Showing posts with label SOUTHEAST ASIA. Show all posts
Showing posts with label SOUTHEAST ASIA. Show all posts

Thursday, May 07, 2026

JENIN JENIN JANIN JENIN

 

1. กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เพิ่งรู้ว่า หนังเรื่อง NADA (1976, Claude Chabrol, France, 110min) ที่นำแสดงโดย Lou Castel เคยลงโรงฉายในไทยแบบ commercial release ด้วย โดยเข้าฉายที่โรงแมคเคนนา และใช้ชื่อเรื่องภาษาไทยว่า “นาดา แก๊งค์”

 

Claude Chabrol นี่ถือเป็น one of my most favorite directors of all time เลย แต่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่า หนังของเขาเคยเข้าโรงฉายในไทยแบบ commercial release ด้วย ก่อนหน้านี้เรารู้แต่เพียงว่า

 

1.1 มินิซีรีส์เรื่อง THE BLOOD OF OTHERS (1984, Claude Chabrol) ที่นำแสดงโดย Jodie Foster และดัดแปลงมาจากนิยายของ Simone de Beauvois เคยแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 และเราก็เคยดูมินิซีรีส์เรื่องนี้ ชอบมาก ๆ

 

1.2 หนังเรื่อง DR. M (1990, Claude Chabrol) ได้ออกเป็นวิดีโอลิขสิทธิ์ในไทย

 

1.3 หนังเรื่อง THE FLOWER OF EVIL (2003, Claude Chabrol, A+30) เคยได้ฉายโรงในไทยในเทศกาลภาพยนตร์

 

1.4 หนังของเขาจำนวนมากมายหลายเรื่องได้ฉายในโรงภาพยนตร์ของ Alliance Française in Bangkok ซึ่งเราก็ได้ดูหนังหลายเรื่องของเขาในโรงภาพยนตร์ที่นี่นี่แหละ

 

แต่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่า มีหนังเรื่องไหนบ้างของ Chabrol ที่เคยเข้าโรงฉายแบบ commercial release ในไทย เราก็เลยดีใจมาก ๆ ที่ได้รู้ว่า NADA เคยเข้าฉาย กรี๊ดดดดดดดดดดดดด

 

2. ในภาพนี้ ส่วนบนน่าจะเป็นหนังเรื่อง “หนามยอกอก” (1979, Kornsawasdi กรสวัสดิ์, A+30) ซึ่งถือเป็น one of my most favorite Thai films of all time

 

3. ในภาพนี้มีหนังอิตาลีเรื่อง SHADOW OF THE KILLER หรือ DEATH RAGE (1979, Antonio Margheriti) ที่นำแสดงโดย Barbara Bouchet  ด้วย โดยหนังเรื่องนี้เข้าฉายในไทยในชื่อเรื่องว่า “มาเฟียโล้น” น่าดูมาก ๆ

 

4. อยากดู “ทวนคู่สะท้านภพ” ที่เข้าฉายที่รามาด้วย แต่ไม่แน่ใจว่ามันคือหนังเรื่องอะไร มันคือ THE HAND OF DEATH (1976, John Woo, Hong Kong) หรือเปล่า

 

5. อยากดู “เดชดาบฟ้าผ่า” หรือ TRAVELLING SWORDSMAN (1978, Hsieh Yuh-chen, Taiwan) ด้วย

 

6. สัญชาตญาณโหด (1979, Permpol Choey-arun) ก็น่าดูสุดขีด แต่เราเข้าใจว่าหนังเรื่องนี้น่าจะมีให้ดูในห้องสมุดของหอภาพยนตร์ ศาลายา

 

7. อยากดู “แผ่นเสียงตกร่อง” (1979, Apichat Phopairot อภิชาต โพธิ์ไพโรจน์) อย่างรุนแรง เพราะ Apichat Phopairot ถือเป็นผู้กำกับหนังไทยที่เราชื่นชอบสุดขีด แต่เราไม่แน่ใจว่า หนังเรื่องนี้หายสาบสูญไปแล้วยัง กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

8. สรุปว่า ในโฆษณาหน้านี้ที่น่าจะมาจากปี 1979 มีทั้งหนังไทย, ฝรั่งเศส, อิตาลี, ฮ่องกง และไต้หวันลงโรงฉายในไทยพร้อมกัน และมีทั้งหนังของ Claude Chabrol, เพิ่มพล เชยอรุณ, อภิชาต โพธิ์ไพโรจน์ และกรสวัสดิ์ ลงโรงฉายพร้อมกัน เริ่ดที่สุดค่ะ

+++

 

A BUNDLE OF SILENCES (2026, Sofia Gallisá Muriente, documentary, 24min, A+30)

 

เพิ่งรู้จากหนังเรื่องนี้ว่ามันมีขบวนการเรียกร้องเอกราชให้ Puerto Rico ด้วย

 

PENKELEMES (2025, Onyeke Igwe, UK/Nigeria, documentary, 19min, A+30)

 

หนังเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย Ibadan ในไนจีเรีย

 

Onyeke Igwe นี่เป็นผู้กำกับที่เหมือนมาแรงมากในระยะหลัง เพราะเราเห็นชื่อเธอบ่อยมาก ๆ ชอบหนังเรื่อง SPECIALISED TECHNIQUE (2018) ของเธอมาก ๆ

 

ATASH (THIRST) (1994, Parine Jaddo, Lebanon, 14min, A+30)

 

เหมือนหนังเรื่องนี้เล่าเรื่องราวอย่างน้อย 3 เรื่อง นั่นก็คือเรื่องของผู้กำกับ, เรื่องเล่าของผู้ชายที่เหมือนมีปัญหาอะไรสักอย่างกับกระจกและภรรยาของเขา และเรื่องเล่าของผู้หญิง เราชอบเรื่องเล่าของผู้หญิงอย่างรุนแรงมาก ถ้าหากเราจำไม่ผิด มันเป็นเรื่องราวของหญิงสาวในเลบานอนที่พบว่ามีเครื่องบินมาทิ้งระเบิดอย่างรุนแรงแถวบ้านของเธอ เธอก็เลยไปหลบในหลุมหลบภัย แล้วก็มีชายหนุ่มหลายคนมาชวนเธอไปร่วมรักด้วยกันในรถแวน เธอก็เลยไปร่วมรักกับชายหนุ่มหลายคนในรถแวนขณะที่เครื่องบินมาทิ้งระเบิดอย่างรุนแรง

 

เรื่องเล่าของผู้ชายน่าจะดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง THE BIG MIRROR (1977) ของ Mohamed Mrabet นักประพันธ์ชาว Morocco นิยายเรื่องนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษโดย Paul Bowles

 

End credits ของหนังเรื่องนี้มีขอบคุณ Rob Tregenza และ Haile Gerima ด้วย โดย Haile Gerima นั้นเป็นปรมาจารย์ภาพยนตร์แห่ง Ethiopia

 

เหมือนในโลกนี้มีหนังเรื่อง THIRST เป็นจำนวนเยอะมาก ๆ แต่ที่เราเคยดูแล้วชอบมากก็มีสองเรื่อง ซึ่งก็คือเรื่องนี้ของ Parine Jaddo กับ THIRST (2004, Tawfik Abu Wael, Palestine, A+30)

 

Haile Gerima

https://en.wikipedia.org/wiki/Haile_Gerima

 

THE BIG MIRROR

https://www.delibris.org/en/big-mirror

 

Parine Jaddo เคยกำกับภาพยนตร์มาแล้ว 5 เรื่อง

https://www.parinejaddo.com/films

 

++++

 

หนึ่งในสิ่งที่เรานึกถึงโดยไม่ได้ตั้งใจในขณะที่ดูภาพยนตร์เรื่อง THE DEVIL WEARS PRADA 2 (2026, David Frankel, A+25) ก็คือคุณนพพร ศุภพิพัฒน์ เพราะว่าในหนังเรื่องนี้ หนึ่งในตัวละครสำคัญก็คือ “นายทุนเจ้าของนิตยสาร” เราก็เลยนึกถึงคุณนพพรขึ้นมา เพราะคุณนพพรเป็นนายทุนเจ้าของนิตยสาร PULP ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด และชีวิตของคุณนพพรก็อาจจะมีบางเรื่องราวที่น่าสนใจที่เหมาะนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์มาก ๆ

 

เราชอบนิตยสาร PULP ของคุณนพพรมาก ๆ นิตยสารหนังเล่มนี้มีบทความดี ๆ มากมาย อย่างเช่นบทความ SOUTHEAST ASIA HORROR ของคุณอลงกรณ์ คล้ายสีแก้ว ในนิตยสาร PULP เล่ม 28 ฉบับเดือนพ.ย. 2005 บทความนี้พูดถึงหนังที่น่าสนใจมากมาย อย่างเช่น

 

1. CURSE OF THE OILY MAN (1956, P. Ramlee, Singapore/Malaysia)

2. PONTIANAK (1957, B. Narayan Rao, Singapore)

3.THE BLOOD DRINKERS (1964, Gerardo de Leon, Philippines)

4. GHOST WITH HOLE (1981, Sisworo Gautama Putra, Indonesia)

5. THE SNAKE QUEEN (1982, Sisworo Gautama Putra, Indonesia)

6. THE WITCH WITH FLYING HEAD กระสือสวาท (1982, Chang Jen-chieh, Taiwan/Hong Kong)

7. TIYANAK (1988, Peque Gallaga, Lore Reyes, Philippines)

 

คิดถึงนิตยสาร PULP มาก ๆ

+++

 

ANOMALIES IN A LANDSCAPE (2025, Félix Caraballo, Canada, 8min, A+30)

 

หนังถ่ายด้วยฟิล์ม 16 มม. หนังสวยสุดขีดมาก ๆ

 

AN AFTERNOON WITH A GNAWA (2026, Meena Nanji, Morocco, documentary, 12min, A+30)

 

เหมือนก่อนหน้านี้เรามักได้ยินแต่เรื่องที่ “คนขาว” จับเอาคนดำในแอฟริกาไปเป็นทาส แต่พอเราดูสารคดีเรื่องนี้ เราถึงเพิ่งรู้ว่าในอดีตช่วงหลายร้อยปีก่อนเคยมีชาวอาหรับและคนแอฟริกาเหนือ ที่จับเอาคนดำจำนวนมากจากส่วนอื่น ๆ ของทวีปแอฟริกาไปเป็นทาสใน Morocco ด้วย ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด

 

คนดำจำนวนมากที่ถูกคนอาหรับจับไปเป็นทาสเมื่อหลายร้อยปีก่อน ก็เลยร้องเพลงเยียวยาจิตใจตนเอง และเกิดเป็นแนวเพลง Gnawa ขึ้นมา

 

IT MUST BE BECAUSE I DECIDED TO LEAVE (2025, Chen Zhuoyun, USA, 19min, A+30)

 

เห็นบางเทศกาลภาพยนตร์จัดให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังสารคดี เพราะมันมีความเป็น diary และ autofiction ด้วย แต่ดิฉันขอไม่จัดให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังสารคดีนะคะ เพราะมันมีความ David Lynch มันมีความ “เหมือนฝัน บัณฑิตสกุล” มาก ๆ ค่ะ

 

ฉากรถไฟในหนังเรื่องนี้นี่คล้ายรถไฟในประเทศไทยมาก ๆ

 

https://www.dok-leipzig.de/en/film/it-must-be-because-i-decided-leave/archive

 

TO SUMMON A SEER (2026, Alan Medina, 8min, A+30)

++++

 

TRIPLE BILL FILM WISH LIST

 

BLOOD BERRIES (2025, Hathairat Phaholtap, documentary, A+30)

+ MONGREL (2024, Chiang Wei Liang + Yin You Qiao, Taiwan, A+30)

+ AIRY IN BUSAN (2026, Somphong Kunapratom, A+30)

 

ไตรภาคแรงงานไทยในต่างแดนยุคปัจจุบัน ทั้งในสแกนดิเนเวีย, ไต้หวัน และเกาหลีใต้

 

BLOOD BERRIES นี่ดูแล้วน่าตกใจที่สุด เพราะว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ “เจ้าหน้าที่ภาครัฐ” ด้วย มันก็เลยรุนแรงมาก ๆ และสแกนดิเนเวียนั้นดูภายนอกน่าจะเจริญกว่าไต้หวันและเกาหลีใต้ แต่ปรากฏว่าแรงงานไทยในหนังสารคดีเรื่องนี้กลับเผชิญกับความโหดร้ายทารุณอย่างมาก ๆ

+++

 

เราดูจากเว็บไซต์ Prismatic Ground ค่ะ แต่มันหมดเขตไปแล้ว คือเราเห็นคุณ Warut Pornchaiprasartkul แปะลิงค์ไว้ใต้โพสท์ของเขาในช่วง 8 โมงเช้าวันจันทร์ที่ 4 พ.ค. 2026 แล้วมีเวลาดูแค่ราว ๆ 4 ชั่วโมงก่อนมันจะหมดเขตในช่วงราวเที่ยงวันจันทร์ เราก็เลยทันดูแค่ 7 เรื่องในเทศกาลนี้ค่ะ แล้วเราก็เพิ่งมีเวลาเขียนถึงหนัง 7 เรื่องที่ได้ดูในวันพุธ

 

ระหว่างที่เราดูหนังพวกนี้ในช่วง 08.30-12.00 น.ของวันจันทร์ เราก็เลยไม่ได้เขียนถึงหนังพวกนี้ในระหว่างที่ดูเลยค่ะ เพราะถ้าดูไปด้วย เขียนไปด้วย เราก็อาจจะมีเวลาดูได้แค่ 3 เรื่อง แทนที่จะดูได้ 7 เรื่อง 55555

https://www.prismaticground.com/year-six/program

+++

 

JENIN, JENIN (2002, Mohammad Bakri, Palestine, documentary, 54min, A+30)

 

รุนแรงมาก พอดูหนังสารคดีเรื่องนี้จบ เราก็เลยไปอ่านเพิ่มเติมจาก wikipedia เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่อิสราเอลสังหารหมู่ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากในเมืองเจนินในปี 2002

 

Human Rights Watch reported that the refugee camp, which was the major battleground, suffered extensive damage. Witnesses stated unarmed people were shot and denied medical treatment, and as a result died. Human Rights Watch have regarded many killings to be unlawful such as the death of a 57-year-old wheelchair-using man who was shot and run over by a tank despite having attached a white flag on his wheelchair. A 37-year-old man who was paralysed was crushed under the rubble of his house, his family was not allowed to remove his body. A 14-year-old boy was killed as he travelled to purchase groceries during the temporary relief of the curfew that was imposed by the army. Medical staff were shot at (one nurse killed) while trying to reach the wounded even after clearly being in uniform displaying the red crescent symbol. 

 

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ของ Palestine Film Institute

https://www.palestinefilminstitute.org/en/jenin-jenin

+++

Heather Graham เล่นเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่ไล่ฆ่านางเอกใน THEY WILL KILL YOU จำเธอแทบไม่ได้เลย แต่ “ตัวละคร” ของเธออยู่ในระดับปานกลาง เหมือนเป็นตัวร้ายสาวผมทองรวย ๆ ที่ไม่ได้ฉลาดและไม่ได้มี aura มากนัก ในขณะที่ Patricia Arquette ได้บทตัวร้ายที่ดูน่าจดจำมากกว่า

+++

THE PARADISE OF THORNS วิมานหนาม (2024, Naruebet Kuno) ต้องออก DVD กลิ่นทุเรียนมาสู้แล้วค่ะ

++++

 

JANIN, JENIN (2024, Mohammad Bakri, Palestine, documentary, 60min, A+30)

 

อันนี้เป็นภาคต่อของ JENIN, JENIN (2002, Mohammad Bakri, Palestine, documentary, 54min, A+30) เพราะว่ากองทัพอิสราเอลบุกมาสังหารชาวปาเลสไตน์ในเมืองเจนินอีกครั้งหลังจากเวลาผ่านไปนาน 21 ปีจากภาคแรก

 

หนังเรื่องนี้มีการตัดต่อหลาย ๆ ฉากจากภาคแรกใส่เข้ามาเป็นระยะ ๆ และสิ่งที่หนักมากก็คือว่า ถ้าหากหลาย ๆ ฉากมันไม่ขึ้นตัวอักษรกำกับไว้ว่าอันนี้มันเป็นฉากจากปี 2002 หรือถ้าหากเราจำไม่ได้ว่าเราเคยดูฉากนี้ไปแล้วจากภาคแรก เราก็อาจจะแยกไม่ออกอีกต่อไปว่า ฉากไหนเป็นปี 2002 และฉากไหนเป็นปี 2024 เพราะว่าสภาพความเลวร้ายในเจนินยังคงเป็นเหมือนเดิม แม้เวลาจะผ่านไปนาน 21 ปีแล้วก็ตาม

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ของ Palestine Film Institute

https://www.palestinefilminstitute.org/en/jenin-jenin

+++

 

งดงามที่สุด เห็นด้วยกับประโยคนี้มาก ๆ เพราะเราก็อยากดูหนังเรื่องนี้ของ Michael Snow ด้วยเช่นกัน

 

“อยากเห็นความเมจิค 17 เรื่องของคุณวีระ ตัดออกมาเป็นหนังยาวฉายปะทะ ‘Rameau’s Nephew’ by Diderot (Thanx to Dennis Young) by Wilma Schoen (1974, Michael Snow, 256 min) อย่างที่สุด”

https://web.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0FgHqwXUvpyyac3guuayKPmndVXtvsnq7HNA1fyGKtiVX6zLiDREv9TeDJU5cY9mPl&id=100063881677771

 

+++

ผมเคยดู PLATOON แล้วครับ แต่ผมชอบ Tom Berenger ในฐานะ “ดาราหล่อ” ครับ 55555 ผมก็เลยชอบเขามากที่สุดตอนที่แสดงใน IF TOMORROW COMES (1986, Jerry London, miniseries) กับใน BETRAYED (1988, Costa-Gavras) เพราะตอนนั้นเขาอายุ 30 กว่าปี และยังหล่อมากอยู่ในช่วงนั้น

 

ผมได้ดู INCEPTION แต่ไม่ทันรู้ตัวเลยว่า เขาแสดงในหนังเรื่องนี้ด้วย 55555

Sunday, August 30, 2015

WHAT’S SO SPECIAL ABOUT RINA (2013, Harlif Haji Mohamad + Farid Azlan Ghani, Brunei, B )

WHAT’S SO SPECIAL ABOUT RINA (2013, Harlif Haji Mohamad + Farid Azlan Ghani, Brunei, B )

หนังบรูไนเรื่องแรกในชีวิตที่ได้ดู จริงๆแล้วเราว่าหนังแย่พอๆกับหนังลาวเรื่อง ฮักอีหลี 2 (D) แต่เราเพลิดเพลินกับการดูหนังบรูไนเรื่องนี้สูงกว่าหนังลาวมากๆ เพราะพระเอกหนังบรูไนหล่อน่ารักมาก และเราว่ามันมี sense แปลกๆในหนังเรื่องนี้ คือถ้าเปรียบเทียบง่ายๆก็คือว่า การดูฮักอีหลี 2 มันเหมือนกับการกินส้มตำแย่ๆ เพราะฮักอีหลี 2 มันมีความใกล้เคียงกับหนังไทยแย่ๆ แต่การดู WHAT’S SO SPECIAL ABOUT RINA มันเหมือนกับการกินอาหารอะไรก็ไม่รู้ที่เราไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนในชีวิต แล้วมันก็ให้รสชาติฟั่นเฝือ ไม่ถูกปากเราสักเท่าไหร่ แต่มันก็ให้ความรู้สึกที่ดีกว่าการกินส้มตำแย่ๆน่ะ เพราะอย่างน้อยเราก็ชอบรสชาติประหลาดๆที่ได้กิน

เราว่าฮักอีหลี 2 มันมีความเป็นเหตุเป็นผลในเนื้อเรื่องของมันในระดับนึงนะ คือพอดูถึงตอนจบแล้ว เราจะพบว่าคนทำหนังเหมือนคิดพล็อตซับซ้อนมาระดับนึงเพื่อใช้อธิบายเรื่องทั้งหมดได้ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ไอ้ความเป็นเหตุเป็นผลนี่ กลับไม่ช่วยให้เราชอบฮักอีหลี 2 มากขึ้นสักเท่าไหร่ ในทางตรงกันข้าม สิ่งที่เราชอบใน WHAT’S SO SPECIAL ABOUT RINA คือความไม่เป็นเหตุเป็นผลของการเอาฉากต่างๆมาต่อๆกัน คือเราดูแล้วจะงงมากว่ามึงเอาฉากนี้มาต่อกับฉากนี้ทำไม อะไรทำนองนี้ แล้วแต่ละฉากมันมีความสำคัญอะไร แล้วทำไมเหมือนหนังครึ่งเรื่องจะเป็นฉากจินตนาการของตัวละคร ทำไมเหมือนเนื้อเรื่องเกิดในโลกความจริงครึ่งหนึ่ง แล้วเกิดในจินตนาการของตัวละครอีกครึ่งหนึ่ง

เราว่าบางองค์ประกอบของหนังมันทำให้นึกถึง “วิดีโอสอนภาษาอังกฤษในทศวรรษ 1980” ด้วย ซึ่งมันเป็น aesthetics แบบที่เราไม่เจอมา 30 ปีแล้ว อะไรทำนองนี้ เพราะฉะนั้นถึงแม้หนังมันจะแย่มาก แต่การที่มันเหมือนหนังแย่ๆเมื่อ 30 ปีก่อน แทนที่จะเหมือนหนังแย่ๆในยุคปัจจุบัน มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่ามันประหลาดดี และชอบความไม่เป็นโล้เป็นพายของหนังในระดับนึง



Sunday, June 07, 2015

BEATRIZ’S WAR (2013, Bety Reis + Luigi Acquisto, East Timor, A+30)



 BEATRIZ’S WAR (2013, Bety Reis + Luigi Acquisto, East Timor, A+30)

--ชอบมากกว่า THE RETURN OF MARTIN GUERRE (1982, Daniel Vigne) และ SOMMERSBY (1993, Jon Amiel) ที่ใช้โครงเรื่องเดียวกัน เพราะในเวอร์ชั่นติมอร์ตะวันออกนี้ “ความรัก” ถูกลดทอนความสำคัญลง แต่หนังไปให้น้ำหนักกับเรื่องสงครามระหว่างติมอร์ตะวันออกกับอินโดนีเซียแทน และหนังมี passion มากๆกับการถ่ายทอดภาพสงครามนี้และความทุกข์ยากลำเค็ญของชาวติมอร์ตะวันออก หนังมันก็เลยทรงพลังมาก และส่งผลให้เวอร์ชันติมอร์ตะวันออกชนะเวอร์ชั่นฝรั่งเศสและเวอร์ชั่นอเมริกันไปได้อย่างง่ายดาย

--สิ่งที่สำคัญในหนังเรื่องนี้ไม่ใช่ความสัมพันธ์ระหว่างนางเอก กับ “ผู้ชายที่กลับมาจากสงคราม ซึ่งอาจจะเป็นผัวของเธอ หรือผู้ชายคนอื่นปลอมตัวมา” แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างนางเอก กับพี่สะใภ้ ซึ่งทั้งสองต่างก็รับมือกับสงครามด้วยวิธีการต่างๆกันไป และต่างก็กล่าวโทษอีกฝ่ายหนึ่งว่าใช้วิธีการที่ผิดพลาดในการรับมือกับสงคราม ฉากที่นางเอกทะเลาะกับพี่สะใภ้นั้นทรงพลังมากๆในแง่ของบทสนทนา คือแต่ละประโยคที่ผู้หญิงสองคนนี้โต้ตอบกันนั้นมันเจ๋งเป้งมากๆ คือมันไม่ใช่การด่าทอของผู้หญิงสองคนประเภท หญิง A ด่าว่า “อีจี๋ดอกมะลิ” แล้วหญิง B ด่ากลับว่า “อีปิ๊ดอกทอง” หรืออะไรทำนองนี้ แต่มันเป็นการปะทะกันของแนวคิดที่แตกต่างกันในการรับมือกับสงคราม

คือปกติแล้วเราจะเห็นการปะทะกันของขั้วความคิดแบบนี้ในฉากที่ “ปัญญาชน” หรือ “ผู้ก่อการร้าย” ทะเลาะกันในหนังอย่าง THE UGLY ONE (2013, Eric Baudelaire, A+30) น่ะ แต่พอการปะทะกันของขั้วความคิดนี้มันมาอยู่ในฉากที่ “นางเอกทะเลาะกับพี่สะใภ้” มันก็เลยเกิดความน่าสนใจดี คือตัวละครมันเอื้อให้เกิดฉากแบบเมโลดราม่า แต่ตัวละครมันกลับทะเลาะกันในประเด็นที่จริงจังและ thought provoking มากๆแทน อย่างเช่นประเด็นที่ว่า เราควรแก้แค้นหรือไม่ เราควรแก้แค้นในระดับไหน มันจะเป็นการทำลายสันติภาพหรือไม่ เราต้องยอมถูกข่มขืนเพื่อแลกกับสันติภาพหรือไม่ เราผิดหรือไม่ที่ไม่ฆ่าผู้ร้าย แล้วปล่อยให้มันรอดชีวิต แล้วมันก็เลยกลับมาฆ่าครอบครัวเราในภายหลัง, etc. การที่นางเอกกับพี่สะใภ้ด่าทอกันด้วยประเด็น dilemma ที่มันน่าสนใจสุดๆแบบนี้มันก็เลยทำให้ฉากนี้น่าสนใจมากๆ

--ในแง่ production แล้ว หนังเรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงหนังสั้นกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเขาที่มีคุณ Supamok Silarak เข้าไปช่วยเหลือน่ะ คือมันเป็นหนังทุนต่ำ แต่ถ่ายทำอย่างประณีตสุดๆ ช็อตแต่ละช็อตได้รับการออกแบบมาอย่างดีมาก บทสนทนาแต่ละประโยคได้รับการออกแบบมาอย่างดีมาก และเนื้อเรื่องก็รันทด สะเทือนใจ และทรงพลังมากๆ เพราะมันเล่าโดยคนที่เผชิญกับความทุกข์ยากลำเค็ญมาจริงๆ แต่เล่ามันออกมาโดยไม่มีความฟูมฟายเลย

คือถึงแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะดูเหมือนหนังทุนต่ำ แต่เราว่ามันถ่ายภาพออกมาได้สวยแบบทุนต่ำดีมากๆนะ ฉากหลายๆฉากมันดูโล่งๆ เหมือนไม่ค่อยมีสิ่งของอะไรมาประกอบฉากมากนัก แต่มันเหมือนได้รับการออกแบบเฟรมภาพมาอย่างดี ฉากที่ทหารค่อยๆถูกยิงตายทีละคนกลางชายหาดนี่ทรงพลังมากๆ และอีกฉากที่ทรงพลังมากๆคือฉากที่ตัวละครสองคนคุยกันท่ามกลางความมืด คือเราเห็นแต่หน้าตัวละครสองคนลอยอยู่ท่ามกลางความมืด กับแสงตะเกียง แต่ไม่เห็นอุปกรณ์ประกอบฉากอะไรเลยในฉากนั้น คือฉากนี้แทบไม่ต้องใช้ทุนสร้างอะไรเลย แต่กลับถ่ายออกมาได้สวยและทรงพลังสุดๆ

แต่สิ่งหนึ่งที่อาจจะแตกต่างจากหนังชาวเขาของไทยก็คือ เราเดาว่านางเอกหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นนักแสดงมืออาชีพน่ะ คือเธอแสดงได้อย่างเข้มข้น ทรงพลัง รุนแรงมากๆ ดูแล้วจะนึกถึงคุณจารุนันท์ พันธชาติตลอดเวลา คือถ้าหากหนังเรื่องนี้เป็นหนังไทย ก็คงต้องใช้นักแสดงที่มีฝีมือจริงๆระดับคุณจารุนันท์เท่านั้นแหละ ถึงจะสามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกและ passion ที่รุนแรงพลุ่งพล่านๆมากๆออกมาแบบนี้ได้

SPOILERS ALERT
--
--
--
--
--
--อีกอย่างที่ทรงพลังมากๆก็คือประโยคที่ตัวละครพูด ที่ออกมาในทำนองที่ว่า “ถึงฉันจะรักเธอมากแค่ไหน ความยุติธรรมก็สำคัญกว่า”  ซึ่งเราเห็นด้วยมากๆ คือถึงแม้เราจะรักใครมากแค่ไหน แต่ถ้าหากเขาทำผิด หรือเป็นฆาตกรที่เคยฆ่าคนบริสุทธิ์ เราก็จะไม่ใช้ความรักของเขาเป็นข้ออ้างในการช่วยให้เขาพ้นผิด หรือไม่ต้องรับโทษ เพราะความยุติธรรมสำคัญกว่าความรักในกรณีนี้

Wednesday, February 01, 2012

SOUTH EAST ASIAN FILM WISH LIST

I made this list for Wiwat Lertwiwatwongsa.

1.BELKIBOLANG (2011, Edwin Ifa Isfansyah, Azhar Lubis, Rico Marpuang, Wisnu Surya Pratama, Anggun Priambodo, Sidi Saleh, Agung Sentausa, Tumpal Tampubolon, Indonesia, 87 min)

2. THE BLOOD TRAIL (2009, Jerrold Tarog, Philippines)

3.BRIDAL QUARTER (2010, Teng Mangansakan, Philippines)

4.BUENAS NOCHES, ESPAÑA (2011, Raya Martin, Philippines)

5.CENTURY OF BIRTHING (2011, Lav Diaz, Philippines)

6.THE DANCER (2011, Ifa Isfansyah, Indonesia, 112 min)

7.DONOR (2010, Mark Meily, Philippines)

8.THE DREAM OF ELEUTERIA (2010, Remton Zuasola, Philippines)

9.ECLIPSES (2011, Daniel Hui, Singapore)

10.EVENING SKY (LANGIT PETANG) (1982, Shahrom Md. Dom, Malaysia)http://www.youtube.com/watch?v=L4kpJT4hF_k

11.EVIL PORTENT (LANCHANG KUNING) (1962, M. Amin, Malaysia)http://www.youtube.com/watch?v=XF8ny-uwb-I

12.HANG JEBAT (1961, Hussain Haniff, Malaysia)
http://www.youtube.com/watch?v=cZ1-GC8Lq1s

13.HERE COMES THE BRIDE (2010, Chris Martinez, Philippines)

14.KANO: AN AMERICAN AND HIS HAREM (2010, Monster Jimenez, Philippines)

15.LOVE FROM SALMAH (1995, Mahadi J. Murat, Malaysia)
http://www.youtube.com/watch?v=GXqG33-xws8

16.LUPANG HINARANG (2009, Ditso Carolino, Philippines)

17.MANILA SKIES (2010, Raymond Red, Philippines)

18.MECHANIC (1983, Othman Hafsham, Malaysia)
http://www.youtube.com/watch?v=pxoIFk0_aSs

19.THE MIRROR NEVER LIES (2011, Kamila Andini, Indonesia, 100 min)

20.MONDOMANILA (2010, Khavn de la Cruz, Philippines)

21.MY AMNESIA GIRL (2010, Cathy Garcia-Molina, Philippines)

22.PINK HALO-HALO (2010, Joselito Altarejos, Philippines)

23.REFRAINS HAPPEN LIKE REVOLUTIONS IN A SONG (2010, John Torres, Philippines)

24.RPG METANOIA (2010, Luis Suarez, Philippines, animation)

25.SA’YO LAMANG (2010, Laurice Guillen, Philippines)

26.SENIOR YEAR (2010, Jerrold Tarog, Philippines)

27.SHEIKA (2010, Arnel Mardoquio, Philippines)

28.SON OF GOD (2010, Khavn de la Cruz + Michael Noer, Philippines)

29.SRI MERSING (1961, Salleh Ghani, Malaysia)
http://www.youtube.com/watch?v=Cpo97P-MsNI

30.THE TIGER FACTORY (2010, Woo Ming Jin, Malaysia, 84 min)

31.THE TRIAL OF ANDRES BONIFACIO (2010, Mario O’Hara, Philippines)

32.UNDER THE TREE'S SHADOW (2011, Doan Tran Anh Tuan and the Colory Group, Vietnam, animation)

33.VOX POPULI (2010, Dennis Marasigan, Philippines)

34.WAYS OF THE SEA (HALAW) (2010, Sheron R. Dayoc, Philippines)

35.WINDBLOWN (2011, Regiben Romana, Philippines, 123 min)

36.WOMAN, WIFE & WHORE (1991, U-Wei Shaari, Malaysia)http://www.youtube.com/watch?v=tr3SCVE699c

The photo comes from HERE COMES THE BRIDE.




Sunday, January 01, 2012

FAVOURITE SOUTHEAST ASIAN FILMS I SAW IN 2011

I made this list for Wiwat Lertwiwatwongsa.

1. ANTHEM (2011, Proxy, Thailand, video installation in an exhibition curated by Josef Ng at WTF Gallery)
http://wtfbangkok.com/index.php/2011/11/19/proxy/

2. LEASTWAYS/MODERATE WAYS/EXTREME WAYS (2011, Tritos Termarbsri, Thailand, 90 min)
http://celinejulie.blogspot.com/2011/12/leastwaysmoderate-waysextreme-ways-2011.html

3. FORGET ME NOT (2010, Napat Chaithiangthum, Thailand, 30 min)
http://www.youtube.com/watch?v=xf9YXI3fJcI

4. WHY DO YOU JUMP? (2011, Korn Kanogkekarin, Thailand, 19 min)

5. GAZE AND HEAR (2010, Nontawat Numbenchapol, Thailand, 10 min)

6. UNDO (2011, Cierlito Tabay + Moreno Benigno, Philippines, documentary, 19 min)

7. ENEMIES OF THE PEOPLE (2009, Rob Lemkin + Thet Sambath, Cambodia, documentary)

8. ONE SUNNY MORNING (2011, Bk Lim, Singapore, 18 min)

9. THE TANK (2011, Gino Santos, Philippines, 7 min)

10. AFTERNOON RIVER EVENING SKY (2010, Edmund Yeo, Malaysia, 19 min)