ลองจดรายชื่อภาพยนตร์ที่มีสิทธิลุ้นชิงอันดับ 1
ของเราประจำปี 2026
1. I’M COMING UP (2016, Ting Min-wei, Singapore,
approximately 90min, A+30)
2. UNTITLED (KHUN YAI BAENG MAKES HER POTTERY) (2025,
Rirkrit Tiravanija x Grandma Baeng Sommai, video installation, 208min)
ตอนนี้เราได้ดูวิดีโอนี้ไปเพียงแค่ 115 นาทีค่ะ ยังเหลืออีก 93 นาทีที่ยังไม่ได้ดู
3. JOUHATSU LETTERS (2024, Johan Chang, Masa Kudo,
Taiwan/Japan, documentary, 31min, A+30)
เราเพิ่งได้ดู JOUHATSU LETTERS ในงาน Taiwan Documentary Film Festival เมื่อวานนี้
พอดูแล้วหนังเรื่องนี้ก็ขึ้นแท่นรอชิงอันดับ 1 ประจำปีได้เลย
งดงามเพริศแพร้วพิลาสพิไลถูกจริตดิฉันมาก ๆ
JOUHATSU LETTERS ฉายในโปรแกรมหนังสั้น FROM
CLAY TO CLOUD ซึ่งมีทั้งหมด 4 เรื่องในโปรแกรม เราชอบทั้ง 4
เรื่องในโปรแกรมอย่างสุดขีดนะ แต่เราชอบ JOUHATSU LETTERS มากที่สุด
ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า หนังเรื่องนี้มี “เนื้อเรื่อง” น้อยที่สุด
เราก็เลยอินกับมันได้ง่ายสุด เหมือนหนังเรื่องนี้เป็นการถ่ายอะไรไปเรื่อย ๆ
เล่นกับภาพไปเรื่อย ๆ แต่มันมี human touch มาก ๆ
และมันเต็มไปด้วยอะไรที่ “เราไม่สามารถบรรยายความงดงามของมันออกมาเป็นถ้อยคำได้”
เยอะมาก ๆ
ส่วนหนังอีก 3 เรื่องในโปรแกรม FROM CLAY
TO CLOUD เราก็ชอบสุดขีดนะ
ทั้ง
AMATEUR IN THE MOON (2025, Huang Pang-chuan, Lin Chun-ni,
documentary, 22min, A+30)
PAPER HOUSES AND HORSES (2025, An Chu, documentary,
19min, A+30)
WHERE CLOUDS ONCE FORMED (2026, Su Yu-hsin, documentary,
14min, A+30)
เรื่องนี้นึกว่าต้องฉายปะทะกับ PSYCHOHYDROGRAPHY
(2010, Peter Bo Rappmund, documentary, USA, 63min, A+30)
สรุปว่า กราบตีน FROM CLAY TO CLOUD มาก ๆ ค่ะ
มันคือโปรแกรมภาพยนตร์ในดวงใจของดิฉันจริง ๆ
+++
ภาพยนตร์ที่เราชื่นชอบจากประเทศไต้หวัน
4. A CITY OF SADNESS (1989, Hou
Hsiao-hsien, Taiwan, 157min)
เราเคยดูหนังเรื่องนี้ตอนมันมาฉายที่ห้องสมุด
มหาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อราว 20 กว่าปีก่อน แต่เราจำไม่ได้ว่ามันฉายในโปรแกรม Filmvirus
ของคุณสนธยา หรือว่าฉายในโปรแกรมคุยกับหนังของอาจารย์ทรงยศ
มีใครจำได้บ้างไหมคะ
เป็นหนังที่อยากดูซ้ำอีกรอบมาก ๆ
เพราะเราตามเนื้อเรื่องไม่ทันเลยในการดูรอบแรก คือหนังของ Hou Hsiao-hsien มันดูเผิน ๆ เหมือนเป็น slow cinema แต่ถ้าหากเราไม่ตั้งใจดูอย่างจริงจัง
เราจะตามเนื้อเรื่องไม่ทัน 55555
จำได้ว่าพอเราดู A CITY OF SADNESS แล้วเราตามเนื้อเรื่องไม่ทันเมื่อราว 20 กว่าปีก่อน
เราก็เลยไปกูเกิลดูในอินเทอร์เน็ต
แล้วเจอเว็บไซต์นึงเขียนบทวิเคราะห์หนังเรื่องนี้อย่างละเอียดเป็นภาษาอังกฤษ
และมีภาพ diagram อะไรต่าง ๆ ประกอบการวิเคราะห์ด้วย
เราก็เลยใช้คอมพิวเตอร์ของที่ทำงาน print บทวิเคราะห์นั้นออกมา
(ตอนนั้นเรายังไม่มี laptop เป็นของตนเอง) ปรากฏว่า print ออกมาแล้วมันยาวถึง
75 หน้า!!!!!!
แต่หลังจากนั้นอีกหลายปีต่อมาเราก็มีการย้ายห้องในอพาร์ทเมนท์ในปี
2010 แล้วพอเราย้ายข้าวของ เอกสารเก่า ๆ ก็เลยหายไป เราก็เลยไม่รู้ว่าบทวิเคราะห์
75 หน้าที่เราเคย print ออกมามันหายไปไหนแล้ว
(เรายังไม่ได้อ่านมันนะ) แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเว็บไซต์นั้นมันยังดำรงอยู่หรือเปล่า
ถ้าหากใครรู้ว่ามันคือเว็บไซต์อะไรก็บอกมาได้นะคะ
++++
เพิ่งเห็นว่ามีหนังสือชุดนี้วางขายด้วย
ทั้งชุดมี 6 เล่ม โดยที่ 5 เล่มในกลุ่มนี้มีราคาเล่มละประมาณ 30 ปอนด์ แต่เล่ม JUDITH
BUTLER AND FILM ราคาสะแหลนขึ้นไปถึง 76.50 ปอนด์
เกินหน้าเกินตาเพื่อน ๆ ในกลุ่มเดียวกันมาก ๆ 55555
+++
หนึ่งในสิ่งที่ประทับใจในงานฉายหนังเรื่อง THE
ASSEMBLY (2017, Mariana Otero, France, documentary, A+30) ที่หอภาพยนตร์ในวันศุกร์ที่ผ่านมา
ก็คือการใช้ “ล่ามภาษาฝรั่งเศส” ในงานฉายหนังครั้งนี้ด้วย เพราะเหมือนเป็น rare
event มาก ๆ ที่เราได้เห็นล่ามภาษาฝรั่งเศสในงานฉายหนังในไทยนับตั้งแต่ทศวรรษ
2010 เป็นต้นมา (ในทศวรรษ 2000 เราอาจจะได้เห็นอยู่บ้างใน เทศกาลภาพยนตร์ฝรั่งเศสในกรุงเทพ)
+++
Film Wish List: PINK GIRL TRILOGY
มีเพื่อนคนนึงแนะนำให้เราอ่านนิยายของ Osamu
Hashimoto เราก็เลยเอาชื่อของเขาไปกูเกิลดู แล้วก็พบว่า นิยายของ Osamu
Hashimoto เคยถูกดัดแปลงสร้างเป็นหนังด้วย ซึ่งรวมถึงหนังชุด PINK
GIRL TRILOGY ที่ประกอบด้วย
PINK TUSH GIRL (1978, Koyu Ohara, Japan)
PINK TUSH GIRL: LOVE ATTACK (1979, Koyu Ohara, Japan)
PINK TUSH GIRL: PROPOSAL STRATEGY (1980, Koyu Ohara, Japan)
เราไม่เคยได้ยินหนังชุด PINK GIRL
TRILOGY มาก่อนหน้านี้เลย อยากดูอย่างสุดขีดมาก ๆ
คือพอเราไปอ่านข้อมูลเกี่ยวกับหนังไตรภาคชุดนี้ เราก็พบว่า
มันน่าจะเข้าทางเราอย่างรุนแรง เพราะว่าหนังชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของหนัง pink
films ของญี่ปุ่นในยุคนั้น แต่มันแตกต่างอย่างรุนแรงจากหนัง pink
films เรื่องอื่น ๆ เพราะว่าหนัง pink films เรื่องอื่น
ๆ ชอบนำเสนอตัวละครหญิงที่ไม่เต็มใจจะมีเพศสัมพันธ์
หรือตัวละครหญิงที่ถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ แต่หนังชุด PINK FILM TRILOGY
นี้นำเสนอตัวละครสองสาวที่เต็มใจ สนุกสนาน กระตือรือร้น มีความสุข
และ “ตัดสินใจเลือกเอง” ที่จะมีเพศสัมพันธ์กับชายแต่ละคนที่ผ่านเข้ามา
พวกเธอมีเสรีภาพที่จะเลือกเอง ตัดสินใจเอง และหนังก็มีการล้อเลียนพวกตัวละครหญิงประเภทอื่น
ๆ ที่มักจะพบในหนัง pink films ด้วย
ก็เลยต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนท่านนั้นมาก ๆ คือเรายังไม่ได้อ่านนิยายของ
Osamu Hashimoto นะ แต่แค่เราได้อ่านข้อมูลเกี่ยวกับหนังที่สร้างจากนิยายของเขา
เราก็รู้ได้ในทันทีเลยว่า มันเหมือนกับหนังในจินตนาการของเรามาก ๆ เพราะเรามักจะมีปัญหาอย่างรุนแรงกับตัวละครหญิงที่เรียบร้อย
และไม่ค่อยมีความต้องการทางเพศในหนังเรื่องต่าง ๆ
โดยเฉพาะในหนังญี่ปุ่นยุคก่อนนิวเวฟ แต่ตัวละครหญิงที่เต็มไปด้วยความเงี่ยนผู้ชายแบบนี้นี่แหละ
ที่เราจะสามารถ identify ตัวเองด้วยได้อย่างรุนแรง
อันนี้คือเรื่องย่อของ PINK TUSH GIRL เรื่องแรก คือนึกว่าแต่งโดยจิตร โพธิ์แก้วของจริง 55555
“Yuko's boyfriend dumps her just after
they have her first sexual experience, so she runs away from her Tokyo home to
the western coast of Japan in order to straighten out her feelings. Following
behind her on her journey is her friend Rena, who is trying to track Yuko down
and find out if she is all right. As Rena traces Yuko's steps, always missing
her by a day or two, she discovers that her friend has decided to drop her
inhibitions and begin enjoying herself with every man she encounters.”
อันนี้คือบทวิจารณ์จากเว็บไซต์ the
spinning image ที่มีต่อหนังเรื่อง PINK TUSH GIRL
“Hashimoto's script addresses the anxieties of young women
in relation to sex: fear of pregnancy, lack of satisfaction, conflicting
notions of morality. Both Rena and Yuko remain steadfast in their belief that
mental or spiritual purity is not connected to physical purity. Sex can be
whatever they chose to make it. For them sex means freedom. Freedom from the
social constrictions of their elders and, more controversially, financial
freedom.”
บทวิจารณ์ PINK TUSH GIRL
https://www.thespinningimage.co.uk/cultfilms/displaycultfilm.asp?reviewid=10111
+++
มีตุ๊กตาหมีในหนังเรื่อง COMA (2022, Bertrand
Bonello, France, A+30) ด้วย
+++
ARTWORKS SEEN
MEDICATION FOR THE SOUL NO. 2 (2026, Jirapat Tatsanasomboon)
BENEATH THE SMILE (AFTER T. MURAKAMI, OF WAT PHRA KAEW) (2024,
Jirapat Tatsanasomboon)
GARDEN OF HAPPINESS, (AFTER TAKASHI MURAKAMI, SMILEY
INSPIRED BY HARVEY ROSS BALL) (2025, Jirapat Tatsanasomboon)
DIALOGUES WITH SUNFLOWERS. (INSPIRATION FROM THE MASTER,
VINCENT VAN GOGH’S SUNFLOWERS.) (2025, Jirapat Tatsanasomboon)
DRAMATIC TRAUMA (2022, Bobby Leash)
EXPLODE (2025, Sauce Harrison)
มี teddy bear ในภาพวาดนี้ด้วย
From the exhibition NEON DREAM & PAPER SAINTS at Paragon
BITTER IS BITTEN (2026, By Me)
THE WOMB (GENESIS) (2026, Aitoy)
ALGORITHM GOD (2026, Aitoy)
ORANGE BRUSHSTROKE (AFTER ROY LICHTENSTEIN) (2024, Jirapat
Tatsanasomboon)
THE OUTSIDER (AFTER H. ROUSSEAU) INSPIRED BY THE MURAL
PAINTINGS OF ISAM TEMPLES (SIM) (2026, Jirapat Tatsanasomboon)
No comments:
Post a Comment