Tuesday, July 07, 2026

REMEMBERING 2004, ONE OF THE BEST YEARS FOR CINEPHILES IN BANGKOK

 

REMEMBERING 2004, ONE OF THE BEST YEARS FOR CINEPHILES IN BANGKOK

 

1.เมื่อวานเราได้คุยกับเพื่อน cinephile ที่เพิ่งเข้าวงการเมื่อราว 10 ปีก่อน พอเราบอกเขาว่า ปีนี้จะมีการจัดงาน Bangkok International Film Festival ในวันที่ 17-27 September และเราก็ได้ข่าวว่าจะมีการจัดงาน World Film Festival of Bangkok ด้วย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะจัดในปีนี้เหมือนกันหรือเปล่า อันนี้เราก็ไม่รู้ข้อมูลเหมือนกัน

 

เพื่อนก็เลยตั้งข้อสงสัยว่า ถ้ามันมีการจัดงาน Bangkok International Film Festival และ World Film Festival of Bangkok ในปีเดียวกัน แล้วมันจะมีหนังมากพอจัดได้ทั้งสองงานเหรอ

 

เราก็เลยตอบว่า มันมีหนังมากพอแน่นอน หนังดี ๆ มันมีเยอะแยะมากมาย มากพอจะจัดได้ทั้งสองงานแน่ ๆ และการที่มีเทศกาลจัดถึงสองเทศกาลในปีเดียวกัน มันจะได้เปิดโอกาสให้ “หนังดีที่ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดัง” หรือ “หนังดีแบบลับแล” ได้มีโอกาสเข้ามาฉายในกรุงเทพด้วย เพราะเทศกาลไหนที่มีทุนทรัพย์เยอะ ก็จะได้เอา “หนังดีที่มีชื่อเสียงโด่งดัง” เข้ามาฉายในกรุงเทพ และเทศกาลไหนที่อาจจะไม่ได้มีทุนมากนัก ก็จะได้เอา “หนังดี ๆ ที่ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดัง” เข้ามาฉายให้ cinephiles ในกรุงเทพได้ดูเป็นบุญตาด้วย

 

2. จากการที่เราได้คุยกับเพื่อนเมื่อวาน เราก็เลยเข้าใจว่า เพื่อนที่เพิ่งเข้าวงการ cinephile เมื่อราว 10 ปีก่อน ไม่ทันยุคทศวรรษ 2000 ซึ่งเป็นยุคที่มีการจัดทั้ง Bangkok International Film Festival และ World Film Festival of Bangkok ในปีเดียวกัน และทั้งสองเทศกาลก็มีหนังดี ๆ มากมายมาจัดฉายให้พวกเราได้ชมโดยไม่ซ้ำเรื่องกันแต่อย่างใด

 

ซึ่งจริง ๆ แล้ว ทั้ง Bangkok International Film Festival และ World Film Festival of Bangkok ในทศวรรษ 2000 แต่ละเทศกาลก็มีหนังดี ๆ มากมาย และแต่ละเทศกาลก็มีทั้ง “หนังดีที่โด่งดัง” และ “หนังดีที่ไม่โด่งดัง” ผสมอยู่รวมกันในแต่ละเทศกาล แต่เราก็แอบรู้สึกว่า Bangkok International Film Festival ซึ่งมีเงินทุนหนากว่า ก็มักจะคัดเลือกหนังดัง ๆ มาจัดฉายให้พวกเราได้ชมกัน อย่างเช่น

 

2.1 ANATOMY OF HELL (2004, Catherine Breillat, France)

2.2 VERA DRAKE (2004, Mike Leigh, UK)

2.3 CLEAN (2004, Olivier Assayas, France)

2.4 THE SUN (2005, Alexander Sokurov, Russia)

2.5 SYMPATHY FOR LADY VENGEANCE (2005, Park Chan-wook, South Korea)

2.6 WATER (2005, Deepa Mehta, Canada/India)

2.7 BELLE TOUJOURS (2006, Manoel de Oliveira, Portugal/France)

2.8 SHORTBUS (2006, John Cameron Mitchell)

2.9 MODERN LIFE (2008, Raymond Depardon, France, documentary)

2.10 BIRDSONG (2008, Albert Serra, Spain)

 

