Friday, February 12, 2021

4-10 FEB 1991

 

อันดับเพลงเมื่อ 30 ปีก่อน

WEEK 81

4-10 FEB 1991

 

1. WHERE DOES MY HEART BEAT NOW – Celine Dion

https://www.youtube.com/watch?v=Hij_QxDkIJI

 

2. BURN FOR YOU – John Farnham

https://www.youtube.com/watch?v=mDJMgANjLwk

 

3. ONE MORE TRY – Timmy T

https://www.youtube.com/watch?v=hcEaUJoo0NE

 

4. GONNA MAKE YOU SWEAT – C+C Music Factory featuring Freedom Williams

https://www.youtube.com/watch?v=LaTGrV58wec

 

5. SOMEDAY – Mariah Carey

https://www.youtube.com/watch?v=4RWfSUWVP2I

 

6. RESCUE ME – Madonna

https://www.youtube.com/watch?v=qKVsF2yiAUA

 

7. WAITING FOR THAT DAY – George Michael

https://www.youtube.com/watch?v=4bH4EhBN180

 

8. WAITING FOR LOVE – Alias

https://www.youtube.com/watch?v=to0UO82kGtI

 

9. CANDY – Iggy Pop with Kate Pierson

https://www.youtube.com/watch?v=6bLOjmY--TA

 

10. CRY FOR HELP – Rick Astley (New Entry)

https://www.youtube.com/watch?v=C2xel6q0yao

 

11.SHOW ME THE WAY – Styx

https://www.youtube.com/watch?v=LsYvuxmzxX4

 

12.GET HERE – Oleta Adams

https://www.youtube.com/watch?v=K2-yUQS70Kc

 

13. DOES SHE LOVE THAT MAN – Breathe

https://www.youtube.com/watch?v=si2wWkp9c8w

 

14. MY DEFINITION OF A BOOMBASTIC JAZZ STYLE – Dream Warriors (New Entry)
https://www.youtube.com/watch?v=LoE5yHMrP0A

 

15. DON’T HOLD BACK YOUR LOVE – Daryl Hall & John Oates

https://www.youtube.com/watch?v=owiSNj3Zd7A

 

16. ALL THIS TIME – Sting

https://www.youtube.com/watch?v=4LdUme7QZLY

 

17. PREACHER MAN – Bananarama

https://www.youtube.com/watch?v=S8YfNMyk4ko

 

18. LOVE MAKES THINGS HAPPEN – Pebbles

https://www.youtube.com/watch?v=5egURt6AKPk

 

19. COMING OUT OF THE DARK – Gloria Estefan

https://www.youtube.com/watch?v=QS7qLDizDYo

 

20. WICKED GAME – Chris Isaak

https://www.youtube.com/watch?v=4vKsSGyQf-M

 

21.FROM A DISTANCE – Bette Midler

https://www.youtube.com/watch?v=lN4AcFzxtdE

 

22. I’M NOT IN LOVE – Will to Power

https://www.youtube.com/watch?v=g_OYC1XBpjc

 

23. THE FIRST TIME – Surface

https://www.youtube.com/watch?v=_Sz2HOAb54w

 

24. THIS HOUSE – Tracie Spencer https://www.youtube.com/watch?v=sIaFmiIyPcg

 

25. HARD FEELINGS – Fleetwood Mac

https://www.youtube.com/watch?v=V0J1-Te5WLQ

 

26. PLAY THAT FUNKY MUSIC – Vanilla Ice

https://www.youtube.com/watch?v=zNJ8_Dh3Onk

 

27. POWER OF LOVE – Deee-Lite

https://www.youtube.com/watch?v=YOdh430r9kE

 

28. CRAZY – Seal (New Entry)

https://www.youtube.com/watch?v=4Fc67yQsPqQ

 

29. HOLD YOU TIGHT – Tara Kemp (New Entry)

https://www.youtube.com/watch?v=BeZ3QV_IJXc

 

30. MY SIDE OF THE BED – Susanna Hoffs (New Entry)

https://www.youtube.com/watch?v=wnkdccMhEww

 

31. SECRET – Heart (New Entry)

https://www.youtube.com/watch?v=k-JpBjLXVkI

 

32. I’LL GIVE ALL MY LOVE TO YOU – Keith Sweat

https://www.youtube.com/watch?v=MC6YLqio-bI

 

33. DOWN TO EARTH – Monie Love

https://www.youtube.com/watch?v=RpcLHlL3Vec

 

34. HEAT OF THE MOMENT – After 7

https://www.youtube.com/watch?v=RQxAiXCBpfA

 

35. A MATTER OF FACT – Innocence

https://www.youtube.com/watch?v=pStojjMkJ8U

 

36. LOVE SHINES – Dave Stewart and the Spiritual Cowboys

https://www.youtube.com/watch?v=noPJajDUZ9g

 

37.WHERE HAS LOVE GONE – Holly Johnson

https://www.youtube.com/watch?v=3zXnL-rOxxs

 

38. I SAW RED – Warrant

https://www.youtube.com/watch?v=3dh79Ggx9Js

 

39. IF I HAVE TO STAND ALONE – Lonnie Gordon

https://www.youtube.com/watch?v=fYk3xVA-5gY

 

40. IF YOU NEEDED SOMEBODY – Bad Company

https://www.youtube.com/watch?v=dU8P2ACi4Cw

Thursday, February 11, 2021

TAMPOPO

 YOUR EYES TELL (2020, Takahiro Miki, Japan, A+15) 


ชอบช่วง 2/3 แรกของหนังมาก ๆ แต่ไม่ค่อยอินกับช่วงท้ายของหนัง 


DEMON SLAYER THE MOVIE: MUGEN TRAIN (2020, Haruo Sotozaki, Japan, animation, A+30) 


1.ชอบการฆ่าตัวตายในความฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่ามากๆ 


2. แต่เหมือนหนังมันมีความ macho เกินไปจนทำให้เราไม่รู้สึกอินน่ะ หรือหนังภาคนี้มันไม่มีตัวละครที่ทำให้เราอินมั้ง เราก็เลยชอบหนังเรื่องนี้น้อยกว่า Japanese animation อีกหลายเรื่อง ทั้ง MY HERO ACADEMIA: HEROES RISING (2019, Kenji Nagasaki), FATE/ STAY NIGHT, DIGIMON ADVENTURE: LAST EVOLUTION KIZUNA (2020, Tomohisa Taguchi), BUNGO STRAY DOGS: DEAD APPLE (2018, Takuya Igarashi) อะไรพวกนี้ ไม่รู้เป็นเพราะว่า กลุ่มตัวละครเอกในหนังญี่ปุ่นกลุ่มหลัง มันดูไม่ค่อยมาโชมากนักหรือเปล่า เราเลยค่อนข้างรับได้ แต่กลุ่มตัวละครเอกใน DEMON SLAYER มันดูเหมือนมาเพื่อ "ปลุกเลือดบูชิโดให้เดือดพล่าน" มาก ๆ เราก็เลยถอยห่างออกมาหน่อย 



MONSTER HUNTER (2020, Paul W.S. Anderson, A+20) 


พอดูหนังเรื่องนี้ต่อจาก WONDER WOMAN 1984 แล้วก็อยากให้หนังทั้งสองเรื่องรวมเข้าด้วยกัน 555 เพราะ MONSTER HUNTER สู้กันจริงจังมาก แต่ตัวละครแห้งมาก ๆ ตามสไตล์หนังที่สร้างจาก videogame ส่วน WONDER WOMAN ตัวละครดูมีน้ำมีเนื้อมาก แต่ฉากสู้กันดูกร่อยไปหน่อย 


TAMPOPO (1985, Juzo Itami, Japan, A+30) 


1.คลาสสิคที่สุด จริง ๆ แล้วเราเคยดูช่วงต้นของหนังเรื่องนี้เมื่อราว 25 ปีก่อนจากวิดีโอผี แต่เหมือนช่วงนั้นเครื่องเล่นวิดีโอเทปของเรามีปัญหา เราก็เลยไม่ได้ดูต่อจนจบ แล้วก็ไม่ได้หาหนังเรื่องนี้มาดูอีก จนกระทั่ง bkksr เอามาฉาย 


เหมือนหนังเรื่องนี้เปลี่ยนมุมมองของเราที่มีต่ออาหารไปเลยตั้งแต่เมื่อ 25 ปีก่อน เพราะเรานึกไม่ถึงว่าการทำอาหารมันจะละเอียดลออ ต้องใส่ใจทุกขั้นตอนขนาดนี้ 5555 ทั้งระดับความด่างของน้ำที่ใช้ลวกเส้น, ระดับความแรงของไฟที่ใช้ต้มน้ำซุป, ระดับความหนาบางของการหั่นชิ้นเนื้อหมู, etc. นึกไม่ถึงว่าการทำอาหารที่ดูเผินๆเหมือนง่ายๆอย่าง ramen จริงๆ แล้วมันหนักมากๆ 


2.ชอบที่หนังเหมือนทั้งชื่มชมและล้อเลียนความเป็นญี่ปุ่นในขณะเดียวกัน คือดูแล้วขื่นชมความเป็นญี่ปุ่นมากๆในแง่ความตั้งใจจริงในการทำงาน ความพิถีพิถัน ใส่ใจในรายละเอียด แต่หนังก็ไม่ได้เชิดชูมันแบบหนังชาตินิยม แต่ผลักมันไปให้สุดทางจนมันกลายเป็นเรื่องตลกขบขัน โดยไม่ทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นการดูถูกเหยียดหยาม 


3.ชอบบทภาพยนตร์แบบนี้มากๆ ตรงที่มันไม่ได้เล่าเรื่องเป็นเส้นตรง แต่เฉไฉออกจากเส้นเรื่องหลักเป็นระยะ ๆ นึกว่าได้รับแรงบันดาลใจจาก THE DISCREET CHARM OF THE BOURGEOISIE (Luis Bunuel) 


4.พวกฉากแทรกนี่เราว่าคลาสสิคเกือบทุกฉาก ทั้งฉาก 


4.1 ดูดหอยนางรม

4.2 แม่ที่ตายไม่ได้ ต้องฟื้นคืนขีพขึ้นมาทำอาหารเย็นให้ครอบครัวกินก่อน

4.3 พนักงานต๊อกต๋อยที่เชี่ยวชาญอาหารฝรั่งเศส 


5.ฉาก ending credit ก็คลาสสิคมาก ดูแล้วอยากมีน้ำนมให้ตุ๊กตาหมีดูดบ้าง 


IDEAL HOME (2018, Andrew Fleming, A+10) 


1.กราบ Steve Coogan กับ Paul Rudd เหมือนการแสดงของสองคนนี้ช่วยพยุงหนังไว้ไม่ให้ล่มสลายได้ 55555 


2. รู้สึกว่าถ้าหนังตั้งเป้าจะเป็นหนังตลก ดูเพลิน ๆ ห้ามคิดมาก และเน้นความ "พาฝัน"  มันก็พอไปไหวนะ แต่ถ้าหนังเรื่องนี้มันตั้งเป้าจะส่งสารทางสังคมว่า เกย์ก็เลี้ยงเด็กได้ เราว่ามันไม่ใช่นะ 555 


เพราะคู่เกย์ในหนังมันดูรวยมากน่ะ รวยจนน่าจะใช้ในการ "พาฝัน" สำหรับผู้ชมเกย์ที่ยากจนอย่างเราได้ แต่รวยจนไม่น่าจะมาใช้เป็น argument ว่า "คู่เกย์ทั่วไป" ก็เลี้ยงเด็กได้

THE TROUBLE OF A SHAMPOO BOTTLE

 มันเป็นวันที่เราควรจะมีความสุขดี แต่ความหีก็พาจน 


วันนี้วันอาทิตย์ เรากะจะพักผ่อนให้เต็มที่ แต่ตอน 11.00 น. เราหยอดน้ำตาเทียมที่ตาซ้าย แล้วเราก็เห็นจุดสีแดง ๆ ลอยไปลอยมา เราตกใจมาก กลัวว่าตาเรามีเลือดออกอยู่ข้างใน หรืออะไรทำนองนี้ แต่เราก็ปลอบใจตัวเองว่า หรือว่าเราเห็นภาพติดตา เพราะตอนนั้นเราใส่เสื้อ HOUSE ที่มีตัวอักษรสีขาวบนแถบสีแดง บางทีจุดสีแดง ๆ ที่เราเห็นอาจเป็นภาพติดตาจากตัว O บนเสื้อก็ได้ 


พอ 13.00 น. เราก็หยอดน้ำตาเทียมอีกรอบ โดยตอนนี้เราถอดเสื้อ เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีว่า มันเป็นภาพติดตาหรือเปล่า คราวนี้เราเห็นจุดสีชมพูลอยไปลอยมา อ้าว อีเหี้ย กูเครียดเลย แสดงว่ามันไม่ใช่ภาพติดตาจากเสื้อยืดเราแล้วล่ะ เราเลยรีบเผ่นไปโรงพยาบาลในทันที 


คุณหมอขยายม่านตาเรา และตรวจตาเราอย่างละเอียด แล้วบอกว่า แผลผ่าตัดต้อกระจกเราเรียบร้อยดี จอประสาทตาไม่มีอะไรผิดปกติ ไม่มีเลือดออกในลูกตา แต่ความดันลูกตาเราสูง และยังมีการอักเสบจากการผ่าตัดอยู่ บางทีความดันสูง+การอักเสบอาจทำให้เราเห็นแสงผิดเพี้ยนไปได้ 


เราเดินทางกลับบ้าน (อพาร์ทเมนท์) ด้วยความโล่งใจในระดับนึง แล้วพอถึงบ้าน เราก็ลองหยอดน้ำตาเทียมอีกครั้ง แล้วเราก็ได้ทฤษฎีใหม่ว่า 


หรือไอ้จุดสีชมพูที่เราเห็นลอยไปลอยมา มันคือเงาสะท้อนบนกระจกของฝาขวดแชมพู DOVE วะ 55555 


มันเหมือนกับว่า เวลาเราหยอดน้ำตาเทียมใส่ตาซ้าย ตาซ้ายเราจับจ้องไปที่ปลายกระเปาะ บรรจุน้ำตาเทียม แล้วตาขวาเราจะเห็นเงาสะท้อนของฝาขวดแชมพู DOVE สีชมพูแว้บ ๆ อยู่ในกระจกน่ะ แล้วเหมือนระบบประสาทตามันแปลก ๆ มันทำให้เรามองเห็นคล้ายกับว่า ฝาขวดนั้นมันลอย ๆ ออกมาอยู่ในจุดเดียวกับกระเปาะบรรจุน้ำตาเทียม ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมประสาทตาเรามันเล่นกลแบบนี้ 


เราลองไปทำท่าหยอดน้ำตาเทียมที่กระจกอีกอันนึงในห้อง นอน ก็ไม่เจอปัญหานี้นะ 


เราไม่แน่ใจ 100 % เหมือนกันว่า สาเหตุมันเกิดจากฝาจุกขวดแชมพูจริงหรือเปล่า แต่ก็หวังว่าอันนี้น่าจะเป็นสาเหตุที่แท้จริง เพราะถ้าอันนี้คือสาเหตุที่แท้จริง ก็แสดงว่าดวงตาเราไม่ได้มีอะไรผิดปกติร้ายแรง 


แต่ก็เจ็บใจที่วันนี้กูเสียเวลาไปทั้งวัน เพราะเงาสะท้อนของฝาจุกขวดแชมพู 55555 สงสารคุณหมอมาก ๆ ที่ต้องมาตรวจตาให้เรา 


ตอนนี้เราไม่ได้ล้างหน้า (ได้แต่เช็ดหน้า) มา 64 วันแล้ว หรือตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค. เป็นต้นมา กะว่าวันพรุ่งนี้เย็นเราจะเริ่มล้างหน้าแล้วล่ะ เพราะวันนี้ครบรอบ 4 สัปดาห์พอดีหลังจากผ่าตัดตารอบที่สามในวันที่ 10 ม.ค.

Sunday, February 07, 2021

SOME MOROCCAN FILMS I SAW

 

เราเองก็เคยดูหนัง Morocco น้อยมาก หนัง Morocco เท่าที่เราเคยดูและนึกออกในตอนนี้ก็มี 8 เรื่อง ซึ่งได้แก่ ACHOURA (2018, Talal Selhami), AIDA (2015, Driss Mrini), ALI ZAOUA: PRINCE OF THE STREETS (2000, Nabil Ayouch), ÉDUCATION NATIONALE (2011, Alaa Eddine Aljem), SAHARA MOSAIC (2009, Fern Silva), A THOUSAND MONTHS (2003, Faouzi Bensaidi), THREADS (2003, Hakim Belabbes), VOLUBILIS (2017, Faouzi Bensaidi)

WONDER WOMAN 1984 (2020, Patty Jenkins, A+25)

 

WONDER WOMAN 1984 (2020, Patty Jenkins, A+25)

 

SPOILERS ALERT

--

--

--

--

--

--

--

--

--

--

1. จริง ๆ แล้วชอบหนังอย่างสุด ๆ จนมาถึงช่วง 15 นาทีสุดท้ายที่ระดับความชอบหล่นจาก A+30 มาที่ A+25 เพราะเรารับไม่ได้ที่ตัว Maxwell Lord กลับตัวกลับใจเพราะ “ลูก” น่ะ เรารู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ต่ำมาก 55555 แล้วเราก็รู้สึกว่าตัวละคร Barbara Minerva ถูกปราบง่ายเกินไปด้วย

 

2.แต่ก่อนหน้านั้นก็ชอบหนังอย่างสุด ๆ นะ อาจจะเป็นเพราะเราเติบโตมากับละครทีวี WONDER WOMAN, THE BIONIC WOMAN (1976-1978) และ CHARLIE’S ANGELS (1976-1981) มั้ง เราก็เลยอินกับอะไรพวกนี้ได้ง่ายมาก

 

3.ชอบการปูพื้นฐานให้ตัวละคร Barbara Minerva มาก ๆ คือมันสร้างตัวละครตัวนี้มาได้น่าสนใจมาก ๆ ในแง่ความเป็นมนุษย์ของตัวละคร แต่พอถึงฉากบู๊ตอนท้าย มันไม่สะใจเลย รู้สึกผิดหวังพอ ๆ กับการปราบตัวร้ายอย่าง Sharon Stone ใน CATWOMAN (2004, Pitof) และ Typhoid ใน ELEKTRA (2005, Rob Bowman) น่ะ

 

สรุปว่าเราผิดหวังเล็กน้อยกับหนัง SUPERHERO ผู้หญิงของฮอลลีวู้ดทั้ง SUPERGIRL (1984, Jeannot Szwarc), WONDER WOMAN, CATWOMAN และ ELEKTRA ในด้านคิวบู๊นี่แหละ เพราะมันไม่สะใจแบบ NAKED WEAPON (2002, Ching Siu-tung), SO CLOSE (2002, Corey Yuen) และ “สวยประหาร” (1993, Johnnie To) เลย อยากให้เวลาสร้างหนังแบบนี้ ผู้สร้างควรปรึกษา Quentin Tarantino และ martial choreographer จากทางจีนและฮ่องกงด้วย 555

 

4.กลายเป็นว่า หนึ่งในช่วงที่ชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้ คือช่วงที่นางเอกสอนพระเอกว่า “นี่คือบันไดเลื่อน” นะ นี่คือ Breakdance นะ 555 เพราะมัน nostalgia ดีสำหรับเรา ซึ่งเติบโตมาในช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 และมันดูประหลาดดี เพราะทศวรรษ 1980 ดูเหมือนเป็นอดีตไกลโพ้นหากมองจากปี 2020 แต่ทศวรรษ 1980 มันกลับเป็น “โลกอนาคต” สำหรับคนที่มาจากทศวรรษ 1910 และ “บันไดเลื่อน” ก็เลยกลายเป็นหนึ่งในความก้าวล้ำนำสมัยที่คนจากทศวรรษ 1910 ไม่เคยเจอ

 

มันเหมือนกับว่าสายตาของพระเอกที่มองโลกในทศวรรษ 1980 มันคล้าย ๆ กับสายตาของเราตอนเด็ก ๆ ที่มองโลกในทศวรรษ 1980 น่ะ เหมือนกับเราในตอนนั้นก็ทึ่งกับสิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้ ทึ่งกับ “ลิฟท์แก้ว” ที่ห้างพาตาปิ่นเกล้าอย่างรุนแรง รู้สึกว่ามันล้ำสมัยมาก ๆ อะไรทำนองนั้น เพราะฉะนั้นฉาก “แนะนำโลกทศวรรษ 1980” ในหนังเรื่องนี้ ก็เลยทำให้เรานึกถึงความรู้สึกในวัยเด็กของเรามาก ๆ

 

5.ตอนดูหนังเรื่องนี้ เรานึกถึง THE X-FILES ตอนที่ชอบที่สุดด้วยนะ เพราะใน THE X-FILES ตอนที่เราชอบที่สุด ก็คือตอนที่ Mulder กับ Scully เจอกับปีศาจสาวที่ให้พรตามที่ปรารถนานี่แหละ แต่เราชอบ THE X-FILES ตอนนั้นมากกว่า WONDER WOMAN 1984 มาก ๆ

 

ถ้าหากเราจำไม่ผิด เหมือนพอ Mulder กับ Scully สืบไปสืบมา แล้วก็พบว่าปีศาจสาวตนนี้เคยปรากฏตัวอยู่เคียงข้างบุคคลสำคัญในอดีตมาแล้วเป็นพัน ๆ ปี และล่าสุดคือปรากฏตัวอยู่ใกล้ ๆ Mussolini กับ Richard Nixon คือปีศาจสาวตนนี้ก็คล้าย ๆ หินวิเศษใน WW1984 คือให้พรได้ตามที่คนคนนั้นปรารถนา แต่มันแลกมาด้วยความชิบหาย แบบที่เกิดกับสงครามโลกครั้งที่สองและ Mussolini

 

เสียดายเราจำรายละเอียดใน THE X-FILES ตอนนี้ไม่ได้แล้ว จำได้แต่ว่า Mulder ไปทำอะไรสักอย่าง แล้วเลยถูกบังคับให้ขอพร 3 ประการจากปีศาจสาวตนนี้ เหมือนพรแรก Mulder คงขอให้โลกนี้มีแต่ความสงบสุขมั้ง แล้วคนเลยหายไปหมดทั้งโลกเลย เหลือแต่ Mulder กับปีศาจสาวตนนั้น 55555 Mulder ก็เลยต้องขอพรที่สองให้โลกกลับมาเป็นเหมือนเดิม แล้ว Mulder ก็เลยต้องคิดหนักว่าจะขอพรที่สามยังไงไม่ให้เกิดความซวย

 

จำได้ว่าพอดู THE X-FILES ตอนนั้นจบแล้ว เราร้องห่มร้องไห้อย่างรุนแรง เพราะรู้สึกว่ามันซึ้งมาก ๆ

https://x-files.fandom.com/wiki/Je_Souhaite

Saturday, February 06, 2021

A PORTRAIT OF THE ARTIST AS FILIPINO (1965, Lamberto V. Avellana, Philippines, A+30)

 

DIDDLY SQUAT (2020, Frank Lebon, UK, 15min, A+30)

 

ดูได้ที่

https://www.diddly-squat.uk/

 

BLUE JEANS (1957, Jacques Rozier, France, short film, A+30)

 

ได้ดูหนังในลิสท์นี้ไป 12 เรื่องจาก 40 เรื่อง เราว่ามันขาดหนังจากฟิลิปปินส์ไปนะ 55555 ส่วน 12 เรื่องที่เราเคยดูก็คือ DEAREST SISTER, PREMIKA, TAG, THE DIVINE FURY, METAMORPHOSIS, KRASUE: INHUMAN KISS, IMPETIGORE, THE CLOSET, THE WRATH, ONE CUT OF THE DEAD, SATAN’S SLAVES และ TRAIN TO BUSAN

https://asianmoviepulse.com/2021/02/top-40-asian-horror-films-of-the-decade-2011-2020/3/

 

A PORTRAIT OF THE ARTIST AS FILIPINO (1965, Lamberto V. Avellana, Philippines, A+30)

 

1.สุดฤทธิ์ เราไม่เคยดูหนังของ Lamberto V. Avellana มาก่อนเลย แต่อยากดูหนังของเขามานานหลายปีแล้ว นับตั้งแต่เห็นว่ามีหนังของเขา 3 เรื่องติดอยู่ในลิสท์ 100 BEST FILIPINO FILMS OF ALL TIME ในปี 2007

https://criticafterdark.blogspot.com/2007/08/100-best-filipino-films.html

 

พอได้ดูแล้วก็กราบจอของจริง ทำไมหนังของเขามันงดงามขนาดนี้ หนังเรื่องนี้นำเสนอการล่มสลายของชนชั้นผู้ดีเก่าของฟิลิปปินส์ในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเนื้อเรื่องโฟกัสไปที่สาวแก่ทึนทึกสองคนที่เป็นผู้ดีตกยาก พวกเธอต้องดัดแปลงคฤหาสน์หรูของตัวเองให้กลายเป็นห้องเช่า แล้วรับชายหนุ่มฉกรรจ์คนนึงให้เข้ามาเช่าห้องด้วย ดูแล้วขอยกให้หนังเรื่องนี้เทียบชั้นกับ THE MAGNIFICENT AMBERSONS (1942, Orson Welles), THE RULES OF THE GAME (1939, Jean Renoir, France), THE CHESS GAME OF THE WIND (1976, Mohammad Reza Aslani, Iran), BENDS (2013, Flora Lau, Hong Kong) และ  ELINE VERE (1991, Harry Kümel, Belgium) เลย

 

2.ชอบ “บท” ของหนังมาก ๆ เหมือนบทมันทำได้ดีสุด ๆ ในการสร้างตัวละคร คือบทมันสร้างตัวละครที่ทั้งสมจริงและน่าสนใจ และมันละเอียดมากในการแสดงให้เห็นว่าตัวละครแต่ละตัว “แสดงปฏิกิริยา” อย่างไรต่อตัวละครตัวอื่น ๆ ที่แตกต่างกันไป และละเอียดมาก ๆ ในการแสดงให้เห็นว่า ปฏิกิริยาเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ในแต่ละนาทีเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป หรือเมื่อใครพูดอะไรออกมา

 

คงเป็นเพราะตัวบทนี้มันมาจากละครเวทีด้วยมั้ง มันก็เลยออกมาแน่นปึ้กสุด ๆ แบบนี้ นึกถึงพวกบทละครเวทีของคุณ Ninart Boonpothong ที่แน่นมาก ๆ เหมือนกัน

 

3. รู้สึกว่าหนังสนุกสุดๆ ทั้ง ๆ ที่หนังไม่มีตัวละครพระเอกหรือนางเอกให้เรา identify ด้วยได้เลย คือเหมือนหนังไม่สร้างตัวละครคนดีที่น่าเอาใจช่วยเลยแม้แต่คนเดียว เราได้เห็นแต่ตัวละครที่มีข้อบกพร่องร้ายแรงในตัวเองหลายตัวพ่นพิษใส่กันอย่างรุนแรงตลอดเวลา หนักมาก ๆ

 

4.แต่ดูแล้วแอบนึกถึง  THE EXTERMINATING ANGEL (1963, Luis Buñuel) ด้วยนะ เพราะเอาเข้าจริง ถึงแม้เราจะเข้าใจตัวละคร “ผู้ดี” ใน A PORTRAIT OF THE ARTIST แต่ถ้าเราไปตกอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกับผู้ดีเหล่านี้ เราก็จะไม่ตัดสินใจแบบเดียวกับพวกเธออย่างแน่นอน เราคงตัดสินใจตรงข้ามกับพวกเธอ เพราะเราเกิดมาเพื่อเป็นกะหรี่ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่มีความแคร์ใด ๆ ในสิ่งที่พวกผู้ดีเขาแคร์กัน

 

ดูแล้วก็เลยนึกถึง THE EXTERMINATING ANGEL ด้วย เพราะทั้งหนังฟิลิปปินส์เรื่องนี้และหนังของหลุยส์ บุนเยล ต่างก็สะท้อนให้เห็นว่าพวกผู้ดีตกเป็นเหยื่อความคิดความเชื่ออะไรบางอย่างของตัวเองเหมือนกัน

 

ITO: TAPESTRY (2020, Takahisa Zeze, Japan, A+30)

 

1.รักสุด ๆ ชอบสุด ๆ ปกติเราไม่ค่อยอินกับหนังโรแมนติกนะ แต่เรื่องนี้อินมากๆ เพราะเหมือนหนังเรื่องนี้มันไม่เน้นความรักระหว่างพระเอกกับนางเอกเพียงอย่างเดียว แต่มันสะท้อนให้เห็นว่า “ชีวิต” กับ “เวลา” มันเล่นงาน “มนุษย์” อย่างไรบ้าง มันแสดงให้เห็นว่า ในช่วงเวลา 20 ปีชีวิตมนุษย์มันขึ้นสูงลงต่ำ ผกผันยังไงบ้าง คือเหมือนหนังมันให้ความสำคัญกับ “ความผกผันของชีวิตมนุษย์” ราว 70% และให้ความสำคัญระหว่าง “ความรักระหว่างพระเอกกับนางเอก” แค่ 30% หนังเรื่องนี้ก็เลยเข้าทางเราอย่างสุด ๆ ดูแล้วน้ำตาไหลของจริง

 

2.อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้รักหนังเรื่องนี้อย่างสุด ๆ ก็คือว่า หนังเรื่องนี้ไม่ได้แค่แสดงให้เห็นว่า ชีวิตพระเอกกับนางเอกต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างในช่วง  20 ปีเท่านั้น แต่มันยังแสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงสุด ๆ ในชีวิตของตัวละครเหล่านี้ด้วย

 

2.1 เพื่อนพระเอก (น่ากินมาก)

 

2.2 เมียพระเอก

 

2.3 เพื่อนร่วมงานนางเอก

 

2.4 คนขับรถของนางเอก (น่ากินมาก)

 

2.5 ประธานบริษัทที่ได้นางเอกเป็นเมียเก็บ (น่ากินมาก)

 

2.6 เมียคนที่สองของเพื่อนพระเอก และเราก็ชอบสุด ๆที่หนังแสดงให้เห็นว่า จริงๆ แล้วตัวละครตัวนี้คือตัวละครที่เจออะไรหนักหนาที่สุดในชีวิต คือหนักหนากว่าตัวละครพระเอกนางเอกซะอีก เราชอบหนังแบบนี้มาก ๆ น่ะ หนังที่แสดงให้เห็นว่า จักรวาลไม่ได้หมุนรอบตัวพระเอกนางเอก พระเอกนางเอกเป็นแค่ธุลีเล็ก ๆ ในจักรวาลเท่านั้น ชีวิตของพระเอกนางเอกไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะจริงๆ แล้วชีวิตของตัวประกอบอาจจะหนักกว่าชีวิตของพระเอกนางเอกหลายเท่า

 

3.สิ่งที่ทำให้เราอินกับหนังเรื่องนี้อย่างสุดๆ เป็นการส่วนตัว คือสิ่งเดียวกับที่ทำให้เราอินกับ อีหล่าเอ๋ย (2020, อาทิตย์ ศรีภูมิ, เอกชัย ศรีวิชัย) อย่างสุด ๆ เป็นการส่วนตัว เพราะตัวละครนำในหนังทั้งสองเรื่อง ต่างก็สูญเสียเงินเก็บจนเกือบหมดตัวในช่วงหลังของหนังเหมือน ๆ กัน ซึ่งมันก็ตรงกับประสบการณ์ชีวิตของเราด้วย

 

แล้วยิ่งพอ ITO นำเสนอช่วงเวลา 20 ปีแบบนี้ มันก็เลยทำให้นึกถึงชีวิตของตัวเองมาก ๆ เพราะชีวิตเราก็เคยผ่านพบทั้งช่วงที่มีความสุขสุด ๆ และก็เคยดิ่งลงจนแตะจุดต่ำสุด แทบหมดเนื้อหมดตัว ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเหมือนกัน เราก็เลยรู้สึกว่า ITO มันสะท้อนความจริงของชีวิตตรงนี้ได้ในแบบที่ตรงใจเรามาก ๆ

 

4.เราว่าทั้ง ITO และ “อีหล่าเอ๋ย” มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เรานึกถึงละครทีวีฮ่องกงในทศวรรษ 1980 ด้วยแหละ หนังทั้งสองเรื่องนี้มันเลยครองใจเรา และทำให้เรารักหนังทั้งสองเรื่องอย่างสุดๆ แบบนี้ เพราะละครทีวีฮ่องกงที่เราชอบดูตอนเป็นเด็กนั้น มันก็ชอบนำเสนอตัวละครที่ “สร้างเนื้อสร้างตัว” ตั้งใจทำงาน และเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรงของชีวิตเหมือนกัน เหมือนละครทีวีฮ่องกงที่เราชอบดูมันไม่ได้หล่อเลี้ยงอารมณ์คนดูด้วย “ความรักโรแมนติก” ตลอดเวลาแบบหนังโรแมนติกน่ะ แต่ละครทีวีฮ่องกงที่เราชอบดูมันให้ความสำคัญอย่างมาก ๆ กับ “การดิ้นรนหาเงิน”, “ความมุมานะในการทำงาน” และ “ชะตากรรมที่ผันผวนและไม่ปรานีใคร” ด้วย ซึ่งทั้งอีหล่าเอ๋ย และ ITO ก็มีองค์ประกอบที่เราชอบสุด ๆ เหล่านี้ด้วยเหมือนกัน หนังทั้งสองเรื่องนี้ก็เลยเป็นหนังรักโรแมนติกที่เข้าทางเรามากที่สุด และทำให้เราเสียน้ำตาได้อย่างรุนแรงที่สุด

 

คือพอดู อีหล่าเอ๋ย กับ ITO เราก็เลยนึกถึง one of my most favorite TV series of all time อย่างเช่น ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย ที่นำแสดงโดย หลินจุ้นเสียน อะไรแบบนี้นี่แหละที่เข้าทางเรา

https://www.facebook.com/jit.phokaew/posts/10223154236547629

 

 

 

Thursday, February 04, 2021

OLD JAPANESE DIRECTORS

 

ของเรา Ozu คือตัดไปได้เลยเป็นอันดับแรก เพราะเรา ไม่อินกับครอบครัวในหนังของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว 555 คือหนังของเขา ดีสุดๆแต่ดูแล้ว ไม่อินเลย

 

ส่วน Kurosawa เราก็ชอบหนังของเขาอย่างสุด ๆ แต่หนังของเขาเหมือนไม่ได้บาดลึกเข้าไปในจิตใจเราน่ะ

 

ส่วน Mizoguchi นั้นจริงๆแล้วน่าจะเข้าทางเรามากๆ แต่เราได้ดูหนัง ผู้หญิงของเขาน้อยเกินไป คือเราว่าเขาน่าจะทำหนัง ผู้หญิงได้เข้าทางเราอย่างสุดๆ น่ะ เพราะเราชอบ THE WATER MAGICIAN (1933) กับ A GEISHA (1953) อย่างรุนแรง แต่เราเฉย ๆ กับ UGETSU (1953) และ THE CRUCIFIED LOVERS (1954)

 

จริงๆแล้วผู้กำกับหนังญี่ปุ่นยุคโบราณมีอีกหลายคนมากที่เราได้ดูหนังของเขาน้อยเกินไป (หรือยังไม่ได้ดูเลย) อย่างเช่น Teinosuke Kinugasa, Sadao Yamanaka, Keisuke Kinoshita,Kozaburo Yoshimura เราก็เลยนำผู้กำกับกลุ่มนี้มาเปรียบเทียบด้วยไม่ได้ 55555

 

Yuzo Kawashima ผมเคยดูแค่เรื่องเดียว แต่ก็ชอบสุด ๆ ครับ ส่วน Hiroshi Shimizu กับ Heinosuke Gosho ผมไม่เคยดูเลย อยากดูมากๆ

 

Kaneto Shindo ผมก็ชอบสุด ๆ ครับ แต่เนื่องจากผมเคยดูแต่หนังของเขาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา (ตั้งแต่ THE NAKED ISLAND) ผมก็เลยมักจะรู้สึกว่าเขาอยู่รุ่นเดียวกับพวก Shohei Imamura, Nagisa Oshima มากกว่า 555 ผมก็เลยไม่ได้คิดจะนำเขามาเปรียบเทียบกับรุ่น Naruse, Ozu ที่จบบทบาทการทำงานในทศวรรษ 1960 ทั้งที่จริงๆแล้ว Shindo ก็กำกับหนังมาตั้งแต่ทศวรรษ 1950 และน่าจะเรียกว่าอยู่รุ่นเดียวกับ Akira Kurosawa ได้เหมือนกัน

 

Kon Ichikawa ก็เป็นอีกคนที่อยู่ “รุ่นก้ำกึ่ง” เหมือนกัน แต่ผมชอบหนังของ Kon Ichikawa แค่บางเรื่อง ก็เลยไม่คิดจะนำเขามาเปรียบเทียบด้วย  555555

FILMS SHOWN IN BANGKOK

 

ภาพยนตร์ที่เราอาจจะไม่ได้ดู

สัปดาห์นี้มีเพิ่มเข้ามาใหม่ 8  เรื่อง

48. HAPPIEST SEASON (2020, Clea Duvall, 102min)

 

49. IDEAL HOME (2018, Andrew Fleming, 91min)

 

50. JIU JITSU (2020, Dimitri Logothetis, 102min)

 

51. THE KNIGHT OF SHADOWS: BETWEEN YIN AND YANG (2019, Vash,China, 109min)

 

52. LOVE STORY (1970, Arthur Hiller, 100min)

 

53. SIR SA หล่อซ่าเซอร์กับเธอผู้หวานใจ (1993, Pitchakorn Poedee, 110min)

 

54. SOMEONE, SOMEWHERE (2019, Cédric Klapisch, France, 110min) ฉายที่ Alliance

 

55. WARM BODIES (2013, Jonathan Levine, 98min)


หนังที่เราไม่ได้ดูในสัปดาห์ก่อนๆ

1.THE BROKEN HEARTS GALLERY (2020, Natalie Krinsky, 109min)
2.THE CAVED LIFE ติดถ้ำ (2020, Uruphong Raksasad, Yanin Pongsuwan, Patana Chirawong, Sopawan Boonnimitra, Peerachai Kerdsint)
3.COME AWAY (2020, Brenda Chapman, 94min)
4.THE CRAFT: LEGACY (2020, Zoe Lister-Jones)
5.THE CROODS: A NEW AGE (2020, Joel Crawford, animation, 95min)
6.DORAEMON: NOBITA’S NEW DINOSAUR (2020, Kazuaki Imai, Japan, animation, 111min)
7.THE EMPTY MAN (2020, David Prior, 137min)
8.FEELS GOOD MAN (2020, Arthur Jones, documentary, 92min)
9.FREAKY (2020, Christopher Landon, 102min)
10.GHOSTS OF WAR (2020, Eric Bress, UK)
11.THE ITALIAN JOB (1969, Peter Collinson, UK, 99min)
12.JAWS (1975, Steven Spielberg) ฉายที่ศาลายา
13.LAXMII (2020, Lawrence Raghavendra, India, 141min)
14.LORD OF THE FLIES (1963, Peter Brook, UK, 92min)
15.MALEVOLENT (2018, Olaf de Fleur Johannesson, UK, 89min)
16.MERMAID IN PARIS (2020, Mathias Malzieu, France, 102min)
17.MOBILE SUIT GUNDAM: CHAR’S COUNTERATTACK (1988, Tomino Yoshiyuki, Japan, animation, 124min)
18.MOBILE SUIT GUNDAM F91 (1991, Yoshiyuki Tomino, Japan, animation, 115min)
19.MOBILE SUIT GUNDAM 00 THE MOVIE: A WAKENING OF THE TRAIBLAZER (2010, Seiji Mizushima, Japan, animation, 120min)
20.MOBILE SUIT GUNDAM NARRATIVE (2018, Toshikazu Yoshizawa, Japan, animation, 89min)
21.MY RHYTHM (2020, รพี พิเชียรภาคย์, 100min)
22.OFFICE UPRISING (2018, Lin Oeding, USA)
23.OH MERCY! (2019, Arnaud Desplechin, France) ฉายที่ศาลายา
24.THE OUTPOST (2020, Rod Lurie) มีฉากท้ายเครดิต
25.SEEDA สีดา ตำนานรักโลงคู่ (2020, Ekkachai Srivichai)
26.16 SUNRISES (2018, Pierre-Emmanuel Le Goff, France, documentary, 117min) ฉายที่ Alliance
27.THE SNAKE (2020, วิดิฐ ธัญพันธุ์)
28.TRICKS (2007, Andrzej Jakimowski, Poland) ฉายที่ศาลายา
https://www.imdb.com/title/tt1094278/?ref_=nv_sr_srsg_0
29.THE WITCHES (2020, Robert Zemeckis, 106min)
30.Z (2019, Brandon Christensen, Canada, 83min
31. LA DAME AUX CAMÉLIAS (BALLET DU BOLCHOÏ) (2015, choreographed by John Neumeier, France/Russia, 170min) ฉายที่ Alliance

32. THE HOLY INNOCENTS (1984, Mario Camus, Spain) ฉายที่ศาลายา

33. LUCKY GRANDMA (2019, Sasie Sealy) ฉายที่ Bangkok Screening Room

34.MY MUMMY IS IN AMERICA AND SHE MET BUFFALO BILL (2013, Marc Boréal, Thibault Chatel, France/Luxembourg, animation) ฉายที่ Alliance

35.PETER WRIGHT’S THE NUTCRACKER (2014, Simon Francis, Australia) ฉายที่ Bangkok Screening Room

36. SOUL SNATCHER (2020, Haolin Song, Liqi Yi, China/Hong Kong)

37.A CHRISTMAS GIFT FROM BOB (2020, Charles Martin Smith, UK)

38.HORIZON LINE (2020, Mikael Marcimain, Sweden)

39.MIRACLE ON 34TH STREET (1947, George Seaton)

40. KEY LARGO (1948, John Huston) ฉายที่ BKKSR

 

41. CRAZY ME ลูกบ้าเที่ยวล่าสุด (1993, Itthisunthorn Wichailuck, 123min) ฉายที่ Bangkok Screening Room

 

42.SUMMER HOLIDAY EVERYDAY (1994, Shusuke Kaneko, Japan) ฉายที่ Japan Foundation

https://www.jfbkk.or.th/en/jftheatre202101-2/


43.WE NEED YOUR VOTE (2017, Mathieu Sapin, France) ฉายที่ Alliance วันอังคารที่ 19 ม.ค.

https://afthailande.org/th/event/?eventId=1437#/

 

44. REVENIR (2019, Jessica Palud, France) ฉายที่ Alliance

 

45. PLACE PUBLIQUE (2018, Agnes Jaoui, France) ฉายที่ Alliance

 

46. THE END OF THE STORM (2020, James Erskine, UK, documentary, 99min)

 

47. SONGBIRD (2020, Adam Mason)

AMMONITE

 COLOR OUT OF SPACE (2019, Richard Stanley, A+30) 


Spoilers alert

--

--

--

--

--

เราว่าน่าสนใจดีที่หนังเกี่ยวกับ "การสร้างเขื่อน" ในหลายๆประเทศ ถูกทำออกมาเป็นหนังสยองขวัญ และมันมาในหลายรูปแบบด้วย ทั้งเอเลียน (COLOR OUT OF SPACE), ฆาตกรโรคจิต -- IN DREAMS (1999, Neil Jordan), ผี -- HOWLING VILLAGE (2019, Takashi Shimizu) และนางไม้/เงือก -- MARMORERA (2007, Markus Fischer, Switzerland) 


DETECTIVE CONAN: THE SCARLET SCHOOL TRIP (2019, Yasuichiro Yamamoto, Japan, animation, A+30) 


ชอบโคนันตอนที่ออกมาแนว Agatha Christie แบบนี้ มากกว่าตอนที่ออกมาเป็นหนังแอคชั่น บู๊ วินาศกรรม 


THE WORLD IS DIRECTED BY KARMA (2020, Thaiwijit Puengkasemsomboon) 


วันนี้ดู WONDER WOMAN 1984 (2020, Patty Jenkins, A+25) นางเอกชื่อ Diana แล้วเราก็ดู MONSTER HUNTER (2020, Paul W.S. Anderson, A+20) ต่อ นางเอกชื่อ Artemis สรุปทุกคนคือ "ตัวแทนจากดวงจันทร์ จะมาลงทัณฑ์แกเอง" เหมือน SAILOR MOON  จริงๆทั้ง 3 ตัวละครควรครอสจักรวาลมาเจอกัน 555 


AMMONITE (2020, Francis Lee, UK, A+30) 


1.เหมือนสร้างขึ้นมาประชันกับ PORTRAIT OF A LADY ON FIRE (2019, Celine Sciamma) 55555 และถึงแม้ว่า PORTRAIT อาจจะโด่งดังกว่า แต่ AMMONITE ก็มีข้อดีเป็นของตัวเอง หรือมีจุดดีบางจุดที่ PORTRAIT ไม่มี 


จุดที่เราชอบใน AMMONITE มากที่สุด ก็คืออาชีพเก็บซากฟอสซิลของนางเอกในทศวรรษ 1840 นี่แหละ รุนแรงมาก เป็นอาชีพที่น่าสนใจมาก ๆ และเราแทบไม่เคยเห็นมันได้นับการนำเสนอในภาพยนตร์มาก่อนเลย เราก็เลยให้ AMMONITE ชนะ PORTRAIT ในจุดนี้ เพราะเราว่าอาชีพนี้น่าสนใจกว่าอาชีพจิตรกรของหนึ่งในนางเอกของ PORTRAIT  เพราะอาชีพจิตรกรได้รับการนำเสนอในหนังมาเยอะแล้ว อย่างเช่นใน  ARTEMISIA (1997, Agnes Merlet) 


2. ส่วนในด้านการแสดงนั้น เราว่าสุดยอดพอ ๆ กันทั้งสองเรื่อง นางเอกทั้ง 4 คนในทั้งสองเรื่องแสดงได้ดีมาก ๆ เราชอบการแสดงของ Kate Winslet ในหนังเรื่องนี้อย่างสุด ๆ แต่การแสดงของ Adele Haenel  ใน PORTRAIT ก็สุดตีนเช่นกัน กินกันไม่ลงจริง ๆ 


ดูแล้วนึกถึง HEAVENLY CREATURES (1994, Peter Jackson, New Zealand) ด้วย เพราะในเรื่องนั้น Kate ก็เล่นเป็นเลสเบียนเช่นกัน 


3.ชอบการแสดงของ  Gemma Jones กับ Fiona Shaw ในหนังเรื่องนี้มาก ๆ