Wednesday, August 03, 2022

ILLNESS AND LOST CHANCES AT FILM FESTIVALS

 

บันทึกการพลาดดูหนังครั้งสำคัญในชีวิตเพราะสังขารไม่เที่ยง

 

ภาพนี้เป็นผลตรวจประจำวันพุธที่ 3 ส.ค. 2022

 

ตอนนี้ตรวจ ATK มาทุกวันเป็นเวลา 6 วันติดต่อกันแล้ว มั่นใจแล้วว่าตัวเองยังไม่ติดโควิด เดี๋ยวพรุ่งนี้คงออกไปขายตัวตามเดิมได้แล้ว

 

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่เราป่วยในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาเกิดจากอะไร สงสัยเราทำกรรมอะไรไว้ เลยทำให้พลาดดูหนังในเทศกาล Signes de Nuit พอมานั่งนึก ๆ ดูแล้วก็พบว่า นับตั้งแต่เราเริ่มเป็น cinephile หรือเริ่มหลงรักการดูหนังอย่างบ้าคลั่งในปี 1995 เป็นต้นมา ช่วงแรก ๆ นั้น เราเหมือนไม่เคยป่วยในช่วงเทศกาลหนังเลย เหมือนมีครั้งนึงที่เรารู้สึกเหมือนจะเป็นหวัดตอนดู World Film Festival of Bangkok ในปี 2004 น่าจะเป็นวันที่ 16 ต.ค. 2004 ตอนที่เราดู PLATFORM (2001, Jia Zhangke, China) ที่ EGV Metropolis เราก็เลยรีบแดก Clarithromycin ในทันที แล้ววันรุ่งขึ้นก็เหมือนหายป่วยเลย กลับมาดูหนังได้ต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ช่วงนั้นเราก็เลยรู้สึกเหมือนกับว่า เราประสบความสำเร็จมาก ๆ ที่รักษาอาการตัวเองไม่ให้ป่วยไข้ได้ในช่วงเทศกาลหนังในทุก ๆ ปี

 

แต่พอเราเริ่มแก่ตัวลง ร่างกายเราก็ไม่ไหวแล้ว และความป่วยไข้ทางกายของเราก็ทำให้เราพลาดดูหนังครั้งสำคัญดังต่อไปนี้

 

1.ในเทศกาล MARATHON FILM FESTIVAL ในเดือนก.ค. 2012 ซึ่งเป็นช่วงที่เรามีอายุ 39 ปี เราเป็นหวัด เราก็เลยพลาดดูหนังสั้นมาราธอนหลายสิบเรื่องที่ฉายในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.ค. 2012 ถ้าจำไม่ผิด

 

2.ในเทศกาล World Film Festival of Bangkok ในเดือนพ.ย. 2012 เราป่วยเป็นหวัด ก็เลยพลาดดูหนังไปราว 1 วันครึ่ง จำไม่ได้แล้วว่าพลาดดูหนังเรื่องอะไรไปบ้าง แต่ที่เจ็บใจที่สุดก็คือเราเข้าไปดู THURSDAY TILL SUNDAY (2012, Dominga Sotomayor, Chile) ในเทศกาลนี้ แต่ตอนนั้นเราเริ่มป่วยแล้ว ก็เลยหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทั้งเรื่อง และพลาดหนังดีสุด ๆ เรื่องนี้ไป

 

แต่เมื่อกี้ลอง search ดูแล้วพบว่า หนังเรื่องนี้มีให้เช่าดูออนไลน์ด้วย ดีมาก ๆ วันหลังว่าง ๆ เราจะได้ดูหนังที่เราพลาดไปเมื่อ10 ปีที่แล้ว

https://vimeo.com/ondemand/dejuevesadomingo

 

