ช่วงนี้เฟซบุ๊กของเราประสบปัญหา ถูกแบนไป 4 รอบ
ภายในเวลา 15 ชั่วโมง โดยไม่มีสาเหตุอะไรทั้งสิ้น เหมือนเฟซบุ๊กมันสงสัยว่าเราเป็นมนุษย์หรืออมนุษย์
มันก็เลยแบนเราไปตอนราว 23.40-00.40 น. หลังจากนั้นเราก็เข้าเฟซบุ๊กได้แป๊บนึง
แล้วมันก็แบนเราอีกในเวลาราว 01.00-02.00 น. แล้วหลังจากนั้นมันก็แบนเราอีกตอน
11.30-12.30 และตอน 13.00-14.00 น.
ก่อนหน้านั้นเพื่อนของเราสองคนก็โดนแบนไป 2-3
ชั่วโมงโดยไม่มีสาเหตุเช่นกัน
แต่ในช่วงเวลาดังกล่าว instagram ของเรายังใช้งานได้นะ
ก็เลยจะบอกว่า ถ้าหากในอนาคตเกิดเหตุแบบนี้อีก ติดต่อเราทาง
facebook หรือ messenger ไม่ได้
ก็อาจจะติดต่อเราได้ทาง
1. อีเมล
2. โทรศัพท์ + sms
0876896043
3. LINE
mameijambang2
4. instagram
https://www.instagram.com/wayluree/
5. Youtube channel
https://www.youtube.com/@jitphokaew
6. หรือถ้าจะอ่านงานเขียนของเรา ก็อ่านได้ที่ blog
นะ แต่ blog ของเราไม่เปิดช่อง comment
เพราะมันชอบมี spam เข้ามาถล่มในช่อง comment
https://celinejulie.blogspot.com/
7. เฟซบุ๊กอีกอันของเรา Jerdtanee
Kengkrajai เจิดทนี เข่งกระจาย
เชิญแอดเราได้ตามสบาย
8. Letterboxd ของเรา
https://letterboxd.com/JitPhokaew/films/
เหมือนทุกครั้งที่เรา comment เราจะโดนแบนไป 1 ชั่วโมง
ไม่รู้มีใครเจอปัญหาแบบนี้ในช่วงนี้อีกบ้าง
+++
ฉันรักเขาอย่างรุนแรง Jackson Yee in
SCARE OUT (2026, Zhang Yimou, China, A+25)
พอดู SCARE OUT กับ THE
SHADOW’S EDGE (2025, Larry Yang, Hong Kong/China, A+30) ในเวลาไล่เลี่ยกัน
เราก็เลยแอบสงสัยว่า รัฐบาลจีนพยายาม normalize การสอดส่องตรวจตราประชาชนหรือเปล่า
55555
คือพอดูหนังสองเรื่องนี้แล้ว
ผู้ชมก็อาจจะรู้สึกว่า
เป็นเรื่องที่ดีแล้วที่รัฐบาลจีนติดกล้องวงจรปิดไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ,
ใช้โดรนจับภาพดูประชาชนตลอดเวลา
และใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการติดตามความเคลื่อนไหวของประชาชนตลอดเวลา
เพราะการที่รัฐบาลจีนใช้เทคโนโลยีในการจับตาดูความเคลื่อนไหวของประชาชนในทุก ๆ
อิริยาบถแบบนี้ มันมีจุดประสงค์เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนเอง 55555
ในแง่หนึ่งเราก็รู้สึกว่า SCARE OUT และ THE SHADOW’S EDGE เป็นลูกหลานของหนังเรื่อง THE
SYSTEM (1979, Yung Wai-chuen, Hong Kong, A+30) แต่เราชอบ THE
SYSTEM มากสุดในบรรดาหนังสามเรื่องนี้ เพราะ THE SYSTEM มันไม่ทำให้เรารู้สึกเอ๊ะกับ “จุดประสงค์ของรัฐบาลจีน” 55555
++++
เนื่องจากอยู่ดี ๆ เราก็โดนเฟซบุ๊กแบนไป 3 รอบ
เราก็เลยทดลองเปลี่ยนรูป profile ใหม่
ให้ดูเป็นมนุษย์มากขึ้น ไม่รู้ว่าจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือเปล่า
เราขอแปะประโยค “ได้โปรดอย่าส่งหนังใด ๆ
มาให้ผมดูอีก” ไว้ตามเดิมนะ
เพราะก่อนหน้านั้นเคยมีผู้กำกับจำนวนมากมายหลายคนส่งหนังของตนเองมาให้เราดูและเขียนถึง
จนเราแทบไม่มีเวลาว่างเหลือไว้ทำอะไรอย่างอื่นอีกต่อไป เราก็เลยต้องคง
policy นี้ไว้ตามเดิมจ้ะ
++++
ลูกหมีบอกว่า “หนูอยากอ่านอิเหนาให้แม่หมีฟัง”
ตอนแรกแม่หมีก็ดีใจ นึกว่าลูกหมีรักการอ่าน แต่พอแม่หมีเห็นหนังสือที่ลูกหมีอ่านในช่วงนี้
แม่หมีก็เริ่มสงสัยในเจตนาของลูกหมี 55555
หนังสือที่ลูกหมีอ่านในช่วงนี้
1. ARAYA RASDJARMREARNSOOK: THE BOUQUET
AND THE WREATH (2026)
ลูกหมีดีใจที่มีบทสนทนาระหว่าง Araya กับ Kawita Vatanajyankur อยู่ในหนังสือเล่มนี้ด้วย
หนังสือเล่มนี้ซื้อได้ที่ 100 Tonson
Foundation นะ
2. ศิลปะกับถ้อยความ (ART AND WORDS)
(2006) – Araya Rasdjarmrearnsook
3. วันใบไม้ร่วงของคนไกลบ้าน (ART
AFFAIR) (2008) – อารยา ราษฎร์จำเริญสุข
4. ในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งพึงควรใส่ใจคือการทรยศของดวงจันทร์
(IN THIS CIRCUMSTANCE, THE SOLE OBJECT OF ATTENTION SHOULD BE THE
TREACHERY OF THE MOON) (2009) -- Araya Rasdjarmrearnsook
5. ผุดเกิดมาลาร่ำ (2018) -- อารยา ราษฎร์จำเริญสุข
จริง ๆ โพสท์นี้ไม่มีอะไร คือเราเพิ่งซื้อหนังสือ
ARAYA RASDJARMREARNSOOK: THE BOUQUET AND THE WREATH มา
เราก็เลยเอาหนังสือเล่มนี้มาถ่ายรูปรวมกับหนังสือเล่มอื่น ๆ
ของอ.อารยาที่เรามีอยู่
+++
ARAYA RASDJARMREARNSOOK: TEXTUALLY
++++
กราบบบบบ THE ORIGINS OF TOTALITARIANISM
เป็นหนังสือที่น่าอ่านมาก ๆ แล้วพอเราได้อ่านโพสท์นี้
เราก็สงสัยต่อว่า แล้วมันมีคำอธิบายอะไรไหม เกี่ยวกับความเลวร้ายที่ญี่ปุ่นทำกับเกาหลีและจีนในช่วงต้นถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่
20 ทำไมคนญี่ปุ่นในยุคนั้นถึงกล้าเข่นฆ่าคนชาติอื่น ๆ ในเอเชียอย่างรุนแรงแบบนั้น
คือเราได้ดูหนังหลายเรื่องที่พูดถึง “ความเลวร้ายที่ญี่ปุ่นทำไว้ในยุคนั้น” แต่เราก็สงสัยว่า
มันมีคำอธิบายอะไรไหม เพราะอะไรคนญี่ปุ่นในยุคนั้นถึงเป็นแบบนั้น โดยเฉพาะเหตุการณ์
THE RAPE OF NANKING ที่มีชาวจีนถูกฆ่าตายกว่า 3 แสนคน
แต่ในแง่หนึ่งเราก็นึกถึงนิยาย LORD OF
THE FLIES (1954) ของ William Golding เพราะนิยายเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า
ในบางครั้งพอคนอื่น ๆ ในสังคมมองว่า “สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง” เราก็อาจจะเผลอคล้อยตามคนอื่น
ๆ ไปด้วยโดยอัตโนมัติ ทั้ง ๆ
ที่ถ้าหากเราใช้วิจารณญาณของตนเอง เราจะต้องไม่คล้อยตามคนอื่น ๆ ในสังคม
ในอีกแง่หนึ่ง พฤติกรรมการ bully ที่เป็นปัญหาในโรงเรียนบางโรงเรียน ก็ทำให้เราสงสัยว่า มันเกี่ยวข้องกับ “เชื้อความเป็นเผด็จการ”
ที่แอบซ่อนอยู่ในตัวคนบางคนหรือเปล่า
No comments:
Post a Comment