ซึ่งการคัดเลือกเอาหนังดี ๆ ที่โด่งดังเหล่านี้มาฉาย ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ เพราะ cinephiles ในกรุงเทพจะได้ดูหนังดี ๆ และจะได้ตามทัน “กระแสโลก” ด้วย

 

3. แต่สิ่งที่เราชอบมากไปกว่านั้น ก็คือการได้มีโอกาสดู “หนังดี ๆ ที่ไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง” หรือ “หนังดีแบบลับแล” ซึ่งหลายเรื่องเราก็ได้ดูมันใน World Film Festival of Bangkok ซึ่งหนังเหล่านี้หลาย ๆ เรื่องเราก็ไม่เจอมันอีกในรูปแบบดีวีดีหรือใน streaming ใดๆ เราก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นบุญตาของพวกเรามาก ๆ ที่ได้มีโอกาสดู “หนังดีแบบลับแล” หลาย ๆ เรื่อง ก่อนที่หนังเหล่านี้จะเหมือนหายสาบสูญไปจากโลกนี้

 

หนังที่เราชอบสุดขีดที่เราได้ดูใน World Film Festival of Bangkok ก็มีเช่น

 

3.1 CASE FOR A ROOKIE HANGMAN (1969, Pavel Juracek, Czechoslovakia)

3.2 MOTHERLAND HOTEL (1986, Omer Kavur, Turkey)

3.3 INNOCENCE (1997, Zeki Demirkubuz, Turkey)

3.4 PHANTOM LOVE (2007, Nina Menkes, USA)

3.5 FALLEN (2005, Fred Kelemen, Latvia)

3.6 LISTENER’S TALE (2007, Arghya Basu, India, documentary)

3.7 BHUMIKA (1977, Shyam Benegal, India)

3.8 HASHI (2008, Sherman Ong, Japan/Singapore/Malaysia)

3.9 I FORGOT THE TITLE (2009, Christelle Lheureux, Italy)

3.10 THEY ALL LIE (2009, Matías Piñeiro, Argentina)

 

4. เพราะฉะนั้นเราก็เลยดีใจมาก ๆ ถ้าหากจะมีการจัดทั้ง Bangkok International Film Festival และ World Film Festival of Bangkok ในปีเดียวกัน เพราะมันจะได้เหมือนกับในทศวรรษ 2000 ซึ่งการจัดทั้งสองเทศกาลในปีเดียวกันมันก็เปิดโอกาสให้เราได้ดูหนังดี ๆ เป็นจำนวนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหนังดี ๆ แบบลับแล หรือหนังดี ๆ ที่ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดัง

 

5. และเราก็เลยนึกย้อนไปถึงปี 2004 ด้วย ซึ่งเรายกให้เป็นปี peak สำหรับ cinephiles in Bangkok เพราะว่าปีนั้นมีทั้ง Bangkok International Film Festival, Bangkok Film Festival ของ Brian Bennett และ World Film Festival of Bangkok ในปีเดียวกัน ซึ่งทั้ง 3 เทศกาลนี้ก็นำพาหนังดี ๆ หลาย ๆ เรื่องมาให้เราได้ดูเป็นบุญตา

 

หนังที่เราชอบสุดขีดใน Bangkok International Film Festival ในปี 2004 ก็มีเช่น

 

5.1 SPARE PARTS (2003, Damjan Kozole, Slovenia)

5.2 FREE RADICALS (2003, Barbara Albert, Austria)

5.3 LOVE THAT BOY (2003, Andrea Dorfman, Canada)

5.4 GOODBYE, DRAGON INN (2003, Tsai Ming-liang, Taiwan)

5.5 HUKKLE (2002, György Pálfi, Hungary)

5.6 EVIL (2003, Mikael Håfström, Sweden)

5.7 A THOUSAND MONTHS (2003, Faouzi Bensaïdi, France/Morocco)

5.8 IN MY SKIN (2002, Marina de Van, France)

5.9 THE MAGIC GLOVES (2003, Martín Rejtman, Argentina)

5.10 A PLACE AMONG THE LIVING (2003, Raúl Ruiz, France)

 

6. หนังที่เราชอบสุดขีดใน Bangkok Film Festival ของ Brian Bennett ในปี 2004 ก็มีเช่น

 

6.1 ALEXEI AND THE SPRING (2002, Seiichi Motohashi, Japan, about Belarus, documentary)

6.2 THE DAY I WILL NEVER FORGET (2002, Kim Longinotto, UK, about Kenya, documentary)

6.3 THE KITE (2002, Aleksey Muradov, Russia)

6.4 LOVE AND DIANE (2002, Jennifer Dworkin, USA, documentary, 155min)

6.5 BALSEROS (2002, Carles Bosch, Josep Maria Domènech, Spain, about Cuba, documentary)

6.6 SOME SECRETS (2002, Alice Nellis, Czech Republic/Slovakia)

6.7 THE BARBECUE PEOPLE (2003, Yossi Madmoni, David Ofek, Israel)

6.8 SCIENCE FICTION (2003, Franz Müller, Germany)

6.9 JAMES’ JOURNEY TO JERUSALEM (2003, Ra’anan Alexandrowicz, Israel)

6.10 SEE YOU OFF TO THE EDGE OF TOWN (2002, Ching C. Ip, Hong Kong/USA)

 

7. หนังที่เราชอบสุดขีดใน World Film Festival of Bangkok ในปี 2004 ก็มีเช่น

 

7.1 OURS DOESN’T WORK (2003, Nicólas Álvarez, Iván Wolovik, Argentina, 75min)

7.2 THE FIFTH REACTION (2003, Tahmineh Milani, Iran)

7.3 THE SKYWALK IS GONE (2003, Tsai Ming-liang, Taiwan)

7.4 TORREMOLINOS 73 (2003, Pablo Berger, Spain)

7.5 PLATFORM (2001, Jia Zhangke, China)

7.6 A TALKING PICTURE (2003, Manoel de Oliveira, Portugal)

7.7 CZECH DREAM (2004, Vit Klusák, Filip Remunda, Czech, documentary)

7.8 PETERKA: YEAR OF DECISION (2003, Vlado Sakfar, Slovenia, documentary)

7.9 SEVEN DAYS SEVEN NIGHTS (2003, Joel Cano, Cuba, 104min)

7.10 SEAWARDS JOURNEY (2003, Guillermo Casanova, Uruguay)

 

8. เพราะฉะนั้นพอเรานึกย้อนกลับไป เราก็เลยมีความสุขสุดขีดเมื่อนึกถึงปี 2004 และก็พบว่า การมีเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติจัดถึง 3 เทศกาลในปีเดียวกัน มันเปิดโอกาสให้เราได้ดูหนังหลาย ๆ เรื่องที่ติดอันดับ one of my most favorite films of all time อย่างเช่น THE KITE ของ Aleksey Muradov, OURS DOESN’T WORK, SEVEN DAYS SEVEN NIGHTS ของ Joel Cano และเปิดโอกาสให้เราได้ดูหนังที่เราชอบสุดขีดอีกหลายเรื่อง อย่างเช่น LOVE THAT BOY, SEAWARDS JOURNEY, PETERKA: YEAR OF DECISION, SCIENCE FICTION, ALEXEI AND THE SPRING, etc. ซึ่งหนังเหล่านี้ล้วนเป็น “หนังดีแบบลับแล” หรือหนังดีที่เราแทบไม่เคยได้ยินชื่อของมันมาก่อน แต่พอเราเข้าไปดูแล้วเราก็กราบตีนอย่างรุนแรง

+++

 

My first TV series -- ปอบผีฟ้า (1975) ทางช่อง 7

+++

 

งดงาม เราเองก็ยังไม่เคยดูหนังของ Glauber Rocha, Hollis Frampton, Mário Peixoto, Humberto Mauro, Tofig Taghizade เลย เพราะฉะนั้นผู้กำกับหนังส่วนล่างสุดนี้เราเห็นด้วยว่า ลับแล จริง ๆ 55555

+++

 

งดงามที่สุด SOS ก้าวผิด ชีวิตเปลี่ยน (2026, F but CULT CLASSIC) คือ “หนังที่ท้าทายทุก CINEMATIC LANGUAGE” ของจริงค่ะ

 

คือหนังเรื่อง SOS อาจจะไม่ได้ตั้งใจ แต่เราว่ามันไล่ระดับอารมณ์ของเราให้ขึ้นถึงจุดสูงสุดได้ในแบบที่เราชอบมาก คือระดับอารมณ์ของเราจะเป็นแบบนี้

 

1. ตัวละครนักเรียนสาว แตม แรงมาก ๆ ร่านมาก ๆ

2. ว้าย ปรากฏว่าแม่ของแตมร่านกว่าอีก ตายแล้ว ลูกสาวว่าแรงแล้ว ปรากฏว่าคุณแม่แรงกว่า

3. ว้าย นักเรียนชาย วิน พยายามขืนใจคุณครูหนุ่มกลางห้องเรียน อะไรกันเนี่ย ตัวละครแรง ๆ โผล่มาเป็นตัวที่สาม

4. ว้าย กะเทยสาว เจแปน แรงที่สุด คืออี 3 ตัวข้างต้นว่าแรงแล้ว ยังต้องพ่ายให้กับกะเทยสาวเจแปน เพราะเธอได้ร่วมรักกับนักเรียนหนุ่ม 3 คนอย่างสุขสม รุนแรงที่สุด

 

แล้วพอฉาก “สามหนุ่มร่วมรักกับหนึ่งกะเทย” จบลงแล้ว อารมณ์ของเรานึกว่าพีคไปแล้ว หนังก็ตัดมาเป็นฉากแนะนำตัวละครตัวใหม่ “โบว์” หญิงสาวที่หน้าตาแรงมาก นั่งโล้ชิงช้ากับเด็กหนุ่มมัธยม เราก็เลยร้องกรี๊ดไปเลย

 

คือหนังปกติอาจจะมีตัวละครแรงๆ แค่หนึ่งตัว แต่หนังเรื่องนี้ค่อย ๆ ทยอยแนะนำตัวละครแรง ๆ ทีละตัว แล้วความแรงของแต่ละตัวมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คือแตมว่าแรงแล้ว ก็ต้องพ่ายให้กับแม่ แต่ทั้งสองคนนี้ก็ยังไม่กล้าขืนใจคุณครูหนุ่มกลางโรงเรียนเหมือน “วิน” แล้ววินว่าแรงแล้ว ก็ต้องพ่ายให้กับเจแปน แล้วเจแปนว่าแรงแล้ว ก็ต้องพ่ายให้กับ “โบว์”

 

คือตัวละครโบว์อาจจะไม่ได้ทำอะไรรุนแรงเหมือนเจแปน แต่สิ่งที่รุนแรงคือ THE EXISTENCE OF THIS CHARACTER คือเหมือน “การดำรงอยู่ของตัวละครตัวนี้” ในหนังเรื่องนี้ มันท้าทายทุกระบบตรรกะมาก ๆ ถึงแม้ว่าโบว์จะไม่ได้ทำอะไรรุนแรงก็ตาม

+++

 

Med Hondo เราเคยดูเรื่อง SARRAOUNIA (1986, Med Hondo, Burkina Faso) ตอนมันมาฉายที่ Alliance หนังดีมาก ๆๆๆๆๆ แต่น่าจะมีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวแหละมั้งที่เคยได้ฉายโรงในไทยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา

 

Boris Barnet ผมเคยดูแค่เรื่องเดียวคือ THE HOUSE ON TRUBNAYA (1928) ตอนมันมาฉายในเทศกาลหนังเงียบ ชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ เลยครับ

  

No comments: