่ะ

 

จากลูกหมีน้อยกลอยใจ

Saturday, September 18, 2021

RULES FOR USING PROMOTION IN FOOD DELIVERY APPLICATION

 

เขียนเพื่อความฮา ๆ เล่น ๆ 555

 

กฎของการใช้ PROMOTION ในแอปสั่งอาหาร

 

1.ทางเราขอเรียนให้คุณลูกค้าใหม่ทราบว่า เมื่อคุณเริ่มใช้แอปของเรา ในบางวันคุณอาจจะสังเกตเห็นปุ่มพิเศษที่เขียนว่า PROMOTION FOR YOUR IMITATION OF LIFE ปรากฏขึ้นมาในแอประหว่างที่คุณใช้งาน คุณจะเห็นปุ่มนี้ปรากฏขึ้นมาในแอปเฉพาะในวันขึ้น 7 ค่ำ, ขึ้น 14 ค่ำ, แรม 7 ค่ำ และแรม 14 ค่ำเท่านั้น (หรือ “วันโกน”)

 

2.คุณไม่จำเป็นต้องกดปุ่มนั้น คุณสามารถใช้แอปของเราได้ต่อไปตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องกดปุ่มนั้นแต่อย่างใดทั้งสิ้น

 

3.แต่ถ้าหากคุณกดปุ่มนั้น คุณก็จะมีสิทธิได้รับโปรโมชัน ลดราคาอาหาร 69% ตลอดชีวิตของคุณเมื่อคุณสั่งอาหารผ่านทางแอปของเรา หรือจนกว่าบริษัทของเราจะเลิกกิจการไป เพียงแต่ว่าคุณต้องศึกษาเงื่อนไขการรับ PROMOTION นี้อย่างละเอียด ไม่เช่นนั้นคุณจะหาว่าเราไม่เตือน

 

4.เมื่อคุณได้อ่านเงื่อนไขทั้งหมด แล้วคุณตัดสินใจแล้วว่าคุณยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดได้ ให้คุณกด ยอมรับเงื่อนไขทั้งหมด

 

5.หลังจากนั้นคุณต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของ PROMOTION พิเศษนี้อย่างเคร่งครัดทุกข้อ เพราะถ้าหากคุณไม่ปฏิบัติตามกฎข้อใดก็ตาม  คุณจะเจอกับสิ่งไม่พึงประสงค์ตามมา

 

6.สิ่งแรกที่คุณต้องทำ คือคุณต้องสั่งอาหารโดยใช้โปรโมชันนี้ภายในเวลา 17.00 น.ของวันโกนวันนั้นเลย

 

7.เมื่อคุณสั่งอาหารเสร็จแล้ว และไรเดอร์ได้เดินทางมาถึงจุดหมายของคุณ และโทรศัพท์ให้คุณมารับอาหาร คุณจะต้องไปรับอาหารจากไรเดอร์ด้วยตัวคุณเอง ห้ามสั่งให้ไรเดอร์วางอาหารทิ้งไว้

 

7.เมื่อคุณจะออกไปรับอาหารจากไรเดอร์ คุณต้อง “ใส่เสื้อกลับด้าน” หมายถึงให้ใส่ด้านหน้าของเสื้อไปไว้ด้านหลัง ห้ามถอดเสื้อ หรือห้ามใส่เสื้อถูกด้านเป็นอันขาด

 

8.คุณอาจจะสังเกตเห็นว่า ไรเดอร์มีหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างกำยำล่ำสัน แต่ใบหน้าดูเลื่อนลอย และแววตาดูมีแววเศร้าหมอง ไรเดอร์จะมอบอาหารให้กับคุณ เมื่อคุณรับอาหารจากไรเดอร์แล้ว ให้คุณทิปเขาเป็นเงิน “13 บาท”

 

9.หลังจากนั้นไรเดอร์จะถามคุณว่า “ผมควรไปที่ไหนต่อดีครับ” ให้คุณตอบว่า “ไปทางทิศหรดี ตรงไปทางทิศนั้นเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอบ้านที่มีหน้าต่างหัวเราะได้ เมื่อเจอบ้านดังกล่าวแล้ว ให้คุณไปสั่นกระดิ่งที่หน้าบ้านนั้น”

 

10. ไรเดอร์จะจากคุณไป คุณก็เตรียมรับประทานอาหารได้ แต่ในระหว่างที่คุณรับประทานอาหาร ให้คุณ “ทำอาหารตกพื้น” บางส่วนด้วย จะตกมากหรือตกน้อยก็ได้ เมื่อคุณทำอาหารตกพื้นแล้ว ให้คุณรออย่างน้อย 169 วินาที แล้วจึงค่อยเก็บอาหารที่ตกพื้นไปทิ้งถังขยะ

 

11. แต่นับตั้งแต่ไรเดอร์เดินทางไปจากหน้าบ้านของคุณ คุณต้องตั้งสติให้ดี เพราะคุณอาจจะเริ่มเห็นอะไรแว้บ ๆ ที่หางตา โดยเฉพาะเมื่อใดก็ตามที่คุณกำลังจะปิดประตูบ้าน หรือปิดประตูเข้าห้อง คุณอาจจะเห็นเหมือนอะไรแว้บ  ๆ อยู่ตรงประตูนั้น คุณห้ามส่งเสียงทักสิ่งนั้นเป็นอันขาด

 

12. ถ้าหากคุณได้กลิ่นอะไรแปลก ๆ ห้ามส่งเสียงทักเป็นอันขาด

 

13. ถ้าหากคุณได้ยินเสียงเรียกชื่อของคุณ โดยไม่เห็นที่มาของเสียงนั้นว่าเป็นบุคคลที่คุณรู้จัก ห้ามส่งเสียงทักตอบเป็นอันขาด

 

14. ในช่วงที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน จะมีโทรศัพท์โทรมาหาคุณจากเบอร์ที่คุณไม่รู้จัก คุณจำเป็นจะต้องกดรับสายนั้น ปลายสายจะเอ่ยชื่อของคุณ ถามว่านั่นใช่คุณไหม ให้คุณตอบว่า “ใช่ แต่พระแม่แห่งดาวมฤตยูทรงปกป้องบุคคลผู้นี้ หากเจ้าคิดจะลองดี ก็จะได้เห็นกัน” แล้วคุณจะได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนจากทางปลายสาย เมื่อเสียงนั้นหยุดลง ให้คุณกดวางสาย แล้วนำโทรศัพท์ลอดใต้หว่างขาของคุณ แล้วคุณถึงค่อยใช้งานโทรศัพท์นั้นได้อีกครั้ง

 

15.เมื่อเลยเวลาหนึ่งทุ่ม คุณอาจจะเริ่มเห็นหมอกควันแปลก ๆ ในห้องที่คุณอยู่ หรือในบริเวณที่คุณอยู่ ไม่ว่าคุณจะอยู่คนเดียวหรืออยู่กับคนจำนวนมาก คุณอย่าส่งเสียงทักมันเป็นอันขาด และคุณอย่าชี้ชวนให้คนอื่น ๆ ดูหมอกควันนั้น ให้คุณทำเหมือนกับว่าหมอกควันนั้นไม่มีอยู่

 

16. เมื่อเลยเวลา 2 ทุ่ม คุณอาจจะเริ่มเห็นเงาวูบวาบในห้องของคุณหรือในบริเวณที่คุณอยู่ อย่าส่งเสียงทักมันเป็นอันขาด และอย่าชี้ชวนให้คนอื่น ๆ ดูเงาเหล่านั้น

 

17. เมื่อเลยเวลา 3 ทุ่ม คุณอาจจะได้ยินเสียงเหมือนสิ่งของขนาดใหญ่ตกลงกระทบหลังคา หรือตกลงพื้นเสียงดังมาก คุณอย่าส่งเสียงทักมันเป็นอันขาด

 

18.เมื่อเลยเวลา 4 ทุ่ม คุณอาจจะได้ยินเสียงผู้หญิงหัวเราะ โดยไม่มีที่มา เมื่อคุณได้ยินเสียงหัวเราะนั้น ให้คุณพูดว่า “วันนี้กูจะไม่โปรดสัตว์ที่ชื่ออีตองนวลอีกต่อไป” แล้วเสียงหัวเราะนั้นจะหายไปเอง

 

19.เมื่อเลยเวลา 5 ทุ่ม คุณอาจจะรู้สึกว่า มีลมเย็นแปลก ๆ พัดมาโดนตัวคุณ เมื่อคุณรู้สึกว่าตัวคุณโดนลมนี้ ให้คุณชี้นิ้วไปที่บานหน้าต่างบานใดก็ได้ที่เปิดอยู่ในบริเวณนั้น แล้วคุณจะรู้สึกว่ามีลมเย็น ๆ พัดผ่านตัวคุณแล้วไหลออกทางหน้าต่างบานนั้นไป และหลังจากนั้นคุณจะได้ยินเสียงหมาหอนไล่กันเป็นทอด ๆ ตามทิศที่ลมนั้นพัดผ่านไป แต่ถ้าหากในตอนนั้นคุณอยู่ในบริเวณที่ไม่มีบานหน้าต่างหรือบานประตูหรือช่องลมเปิดอยู่ เราก็ช่วยอะไรคุณไม่ได้

 

 20. หลังจากนั้น ถ้าหากคุณอยากเข้านอน คุณก็สามารถเริ่มเตรียมตัวเข้านอนได้ แต่ขอย้ำว่า ในช่วงสัปดาห์แรกหลังจากที่คุณสั่งอาหารไปในตอนกลางวันนั้น คุณจะต้องไม่เผลอหลับในเวลาตีสองถึงตีสี่ และคุณจะต้องอยู่ในที่ที่มีไฟเปิดสว่างจ้าในเวลาตีสองถึงตีสี่ด้วย คุณห้ามอยู่ในที่มืดและห้ามหลับในเวลาตีสองถึงตีสี่เป็นอันขาด และนั่นหมายถึงว่า ถ้าหากคุณจะเข้านอนในเวลาใดก็ตาม (หลังจากคุณชี้ทางให้สายลมไหลผ่านไปแล้ว)  คุณก็ต้องตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกรอบตอนตีสองด้วย แต่ถ้าหากคุณจะไม่นอนเลยทั้งคืนในเวลากลางคืน เราก็ไม่ว่ากัน

 

21. หลังจากคุณเริ่มใช้ promotion for your imitation of life แล้ว เมื่อคุณเริ่มเข้านอนครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นในเวลากลางวันหรือเวลากลางคืนก็ตาม คุณจะต้องทำพิธีปกปักรักษาห้องนอนของคุณตามนี้ก่อนที่คุณจะเข้านอนด้วย

 

ที่ทิศอุดรของห้องนอนของคุณ ให้คุณนำมูนสโตนไปวางไว้ แล้วกล่าวว่า “พระแม่แห่งดวงจันทร์ ได้โปรดช่วยปกป้องข้าด้วย”

 

ที่ทิศอีสานของห้องนอนของคุณ ให้คุณนำสะตวงที่บรรจุ ยอดผักอีหล่ำ ใบแปะตำปึง ผักติ้ว และเสลดพังพอน ไปวางไว้ แล้วกล่าวว่า “พระแม่แห่งทางสามแพร่ง ได้โปรดช่วยปกป้องข้าด้วย”

 

ที่ทิศบูรพาของห้องนอนของคุณ ให้คุณนำ “กระดาษที่ไหม้ไฟไปแล้วส่วนหนึ่ง” ไปวางไว้ แล้วกล่าวว่า “พระแม่แห่งพยับแดด ได้โปรดช่วยปกป้องข้าด้วย”

 

ที่ทิศอาคเนย์ของห้องนอนของคุณ ให้คุณนำ “ขันทองเหลืองที่บรรจุน้ำที่ใช้ล้างใบหน้าของคุณหลังพระอาทิตย์ตกดิน” ไปวางไว้ แล้วกล่าวว่า “พระแม่แห่งหนองน้ำ ได้โปรดช่วยปกป้องข้าด้วย”

 

ที่ทิศทักษิณของห้องนอนของคุณ ให้คุณนำ “รูปถ่ายเงาสะท้อนของตัวคุณเองในกระจก โดยใช้ปากกาสีแดงขีดกากบาททับหัวของคุณในรูป” ไปวางไว้ แล้วกล่าวว่า “พระแม่แห่งโลกในกระจก ได้โปรดช่วยปกป้องข้าด้วย”

 

ที่ทิศหรดีของห้องนอนของคุณ ให้คุณนำเศษรูปปั้นอะไรก็ได้ที่แตกกระจายไปวางไว้ แล้วกล่าวว่า “พระแม่แห่งอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ได้โปรดช่วยปกป้องข้าด้วย”

 

ที่ทิศปัจฉิมของห้องนอนของคุณ ให้คุณนำใบหนาดไปวางไว้ แล้วกล่าวว่า “พระแม่แห่งความตาย ได้โปรดช่วยปกป้องข้าด้วย”

 

ที่ทิศพายัพของห้องนอนของคุณ ให้คุณนำนาฬิกาที่ตายแล้ว หรือนาฬิกาที่หยุดเดินแล้ว หรือนาฬิกาที่ถอดถ่านออก ไปวางไว้ แล้วกล่าวว่า “พระแม่แห่งเส้นขอบฟ้า ได้โปรดช่วยปกป้องข้าด้วย”

 

ให้คุณทิ้งสิ่งของเหล่านี้ไว้ในทิศทั้ง 8 ในห้องนอนของคุณ จนกว่าจะผ่าน “วันพระจันทร์เต็มดวง” ไปแล้วสองรอบ คุณถึงจะเก็บสิ่งของเหล่านี้ไปทิ้งได้

 

22.ถ้าหากคุณปฏิบัติตามเงื่อนไขเหล่านี้ครบทุกข้อแล้ว คุณก็จะมีโอกาส 69% ที่จะ “ไม่เจอสิ่งไม่พึงประสงค์” ซึ่งนั่นหมายความว่า ถึงแม้คุณปฏิบัติตามเงื่อนไขครบทุกข้อแล้ว คุณก็จะยังคงมีโอกาส 31% ที่จะเจอกับสิ่งไม่พึงประสงค์อยู่ดี เพราะเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเวลาตกฟากของคุณด้วย

 

23.สิ่งไม่พึงประสงค์ที่คุณอาจจะเจอ  ก็คือคุณอาจจะฝันร้ายในเกือบทุกครั้งที่คุณหลับ โดยผู้ใช้ promotion ที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขครบทุกข้อ หรือมีเวลาตกฟากที่ไม่ดี มักจะฝันเห็นเหตุการณ์เหล่านี้สลับกันไปในแต่ละครั้งที่หลับ

 

23.1 ฝันว่าตัวเองอยู่ในอาคารเก่าแห่งหนึ่ง ที่มีรูปทรงคล้ายสามเหลี่ยม คุณจะเจอคนหลายคนในอาคารสามเหลี่ยมแห่งนั้น จะมีทั้งคนที่คุณรู้จัก และคุณไม่รู้จัก พวกเขาจะทักทายคุณ แต่ถ้าหากคุณรู้ตัวว่าตัวเองอยู่ในความฝัน คุณต้องตั้งสติให้ดี คุณจะต้องไม่เผลอพูดจาตอบหรือทักทาย “คนที่คุณจำได้ว่าตายไปแล้ว” เป็นอันขาด โดยเฉพาะญาติหรือเพื่อนหรือคนรู้จักที่คุณจำได้ว่าตายไปแล้ว เพราะถ้าคุณเผลอพูดจาทักทายพวกเขาไป คนเหล่านั้นอาจจะพยายามลากวิญญาณของคุณไปยังจุดที่ไม่อาจย้อนคืนได้ คุณจะต้องพยายามวิ่งหนี แต่คุณจะวิ่งได้ช้ามาก ๆ คุณจะรู้สึกว่าตัวเองวิ่งได้อย่าง slow motion มาก แต่คุณต้องพยายามวิ่งหนีพวกเขาให้ถึงที่สุด จนกว่าคุณจะเห็นทะเล ให้คุณวิ่งไปบนทะเลนั้น แล้วพูดว่า “พระแม่ของมหาสมุทรแห่งความจำได้หมายรู้ ได้โปรดช่วยปกป้องข้าด้วย” แล้วจะมีรูปปั้นเจ้าแม่ผุดขึ้นมาจากทะเล เพื่อกั้นคุณกับวิญญาณคนตายเหล่านั้นไว้ แล้วคุณก็จะตื่นขึ้นมา แต่ถ้าหากคุณไม่รู้ตัวว่าตัวเองอยู่ในความฝัน และไม่ได้พูดตามนี้ เราก็ไม่รับประกันว่าคุณจะตื่นนอนขึ้นมาอีกหรือเปล่า

 

23.2 คุณอาจจะฝันเห็นเหตุการณ์ฆาตกรรมที่โหดร้าย เห็นคนถูกแทงเลือดสาด เห็นคนถูกฟันคอขาด เห็นคนถูกยิงตาย ฯลฯ แล้วโลหิตของผู้ที่ถูกฆาตกรรมในฝันของคุณ จะกระเซ็นมาเปรอะเปื้อนตัวคุณเต็มไปหมดในความฝัน แล้วฆาตกรก็จะหันมาตามฆ่าคุณต่อ คุณจะต้องพยายามวิ่งหนีฆาตกรให้เร็วที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ ถึงแม้คุณจะวิ่งได้ช้ากว่าปกติมาก ๆ ในความฝันก็ตาม คุณจะต้องวิ่งต่อไปจนกว่าจะเห็น “ทุ่งดอกทานตะวันที่มีศิลาประหลาดวางอยู่” ให้คุณวิ่งไปที่แท่นศิลานั้น แล้วพูดว่า “เพราะเหตุใด พระอาทิตย์ถึงส่องแสงสว่างลงมายังคนดีและคนชั่วอย่างเท่าเทียมกัน” เมื่อคุณพูดประโยคนี้แล้ว จะมีสามง่ามอันหนึ่งปรากฏขึ้นมา ให้คุณใช้สามง่ามนี้แทงฆาตกรจนตาย แล้วคุณก็จะมีโอกาสตื่นนอนขึ้นมาได้

 

23.3 คุณจะถูกผีอำเป็นเวลานาน คุณจะฝันเห็นผู้ชาย 6 คนเดินมาตามถนน พวกเขาใส่ผ้าเตี่ยวผืนเดียว หรือกางเกงในตัวเดียว (ดังรูปประกอบ) พวกเขาจะเดินจากถนน แล้วเข้ามาในห้องนอนของคุณ มายืนล้อมเตียงคุณ แล้วสลับกันขึ้นมานอนทับตัวคุณทั้งคืน และทำให้คุณกระดิกกระเดี้ยตัวได้ยาก แต่ถ้าหากคุณเป็นผู้หญิงที่อยู่บนเตียงนอนกับสามีของคุณ ผีอำทั้ง 6 ตัวนี้ก็มักจะไปนอนทับสามีของคุณแทน คุณควรจะเตือนสามีของคุณไว้ด้วย

 

เมื่อพวกเขาทั้ง 6 มานอนทับตัวคุณ (หรือสามีของคุณ) ในแต่ละคืน พวกเขามักจะกระซิบชื่อสถานที่แห่งหนึ่ง หรือพูดถึงสถานที่แห่งหนึ่งกับตัวคุณหรือสามีของคุณด้วย เมื่อคุณหรือสามีตื่นนอน ให้คุณพยายามหาสถานที่แห่งนั้นตามที่ผู้ชายทั้ง 6 ในความฝันกระซิบบอกคุณไว้ คุณจะเจอศพคนที่ถูกฆาตกรรมอยู่ในสถานที่แห่งนั้น ให้คุณแจ้งตำรวจ และพยายามช่วยให้ศพนั้นได้รับการดูแลจากญาติ ๆ ของผู้เสียชีวิตต่อไป แล้วฝันร้ายทั้ง 3 สไตล์ก็จะไม่มารบกวนคุณอีกตลอดไป

 

24.คุณพร้อมที่จะรับเงื่อนไขทั้งหมดแล้วยัง ขอให้คุณใช้โยนิโสมนสิการในการคิดพิจารณาให้ดีก่อน เรารู้ว่ามีผู้ใช้ PROMOTION บางคนแสดงความเห็นตาม social media ต่าง ๆ ว่า “จริง ๆ แล้วสิ่งไม่พึงประสงค์ มันคือสิ่งที่พึงประสงค์นะ”  หรือแสดงความเห็นว่า “จริง ๆ แล้วมันคือฝันดี ไม่ใช่ฝันร้ายนะ” แต่เราขอให้คุณอย่าหลงเชื่อความเห็นตาม social media เหล่านี้โดยง่าย เพราะคุณอาจจะไม่ได้ตื่นนอนขึ้นมาอีกเลยก็ได้

 

(แรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์จริงของเพื่อน ๆ บางคน (พวกความฝันต่าง ๆ ) ถ้าหากเพื่อนคนไหนอ่านแล้วคลับคล้ายคลับคลาว่าคล้าย ๆ กับเรื่องที่เคยเล่าให้เราฟัง เราก็ขอขอบคุณมา ณ ทีนี้ด้วยนะ)