Monday, March 30, 2026

HOW TO CONTACT ME

 

ช่วงนี้เฟซบุ๊กของเราประสบปัญหา ถูกแบนไป 4 รอบ ภายในเวลา 15 ชั่วโมง โดยไม่มีสาเหตุอะไรทั้งสิ้น เหมือนเฟซบุ๊กมันสงสัยว่าเราเป็นมนุษย์หรืออมนุษย์ มันก็เลยแบนเราไปตอนราว 23.40-00.40 น. หลังจากนั้นเราก็เข้าเฟซบุ๊กได้แป๊บนึง แล้วมันก็แบนเราอีกในเวลาราว 01.00-02.00 น. แล้วหลังจากนั้นมันก็แบนเราอีกตอน 11.30-12.30 และตอน 13.00-14.00 น.

 

ก่อนหน้านั้นเพื่อนของเราสองคนก็โดนแบนไป 2-3 ชั่วโมงโดยไม่มีสาเหตุเช่นกัน

 

แต่ในช่วงเวลาดังกล่าว instagram ของเรายังใช้งานได้นะ

 

ก็เลยจะบอกว่า ถ้าหากในอนาคตเกิดเหตุแบบนี้อีก ติดต่อเราทาง facebook หรือ messenger ไม่ได้ ก็อาจจะติดต่อเราได้ทาง

 

1. อีเมล

bearania@yahoo.com

 

2. โทรศัพท์ + sms

0876896043

 

3. LINE

mameijambang2

 

4. instagram

https://www.instagram.com/wayluree/

 

5. Youtube channel

https://www.youtube.com/@jitphokaew

 

6. หรือถ้าจะอ่านงานเขียนของเรา ก็อ่านได้ที่ blog นะ แต่ blog ของเราไม่เปิดช่อง comment เพราะมันชอบมี spam เข้ามาถล่มในช่อง comment

https://celinejulie.blogspot.com/

 

7. เฟซบุ๊กอีกอันของเรา Jerdtanee Kengkrajai เจิดทนี เข่งกระจาย

เชิญแอดเราได้ตามสบาย

Facebook

 

8. Letterboxd ของเรา

https://letterboxd.com/JitPhokaew/films/

เหมือนทุกครั้งที่เรา comment เราจะโดนแบนไป 1 ชั่วโมง

 

ไม่รู้มีใครเจอปัญหาแบบนี้ในช่วงนี้อีกบ้าง

+++

 

ฉันรักเขาอย่างรุนแรง Jackson Yee in SCARE OUT (2026, Zhang Yimou, China, A+25)

 

พอดู SCARE OUT กับ THE SHADOW’S EDGE (2025, Larry Yang, Hong Kong/China, A+30) ในเวลาไล่เลี่ยกัน เราก็เลยแอบสงสัยว่า รัฐบาลจีนพยายาม normalize การสอดส่องตรวจตราประชาชนหรือเปล่า 55555

 

คือพอดูหนังสองเรื่องนี้แล้ว ผู้ชมก็อาจจะรู้สึกว่า เป็นเรื่องที่ดีแล้วที่รัฐบาลจีนติดกล้องวงจรปิดไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ, ใช้โดรนจับภาพดูประชาชนตลอดเวลา และใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการติดตามความเคลื่อนไหวของประชาชนตลอดเวลา เพราะการที่รัฐบาลจีนใช้เทคโนโลยีในการจับตาดูความเคลื่อนไหวของประชาชนในทุก ๆ อิริยาบถแบบนี้ มันมีจุดประสงค์เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนเอง 55555

 

ในแง่หนึ่งเราก็รู้สึกว่า SCARE OUT และ THE SHADOW’S EDGE เป็นลูกหลานของหนังเรื่อง THE SYSTEM (1979, Yung Wai-chuen, Hong Kong, A+30) แต่เราชอบ THE SYSTEM มากสุดในบรรดาหนังสามเรื่องนี้ เพราะ THE SYSTEM มันไม่ทำให้เรารู้สึกเอ๊ะกับ “จุดประสงค์ของรัฐบาลจีน” 55555

++++

 

เนื่องจากอยู่ดี ๆ เราก็โดนเฟซบุ๊กแบนไป 3 รอบ เราก็เลยทดลองเปลี่ยนรูป profile ใหม่ ให้ดูเป็นมนุษย์มากขึ้น ไม่รู้ว่าจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือเปล่า

 

เราขอแปะประโยค “ได้โปรดอย่าส่งหนังใด ๆ มาให้ผมดูอีก” ไว้ตามเดิมนะ เพราะก่อนหน้านั้นเคยมีผู้กำกับจำนวนมากมายหลายคนส่งหนังของตนเองมาให้เราดูและเขียนถึง จนเราแทบไม่มีเวลาว่างเหลือไว้ทำอะไรอย่างอื่นอีกต่อไป เราก็เลยต้องคง policy นี้ไว้ตามเดิมจ้ะ

++++

 

ลูกหมีบอกว่า “หนูอยากอ่านอิเหนาให้แม่หมีฟัง” ตอนแรกแม่หมีก็ดีใจ นึกว่าลูกหมีรักการอ่าน แต่พอแม่หมีเห็นหนังสือที่ลูกหมีอ่านในช่วงนี้ แม่หมีก็เริ่มสงสัยในเจตนาของลูกหมี 55555

 

หนังสือที่ลูกหมีอ่านในช่วงนี้

1. ARAYA RASDJARMREARNSOOK: THE BOUQUET AND THE WREATH (2026)

 

ลูกหมีดีใจที่มีบทสนทนาระหว่าง Araya กับ Kawita Vatanajyankur อยู่ในหนังสือเล่มนี้ด้วย

 

หนังสือเล่มนี้ซื้อได้ที่ 100 Tonson Foundation นะ

 

2. ศิลปะกับถ้อยความ (ART AND WORDS) (2006) – Araya Rasdjarmrearnsook

 

3. วันใบไม้ร่วงของคนไกลบ้าน (ART AFFAIR) (2008) – อารยา ราษฎร์จำเริญสุข

 

4. ในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งพึงควรใส่ใจคือการทรยศของดวงจันทร์ (IN THIS CIRCUMSTANCE, THE SOLE OBJECT OF ATTENTION SHOULD BE THE TREACHERY OF THE MOON) (2009) -- Araya Rasdjarmrearnsook

 

5. ผุดเกิดมาลาร่ำ (2018) -- อารยา ราษฎร์จำเริญสุข

 

จริง ๆ โพสท์นี้ไม่มีอะไร คือเราเพิ่งซื้อหนังสือ ARAYA RASDJARMREARNSOOK: THE BOUQUET AND THE WREATH มา เราก็เลยเอาหนังสือเล่มนี้มาถ่ายรูปรวมกับหนังสือเล่มอื่น ๆ ของอ.อารยาที่เรามีอยู่

+++

 

ARAYA RASDJARMREARNSOOK: TEXTUALLY

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0HdJVPXedi9U5aaH7NyJLCdSYE4XYKVJfmxyxCsL723Ev9ozdL4y1sJYJfq1f9nqJl

++++

 

กราบบบบบ THE ORIGINS OF TOTALITARIANISM เป็นหนังสือที่น่าอ่านมาก ๆ แล้วพอเราได้อ่านโพสท์นี้ เราก็สงสัยต่อว่า แล้วมันมีคำอธิบายอะไรไหม เกี่ยวกับความเลวร้ายที่ญี่ปุ่นทำกับเกาหลีและจีนในช่วงต้นถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 ทำไมคนญี่ปุ่นในยุคนั้นถึงกล้าเข่นฆ่าคนชาติอื่น ๆ ในเอเชียอย่างรุนแรงแบบนั้น คือเราได้ดูหนังหลายเรื่องที่พูดถึง “ความเลวร้ายที่ญี่ปุ่นทำไว้ในยุคนั้น” แต่เราก็สงสัยว่า มันมีคำอธิบายอะไรไหม เพราะอะไรคนญี่ปุ่นในยุคนั้นถึงเป็นแบบนั้น โดยเฉพาะเหตุการณ์ THE RAPE OF NANKING ที่มีชาวจีนถูกฆ่าตายกว่า 3 แสนคน

 

แต่ในแง่หนึ่งเราก็นึกถึงนิยาย LORD OF THE FLIES (1954) ของ William Golding เพราะนิยายเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า ในบางครั้งพอคนอื่น ๆ ในสังคมมองว่า “สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง” เราก็อาจจะเผลอคล้อยตามคนอื่น ๆ ไปด้วยโดยอัตโนมัติ ทั้ง  ๆ ที่ถ้าหากเราใช้วิจารณญาณของตนเอง เราจะต้องไม่คล้อยตามคนอื่น ๆ ในสังคม

 

ในอีกแง่หนึ่ง พฤติกรรมการ bully ที่เป็นปัญหาในโรงเรียนบางโรงเรียน ก็ทำให้เราสงสัยว่า มันเกี่ยวข้องกับ “เชื้อความเป็นเผด็จการ” ที่แอบซ่อนอยู่ในตัวคนบางคนหรือเปล่า

https://web.facebook.com/puangthong.r.pawakapan/posts/pfbid0YAd5QXiJackpb63kyyWxQgJpdzsHXHeth7Cii9mE9RF2PF3o1KQBtrhUzTMC2YNml

 

No comments: