Showing posts with label NORTH AFRICAN FILMS. Show all posts
Showing posts with label NORTH AFRICAN FILMS. Show all posts

Monday, July 26, 2021

TOMORROW TRIPOLI (2014, Florent Marcie, Libya, documentary, 174min, A+30)

TOMORROW TRIPOLI (2014, Florent Marcie, Libya, documentary, 174min, A+30)

 

1.ยกให้เป็นหนึ่งในหนังที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เราเคยดูมาในชีวิตนี้

 

2.หนังเล่าเรื่องสงครามกลางเมืองโค่นล้มกัดดาฟี โดยผู้กำกับพอดีลักลอบเข้าลิเบียได้ทางแถวเมือง Zintan เขาก็เลยติดสอยห้อยตามชาวบ้านและประชาชนในเมือง Zintan ที่ลุกขึ้นจับอาวุธเพื่อต่อสู้กับกองทัพลิเบียและโค่นล้มกัดดาฟี

 

3.ผู้กำกับติดตามการสู้รบของชาวบ้านและประชาชนตลอดสงครามกลางเมืองนาน 8 เดือน แล้วผู้กำกับคืออยู่ในสนามรบตลอดเวลา หนักมาก ๆ

 

4.เอาจริง ๆ แล้วหนังทั้งเรื่องมีแต่การยิงกัน ฆ่ากัน แต่พอมันเป็นหนังสารคดีที่ผู้กำกับอยู่ในสนามรบตลอดเวลา แล้วผู้กำกับอยู่กับกลุ่มชาวบ้าน ประชาชน ที่ลุกขึ้นจับอาวุธต่อสู้กับกองทัพลิเบีย มันก็เลยไม่มีความน่าเบื่อเลย คือถ้าหากมันเป็นหนังสงครามแบบ BLACK HAWK DOWN เราก็จะเบื่อ ๆ แต่พอมันเป็นหนังที่จับอารมณ์โกรธแค้นของประชาชน, ชาวบ้าน ที่ลุกขึ้นสู้ตายกับกองทัพลิเบีย หนังมันก็เลย “เดือดพล่าน” อย่างรุนแรงมากตลอดเวลา ไม่ทราบชีวิตของจริง

 

5.อีกัดดาฟีก็พยายามใส่ร้ายประชาชนกลุ่มนี้ว่าเป็นพวก Al Queda และเรียกฝ่ายตรงข้ามว่า rats ตลอดเวลา แต่ชาวบ้านก็บอกว่า “กูไม่แคร์ กูคือ rats ที่ฆ่าทหารได้ ถ้าหากกูเป็น rats แล้วกูฆ่าทหารได้ กูก็ยินดีเป็น rats

 

6.อารมณ์ “สู้ตาย” ของชาวบ้านแต่ละคนมันหนักมาก ๆ ทุกคนยอมตายเพื่อโค่นล้มกัดดาฟีของจริง

 

7.ชอบการใช้รถก่อสร้างของ Caterpillar เป็นอาวุธมาก ๆ

 

8.หนังฉายถึงวันอังคารที่ 27 ก.ค.เป็นวันสุดท้ายนะ

https://vimeo.com/showcase/8657183/video/572430073

 


Sunday, March 08, 2015

LOST LAND (2010, Pierre-Yves Vandeweerd, documentary, A+30)

LOST LAND (2010, Pierre-Yves Vandeweerd, documentary, A+30)

ดูหนังเรื่องนี้ได้ทางเว็บไซต์ของ DOC ALLIANCE นะจ๊ะ แต่ต้อง register กับทางเว็บไซต์ แล้วจ่ายเงิน 3 ยูโร (114 บาท) แล้วก็จะเลือกดูหนังได้ 10 เรื่องภายในเวลา 2 เดือนจ้ะ

เราไม่เคยได้ยินชื่อของ Pierre-Yves Vandeweerd มาก่อนเลยในชีวิตนี้ จนกระทั่งได้ดูหนังสารคดีเรื่อง FOR THE LOST (2014, A+30) ของเขาในเทศาล SIGNES DE NUIT FILM FESTIVAL ที่รีดดิ้งรูม แล้วเราก็ตกตะลึงพรึงเพริดไปเลย เพราะมันเป็นหนังที่แปลกประหลาดมากสำหรับเรา มันจัด genre ไม่ได้ มันเหนือคำบรรยายสำหรับเรามากๆ

ส่วน LOST LAND นี้ไม่ได้พิสดารมากเท่ากับ FOR THE LOST แต่ก็เฮี้ยนมากๆ ตอนที่ดู LOST LAND เราจะนึกถึง A BRIEF HISTORY OF MEMORY (2010, Chulayarnnon Siriphol, A+30) ในแง่ที่ว่า

1.หนังสองเรื่องนี้มันนำเสนอความทุกข์ระทมของประชาชนที่เกิดจากปัญหาการเมืองเหมือนกัน แต่แทนที่จะนำเสนอออกมาในแบบของหนังสารคดีธรรมดา หนังสองเรื่องนี้กลับมีลักษณะของหนังทดลองสูงมากๆ

2.ในหนังสองเรื่องนี้ เราจะได้ยินเสียงให้สัมภาษณ์ของผู้ที่ได้รับความทุกข์ระทมจากปัญหาทางการเมือง แต่เราจะไม่เห็น “ปากของผู้ให้สัมภาษณ์ขณะให้สัมภาษณ์” คือใน A BRIEF HISTORY OF MEMORY นั้น เราจะไม่ได้เห็นแม้แต่หน้าของผู้ให้สัมภาษณ์ด้วยซ้ำ แต่ใน LOST LAND เราอาจจะเห็นหน้าของผู้ให้สัมภาษณ์ แต่เป็นใบหน้าของพวกเขาขณะ “ไม่ขยับปาก” ถึงแม้เราจะได้ยินเสียงของพวกเขาในเวลาเดียวกัน

กลวิธีนี้ของ LOST LAND ทำให้เรานึกถึงหนังเรื่อง INDIA SONG (Marguerite Duras, A+30) ด้วยนะ เพราะใน INDIA SONG เราจะได้ยินเสียงพูดของตัวละครหลายตัว และเราก็จะได้เห็นภาพของตัวละครหลายตัว แต่เราจะไม่เห็นภาพของตัวละครขณะขยับปากพูดเลย

สิ่งที่เราชอบใน LOST LAND รวมถึงเรื่องต่อไปนี้ด้วย

1.เนื้อเรื่องของมันดีมากๆ คือมันเป็นเรื่องสงครามใน Western Sahara ระหว่าง Morocco กับชนเผ่า Sahrawi ที่ดำเนินมานานหลายสิบปี ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลย ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องที่โหดร้ายมากๆ มันเหมือนกับว่าสื่อมวลชนทั่วโลกแทบไม่เคยสนใจเรื่องนี้เลย ซึ่งเราเดาว่าอาจจะเป็นเพราะดินแดน Western Sahara มันไม่มีทรัพยากรธรรมชาติหรือเปล่า ชาติตะวันตกก็เลยไม่เคยสนใจปัญหาความขัดแย้งและการเข่นฆ่ากันในดินแดนนี้มาก่อน

2.แต่สิ่งที่เราชอบสุดๆคือการเลือกใช้ภาพของมัน คือเนื้อเรื่องความโหดร้ายของสงครามในดินแดนนี้มันถูกถ่ายทอดด้วยเสียงให้สัมภาษณ์เท่านั้น แต่แทนที่หนังเรื่องนี้จะนำเสนอ “ภาพ” ที่สอดคล้องกับเสียงโดยตรง ภาพของหนังเรื่องนี้กลับออกมา poetic มากๆ สำหรับเรา เราจะได้เห็นภาพของคนต่างๆและ landscape ของพื้นที่ทะเลทรายซาฮาร่าในหนังเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ขณะที่เราฟังเสียงให้สัมภาษณ์ไปด้วย

เราว่าผู้กำกับ/ตากล้องหนังเรื่องนี้ ถ่ายภาพออกมาได้ถูกจริตเรามากๆ มันสวย แต่มันไม่ได้สวยแบบภาพโปสการ์ด เรารู้สึกว่ามันสวยในแบบที่สามารถถ่ายทอดพลังของ landscape ตรงนั้นได้อย่างเต็มที่น่ะ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ Vandeweerd เคยทำสำเร็จมาแล้วใน FOR THE LOST เช่นกัน ทั้งๆที่ landscape ในหนังสองเรื่องนี้มันตรงข้ามกันในแง่นึง คือ landscape ใน FOR THE LOST มันเป็นภูเขาหิมะ ส่วน landscape ใน LOST LAND มันเป็นทะเลทราย แต่ Vandeweerd ก็สามารถถ่าย landscape ของสองดินแดนนี้ให้ออกมาทรงพลังสุดๆได้ทั้งคู่




Wednesday, July 06, 2011

30 DAY CINEPHILE CHALLENGE -- DAY 11

Day 11: Favourite African filmmaker of all time. Faouzi Bensaïdi (Morocco). I have seen too few African films to answer this question, but one of my most favorite African films is A THOUSAND MONTHS (2003, Faouzi Bensaïdi).
http://www.facebook.com/pages/30-Day-Cinephile-Challenge/184987868220596