3.การพลาดดูหนังครั้งสำคัญครั้งต่อมาเกิดขึ้นในปี 2013 เมื่อเราป่วยเป็นโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อน อาการมันกำเริบรุนแรงตอนก่อนที่เราจะดูหนังเรื่อง A PLACE ON EARTH (2013, Fabienne Godet) ในวันที่ 20 พ.ย. 2013 เราก็เลยดูหนังเรื่องนั้นไม่รู้เรื่องเลย และเราก็เลยต้องพักอยู่บ้านในวันที่ 21-22 พ.ย. และพลาดดูหนังไปอย่างน้อย 8 เรื่องได้มั้ง จำไม่ได้แล้วว่าพลาดเรื่องอะไรบ้าง แต่หนึ่งในนั้นก็คือ STRAY DOGS (2014, Tsai Ming-liang) ที่เรายังไม่ได้ดูจนถึงปัจจุบัน

 

4.การพลาดดูหนังครั้งสำคัญครั้งต่อมาเกิดขึ้นในเดือนพ.ค. 2017 ตอนนั้นเราป่วยเป็นหวัด อาการมันเริ่มกำเริบตอนที่เราดู FLAPPING IN THE MIDDLE OF NOWHERE (2014, Nguyen Hoang Diep, Vietnam) ที่ BACC ในวันที่ 20 พ.ค. หลังจากนั้นเราก็ไปนอนพักรักษาตัวที่อพาร์ทเมนท์นานหลายวัน ความซวยก็คือว่า ช่วงนั้นมีเทศกาล EUROPEAN FILM FESTIVAL ที่ Central World และมีหนังเรื่อง HORSE MONEY (2014, Pedro Costa, Portugal) มาฉาย น่าจะเป็นในช่วงราว ๆ วันที่ 22-23 พ.ค. 2017 เราก็เลยพลาดดูไปเลย และเราก็เลยยังไม่ได้ดู HORSE MONEY มาจนถึงปัจจุบันนี้

 

5.เราเคยพลาดดูเทศกาลหนัง Signes de Nuit มาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2018 เพราะเราป่วยเป็นหวัด เหมือนเทศกาลปีนั้นมีฉาย 4 วัน เราได้ดูวันที่ 2, 3, 9 มิ.ย. 2018 แต่พลาดดูหนังในเทศกาลนี้ในวันที่ 10 มิ.ย. 2018

 

6.ครั้งต่อมาคือตอนที่เราเป็น”จอประสาทตาฉีกขาด” ครั้งแรก เราก็เลยพลาดดูหนังเรื่อง THE CRIME THAT BINDS (2018, Katsuo Fukuzawa) ที่นำแสดงโดย Hiroshi Abe และสร้างจากบทประพันธ์ของ Keigo Higashino ที่มาฉายใน Japanese Film Festival ที่ Central World น่าจะเป็นในวันที่ 3 ก.พ. 2019 เราก็เลยยังไม่ได้ดู THE CRIME THAT BINDS จนถึงปัจจุบัน

 

7.เราผ่าตัดต้อกระจก 3 รอบในเดือนธ.ค. 2020-ม.ค. 2021 ช่วงนั้นเราก็เลยไม่กล้าออกจากบ้านไปดูหนังโรงเลย เพราะเรากลัวเหงื่อไหลเข้าตา เราก็เลยพลาดเทศกาลหนังสั้นของปี 2020 พลาดดูหนังหลายเรื่องในเทศกาลนั้น อย่างเช่น THE SMILING MEADAME BEUDET (1923, Germaine Dulac) และก็พลาดดูหนังเรื่อง “ติดถ้ำ” ที่เข้าโรงในช่วงนั้นด้วย

 

8. แล้วเราก็มาป่วยมึนหัวในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมานี่แหละ ก็เลยพลาดดูเทศกาล Signes de Nuit 8 โปรแกรมในวันที่ 30-31 ก.ค. 2022

 

สรุปว่าสังขารมนุษย์มันไม่เที่ยงจริง ๆ เหมือนเราฮึดสู้มาได้ 38 ปี แต่พอเราอายุ 39 ปีเป็นต้นมา หรือนับตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา เราก็สู้ไม่ไหวแล้ว แต่เราปลงตกแล้วล่ะ ถ้ามีโอกาสเหมาะ  ๆ ก็ค่อยดูหนัง แต่ถ้าร่างกายเราไม่ไหวจริง ๆ ก็นอนพักผ่อนไป ขอให้ร่างกายเรากลับมาแข็งแรงได้ในเวลาต่อมาก็แล้วกัน

No comments: