Sunday, June 11, 2023

BOOKLET

 

ชอบมาก ๆ ที่ในงานฉายหนังเรื่อง COME WITH ME TO THE CINEMA – THE GREGORS (2023, Alice Agneskirchner, documentary, A+30) ที่หอภาพยนตร์ ศาลายาในวันเสาร์ที่ 10 มิ.ย. มีการแจก booklet ประกอบการฉายหนังด้วย เป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับเราอย่างมาก ๆ

 

อยากดูหนังหลายเรื่องที่ถูกอ้างอิงถึงใน COME WITH ME TO THE CINEMA มาก ๆ โดยเฉพาะ

 

1.TRIUMPH OVER VIOLENCE (1965, Mikhail Romm, USSR)

หนังสารคดีที่เป็นการสำรวจและวิเคราะห์ Nazi

 

2.RED SUN (1970, Rudolf Thome, West Germany)

เราชอบหนังของ Rudolf Thome เรื่อง BERLIN CHAMISSOPLATZ (1980) กับ TAROT (1986) อย่างสุด ๆ อยากให้มีคนจัดงาน retrospective ของ Rudolf Thome มาก ๆ

 

3.STORIES OF A DUMPSTER KID (1969-1971, Edgar Reitz + Ula Stöck, West Germany)

อยากให้มีคนจัดงาน retrospective ของ Ula Stöckl ในกรุงเทพอีกรอบมาก ๆ (เราเข้าใจว่าเคยมีการจัดงานนี้ไปแล้วในกรุงเทพในทศวรรษ 1980 หรือเปล่า)  เพราะหนังเรื่อง THE SLEEP OF REASON (1984, Ula Stöckl) นี่ถือเป็น one of my most favorite films of all time แต่เรายังไม่เคยได้ดูหนังเรื่องอื่น ๆ ของเธอเลย

 

4.THE CHILDREN OF GOLZOW (1961-2007, Barbara Junge + Winfried Junge, documentary, East Germany)

เราเพิ่งรู้ว่ามีหนังสารคดีชุดนี้อยู่บนโลกใบนี้ด้วย หนังที่ตามติดชีวิตจริงของคน 18 คนในเยอรมันตะวันออกเป็นเวลานาน 46 ปี เราคิดว่ามันคงเป็นหนังที่สำคัญพอ ๆ กับหนังชุด 7 UP ของ Michael Apted ที่ตามติดชีวิตคนกลุ่มหนึ่งในอังกฤษเป็นเวลานาน 54 ปี , หนังชุด WITTSTOCK ของ Volker Koepp ที่ตามติดชีวิตสาวโรงงานในเยอรมันตะวันออกเป็นเวลานานหลายสิบปี และหนังชุด ROMANS D’ADOS 2002-2008 (2010, Béatrice Bakhti, A+30) ที่ตามติดชีวิตเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์เป็นเวลานาน 6 ปี

 

5.TOM, TOM, THE PIPER’S SON (1969, Ken Jacobs, 115min)

Saturday, June 10, 2023

ARE YOU THERE GOD? IT’S ME, MARGARET.

 

ดีใจสุดขีดที่วันนี้ได้ดู COME WITH ME TO THE CINEMA – THE GREGORS (2022, Alice Agneskirchner, Germany, documentary, A+30) จะบอกว่า ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด เราเคยดูหนังเรื่อง RAULIENS REVIER (1995, Alice Agneskirchner) ที่เป็นผลงานการกำกับเรื่องแรกของคุณ Alice ด้วย เพราะเราเคยจดบันทึกไว้ว่า เราเคยดูหนังเรื่อง RAULIENS REVIER ในราว ๆ เดือนธ.ค.ปี 1995 ซึ่งน่าจะได้ดูที่สถาบันเกอเธ่ ซ.สาทร 1 แต่เราจำไม่ได้แล้วว่า หนังเรื่องนี้มันเกี่ยวกับอะไร แต่ใน imdb.com บอกว่า หนังที่มีชื่อเรื่องว่า RAULIENS REVIER มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้น เราก็เลยเดาว่า มันน่าจะเป็นหนังของคุณ Alice นี่แหละ ที่เข้ามาฉายในกรุงเทพในราว ๆ เดือนธ.ค.ปี 1995

 

ก็รู้สึกแย่มาก ๆ นะ ที่เราจำอะไรเกี่ยวกับหนังเรื่อง RAULIENS REVIER ไม่ได้เลย หลังจากเวลาผ่านมานาน 27 ปีแล้ว มีใครได้ดูหนังเรื่องนี้บ้างไหมคะ แต่เราก็บอกตัวเองว่า สาเหตุนึงที่อาจจะทำให้เราจำอะไรเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะว่า เราได้ดูหนังเรื่องนี้ ในสัปดาห์เดียวกับที่เราได้ดู THE BRIDGES OF MADISON COUNTY (1995, Clint Eastwood) ในโรงภาพยนตร์ 2 รอบ และดู FALLEN ANGELS นักฆ่าตาชั้นเดียว (1995, Wong Kar-wai) ในโรงภาพยนตร์ 3 รอบก็ได้ ซึ่งหนังทั้งสองเรื่องนี้ต่างก็เป็น one of my most favorite films of all time หัวสมองของเราในสัปดาห์นั้นของเดือนธ.ค.ปี 1995 ก็เลยมัวแต่ไปจดจำอะไรเกี่ยวกับหนังสองเรื่องนี้ และก็ไม่มีเพื่อนๆ คนไหนมาชวนเราพูดคุยเกี่ยวกับหนังเรื่อง RAULIENS REVIER ในเวลาต่อมาอีกด้วย ความทรงจำของเราที่มีต่อหนังเยอรมันเรื่องนั้นก็เลยค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา ฮือ ๆ ๆ

 

แต่จนบัดนี้ เรายังจำได้เลยนะว่า เราดู FALLEN ANGELS รอบแรกที่โรงหนังในห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และดู FALLEN ANGELS รอบสองกับรอบสามที่โรงภาพยนตร์ในห้าง WORLD TRADE CENTER และก็จำได้ด้วยว่า หลังจากดู FALLEN ANGELS เสร็จ เราก็บอกตัวเองว่า “ชั้นคือ หลี่เจียซิน” และพยายามทำท่าทำทางเลียนแบบหลี่เจียซินอยู่พักนึงในช่วงนั้นในปี 1995  55555

 

ARE YOU THERE GOD? IT’S ME, MARGARET. (2023, Kelly Fremon Craig, A+30)

 

1.จำได้ว่าเราเคยอ่านนิยายเรื่องนี้ของ Judy Blume ตอนเด็ก ๆ แล้วตอนนั้นเรารู้สึกว่ามัน “เกรดบี” มาก ๆ 5555555 (ประมาณว่า ถ้าหากนิยายของ Jane Austen ถือเป็นนิยายเกรดเอ นิยายของ Barbara Cartland ก็ถือเป็นนิยายเกรดบี อะไรทำนองนี้) แต่ทำไมเรารู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มันดูดีกว่าตอนเป็นนิยายมาก ๆ  เราก็เลยสงสัยว่า มันเป็นเพราะสาเหตุอะไรกันแน่ ระหว่าง

 

1.1 เราประเมินนิยายเรื่องนี้ต่ำเกินไปในตอนนั้น เพราะนิยายเรื่องนี้มันดีและมีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้ว และสาเหตุที่เราประเมินนิยายเรื่องนี้ต่ำเกินไปในตอนนั้น อาจจะเป็นเพราะเราไม่ใช่ผู้หญิง เราก็เลยไม่เข้าใจความดีงามของนิยายเล่มนี้ได้อย่างเต็มที่ และอาจจะเป็นเพราะเราได้อ่านนิยายเรื่องนี้ในตอนที่เราเด็กเกินไป เราก็เลยไม่เข้าใจข้อดีหลาย ๆ อย่างในนิยายเรื่องนี้

 

1.2 ผู้สร้างหนังเรื่องนี้ “ดัดแปลง” นิยายเรื่องนี้ได้อย่างเก่งกาจมาก ๆ รู้ว่าการดัดแปลงนิยายแบบนี้ให้ออกมาเป็นสื่อภาพยนตร์ควรทำอย่างไร ตัวหนังก็เลยออกมาดูดี

 

ซึ่งเรื่องนี้เราก็ไม่มีคำตอบ เพราะเราจำรายละเอียดในนิยายเรื่องนี้ไม่ได้แล้ว เราอ่านมันมานานเกิน 30 ปีแล้ว ก็เลยคิดว่าต้องให้คนอื่น ๆ มาเป็นคนตอบดีกว่าว่า ตัวนิยายกับตัวภาพยนตร์นั้น มันแตกต่างจากกันอย่างไรบ้าง

 

2.ประเด็นนึงที่คุยกันกับเพื่อนหลังดูหนังเรื่องนี้จบ ก็คือว่า ถึงแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะไม่ได้กำกับโดย James L. Brooks แต่มันก็อำนวยการสร้างโดย James L. Brooks และเราก็รู้สึกว่า มันดูไปกันได้ดีกับหนังที่กำกับโดย James L. Brooks อย่างเช่น TERMS OF ENDEARMENT (1983), AS GOOD AS IT GETS (1997) และ SPANGLISH (2004) มาก ๆ

 

3.นึกว่าหนังเรื่องนี้เป็น PREQUEL ของ LA BOUM (1980, Claude Pinoteau)  และกลุ่มหนังเด็กสาววัยรุ่นที่นำแสดงโดย Mary-Kate Olsen กับ Ashley Olsen อย่างเช่น OUR LIPS ARE SEALED (2000), WINNING LONDON (2001) และ HOLIDAY IN THE SUN (2001)

 

Thursday, June 08, 2023

PORTRAIT OF JASON (1967, Shirley Clarke, documentary, A+30)

 

PORTRAIT OF JASON (1967, Shirley Clarke, documentary, A+30)

 

https://www.lecinemaclub.com/now-showing/portrait-of-jason/

 

กราบตีน ถือเป็นหนึ่งในหนังที่สำคัญสุด ๆ สำหรับเราทั้งในแง่ประวัติศาสตร์หนังสารคดี, หนัง queer, หนังเกี่ยวกับโสเภณีชาย และหนังเกี่ยวกับชีวิตคนดำ

 

ดูแล้วนึกถึงเพื่อนคนนึงที่เสียชีวิตไปแล้วมาก ๆ เพราะเราเองก็อยากให้มีคนสัมภาษณ์เขาแบบนี้อย่างสุด ๆ เพราะเขาเป็นคนที่มีประวัติชีวิตที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับเรา เขาเป็นเกย์ที่เคยได้กับผู้ชายมาแล้วไม่รู้กี่ร้อยคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรรมกรก่อสร้างและชนชั้นแรงงาน แต่เสียดายที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว เพราะฉะนั้นตอนที่เราดูหนังเรื่องนี้ เราก็เลยรู้สึกเสียดายที่ไม่มีคนบันทึกชีวิตเขาเก็บไว้ และเราก็รู้สึกดีใจไปด้วยในเวลาเดียวกันที่มีคนทำหนังแบบนี้ออกมา ซึ่งเป็นหนังที่ให้ subject พูดถึงชีวิตตัวเองไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง แต่แค่นี้มันก็ออกมาทรงพลังสุด ๆ และเปี่ยมล้นไปด้วยน้ำเนื้อของ “ชีวิต” อย่างสุด ๆ สำหรับเราแล้ว

 

 

A FAIRY TALE FOR LITTLE CHILDREN (MAYBE NOT)

 

Once upon a time, there was a teddy bear named Jit Phokaew. He/She/It had a very pure and kind heart. Many handsome men fell in love with him/her/it. Jit also fell in love with them. Since Jit’s heart was so kind, Jit didn’t want to break their hearts by choosing only one man to love and rejecting the love of all the other. So Jit decided to have 30 husbands all at the same time. Jit and his/her/its thirty husbands lived together very happily ever after.

 

FAVORITE FILMS ABOUT TIME TRAVEL OR SOMETHING LIKE IT

 

IN ALPHABETICAL ORDER

 

1. THE BUTTERFLY EFFECT (2004, Eric Brest, J. Mackye Gruber)

 

2. CELINE AND JULIE GO BOATING (1974, Jacques Rivette, France)

 

3.CHAN KEO (2017, Sonepasith Phonphila, Laos)
https://vimeo.com/210500270

 

4.FATHER & SON (2015, Sarawut Intaraprom)

 

5.PEGGY SUE GOT MARRIED รักนั้น...หากเลือกได้ (1986, Francis Ford Coppola)

 

6.PREDESTINATION (2014, Michael Spierig, Peter Spierig, Australia)

 

7.SECRET AMONG WINGS ความลับในฝูงนก (2022, Warat Bureephakdee)

 

8.SOMEWHERE IN TIME รักเอยไม่เคยเลยลับ (1980, Jeannot Szwarc)

 

9.VOYAGERS! (1982-1983, TV series)

 

10.แล้วก็หนังสั้นตอนนึงในรายการทีวีแนว ๆ TWILIGHT ZONE หรือ MYSTERY SCIENCE THEATER 3000 ที่เล่าเรื่องของชายหนุ่มคนหนึ่งที่หล่อมาก ๆ มากจนเขาอยากจะร่วมรักกับตัวเขาเอง เขาก็เลยแปลงเพศเป็นผู้หญิงสาวสวย แล้วเดินทางย้อนเวลากลับไปในอดีตเพื่อร่วมรักกับตัวเองตอนที่เขายังเป็นหนุ่มหล่ออยู่ เสียดายที่เรานึกไม่ออกว่ารายการทีวีนั้นคือรายการอะไร มีใครนึกออกบ้าง

 

แต่ถ้าหากพูดถึงนิยาย เราก็นึกถึงนิยายของ “ตรี อภิรุม” เรื่องนึงที่เราเคยอ่านตอนเด็ก ๆ แต่เรานึกชื่อเรื่องไม่ออก ที่เป็นเรื่องของนางเอกได้หนังสือวิเศษมาเล่มนึง ที่พอนางเอกเอานิ้วจิ้มไปในแต่ละหน้า แล้วก็จะเดินทางย้อนอดีตไปในยุคหลายร้อยหลายพันปีก่อนได้ เหมือนมีช่วงนึงที่นางเอกย้อนไปในยุคของพระกัสสปพุทธเจ้าด้วย (พระพุทธเจ้ายุคก่อนหน้าเรา ส่วนยุคของเราคือยุคของพระโคตมพุทธเจ้า)  ถ้าหากเราจำไม่ผิด แล้ว setting ตอนนั้นคือสุดขีดมาก เพราะมันเป็นช่วง “กลียุค” ในตอนปลายของยุคพระกัสสปพุทธเจ้า คือนึกว่าสามารถเอา setting ตอนนั้นมาทำเป็นอะไรแบบ MAD MAX: FURY ROAD ได้เลย

 

ใครนึกชื่อออกบ้างว่ามันคือนิยายเรื่องอะไร เราว่ามันเหมาะเอามาดัดแปลงทำเป็นหนัง/ละครมาก ๆ เพราะมันสนุกสุดขีด

 

Film Wish List: ANNA KARENINA (1935, Clarence Brown)

 

อยากดูเวอร์ชั่นนี้มาก ๆ เพราะเราชอบ quote จากหนังเรื่องนี้มาก ๆ ที่นางเอกมีความสุข แล้วเธอก็รู้สึกว่า “ชีวิตจะลงโทษเธอ เพราะเธอมีความสุข”

 

เราเคยดู ANNA KARENINA (1997, Bernard Rose) นะ แต่จำไม่ได้ว่ามีบทสนทนานี้ในหนังเวอร์ชั่นนั้นหรือเปล่า

Tuesday, June 06, 2023

THE KID (1921, Charlie Chaplin, A+30)

 

THE KID (1921, Charlie Chaplin, A+30)

 

มีดิฉันคนเดียวหรือเปล่าที่กรี๊ดกร๊าด Carl Miller อย่างรุนแรงจากหนังเรื่องนี้ รู้สึกว่าเขาตรงสเปคเรามาก ๆ คือดูแล้วไม่แปลกใจที่นางเอกท้องไม่มีพ่อกับเขา เพราะถ้าหากดิฉันเป็นหญิงสาวที่มีชายหนุ่มแบบนี้มาจีบ ดิฉันก็คงยากจะหักห้ามใจไม่ให้เสย he ใส่เขาได้

 

จริง ๆ แล้วรู้สึกว่า Charlie Chaplin เก่งมาก ๆ ที่ใส่ Carl Miller เข้ามาเพียงฉากเดียวสั้น ๆ และใส่ text เข้ามาเพียงแค่นิดเดียวในทำนองที่ว่า ผู้ชายคนนี้คือพ่อของเด็ก แล้ว Chaplin ก็สามารถเล่าเรื่อง+ให้ข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับตัวละครหนุ่มหล่อคนนี้ผ่านทางรูปแบบหนังเงียบได้ครบถ้วนสมบูรณ์หมดเลย เพราะในฉากสั้น ๆ นี้ เราจะเห็นได้ว่า

 

1.Carl Miller หล่อมากในสายตาของดิฉัน เพราะฉะนั้นก็เลยไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเลยแม้แต่นิดเดียวที่นางเอกจะท้องไม่มีพ่อกับเขา

 

2.เขาท่าทางจะเป็น “จิตรกรไส้แห้ง” เพราะฉะนั้นผู้ชมจึงรู้ได้ในทันทีว่า เขามีปัญหาทางการเงิน และนางเอกไม่สามารถหวังพึ่งเขาได้

 

3.เขารักหรือชอบนางเอกมากพอสมควร แต่เขาไม่ได้รักเธอมากจนถึงขั้นที่จะยอมลำบากทำทุกอย่างในชีวิตเพื่อเธอ โดยหนังถ่ายทอดอะไรแบบนี้ผ่านทางรูปแบบหนังเงียบได้หมดเลยในเวลาสั้น ๆ ผ่านทางการให้เขาดูรูปถ่ายของเธอแบบรักใคร่ อาลัยอาวรณ์ แต่พอรูปถ่ายโดนไฟไหม้บางส่วนโดยบังเอิญ เขาก็เสียใจ แต่ก็ตัดสินใจโยนรูปถ่ายเข้ากองไฟไปอีกครั้งในที่สุด (ถ้าจำไม่ผิด)

 

คือเราว่าจริง ๆ แล้วเนื้อเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง Carl Miller กับนางเอกนี่สามารถนำมาเล่าให้ยาวแบบ 15-30 นาทีได้สบายมาก ๆ เลยนะ แต่ Chaplin เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์รักโศกสลดของ Carl Miller กับนางเอกได้ในเวลาแค่ราว 3-5 นาที แต่ได้ข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วนหมดเลย โดยที่ตัวละครไม่ต้องพูดอะไรเลยด้วย กราบมากๆ

 

ตอนที่ดูหนังเรื่องนี้ ดิฉันก็ลุ้นให้ Carl Miller โผล่มาอีกครั้งในช่วงหลัง ๆ ของเรื่องนะ แต่เขาก็ไม่โผล่มา 55555

FAVORITE FILM ENDINGS

 

FAVORITE FILM ABOUT ROBOTS

 

in alphabetical order

 

1.ALIEN: COVENANT (2017, Ridley Scott)

 

2.DEADLY FRIEND (1986, Wes Craven)

 

3.THE DOLL (1919, Ernst Lubitsch, Germany)

 

4.FRIENDSHIP’S DEATH (1987, Peter Wollen, UK)

 

5.ROBOKON (2003, Tomoyuki Furumaya, Japan)

 

FAVORITE FILM ENDINGS

 

in alphabetical order

 

1. THE ARMY OF SHADOWS (1969, JEAN-PIERRE MELVILLE, FRANCE)

2.THE BANGKOK BOURGEOIS PARTY ความลักลั่นของงานรื่นเริง (2007, Prap Boonpan)

 

3.BEAU TRAVAIL (1999, Claire Denis, France)

 

4.LA BELLE NOISEUSE (1991, Jacques Rivette, France, 3hours 58mins)

 

5..THE CASTLE (1997, MICHAEL HANEKE, AUSTRIA)

6.CELINE AND JULIE GO BOATING (1974, Jacques Rivette, France)

 

7.LA CEREMONIE (1995, CLAUDE CHABROL, FRANCE)

8.CROCODILE DUNDEE (1987, Peter Faiman, Australia)

 

9.THE ECLIPSE (1962, Michelangelo Antonioni, Italy)

 

10.GILLES’ WIFE (2004, Frédéric Fonteyne, Belgium)

 

11.THE GREEN RAY (1986, Éric Rohmer, France)

 

12.THE HEART OF ME (2002, Thaddeus O’ Sullivan, UK)

 

13.JEANNE DIELMAN, 23 QUAI DU COMMERCE, 1080 BRUXELLES (CHANTAL AKERMAN, BELGIUM)

14.LOVELY RITA (2001, JESSICA HAUSNER, AUSTRIA)

 

15.THE MARRIAGE OF MARIA BRAUN (1979, RAINER WERNER FASSBINDER, WEST GERMANY)

 

16.MELANCHOLIA (2011, Lars von Trier)

 

17.MONSTER (2003, Patty Jenkins)

 

18.MOUCHETTE (1967, Robert Bresson, France)

 

19.MUSIC BOX (1989, Costa-Gavras)

 

20.MY LITTLE EYE (2002, Marc Evans, UK)

 

21.MY MOTHER’S COURAGE (1995, Michael Verhoeven, Germany)

 

22.NÓI ALBINÓI (2003, Dagur Kári, Iceland)

 

23.NO PLACE TO GO (OSKAR ROEHLER, GERMANY)

24.THE REFLECTING SKIN (1990, Philip Ridley, UK/Canada)

 

25.A SCENE AT THE SEA (1991, Takeshi Kitano, Japan)

 

26.THE SECOND AWAKENING OF CHRISTA KLAGES (1978, Margarethe von Trotta, West Germany)

 

27.STRAIGHT THROUGH THE HEART (1983, Doris Dörrie, West Germany)

 

28.SWANN (1996, Anna Benson Gyles, Canada)

 

29.A TALKING PICTURE (2003, Manoel de Oliveira, Portugal)

 

30.TU AS CRIE: LET ME GO (1997, Anne Claire Poirier, Canada, documentary)

 

31.UNDER THE SAND (2000, François Ozon, France)

 

32.UP, DOWN, FRAGILE (1995, Jacques Rivette, France)

Monday, June 05, 2023

FILM WISH LIST: THE MARCH ON ROME

 

FILM WISH LIST: THE MARCH ON ROME (2022, Mark Cousins, Italy, documentary, 98min)

 

อยากดูมาก ๆ หนังสารคดีที่พาเราไปสำรวจหนังโฆษณาชวนเชื่อในอิตาลีในทศวรรษ 1920 เพื่อสำรวจว่าหนังโฆษณาชวนเชื่อเหล่านั้นใช้เทคนิคแบบใด, ใช้มุมกล้องแบบใด, ใช้การตัดต่อแบบใด เพื่อช่วยทำให้มุสโสลินีและระบอบ FASCISM เรืองอำนาจขึ้นมาในอิตาลี และสำรวจวิธีการแบบเดียวกันนี้ที่นำไปใช้ในหนังโฆษณาชวนเชื่อของระบอบ FASCISM ในยุคนั้นในเยอรมนี, สเปน และญี่ปุ่นด้วย รวมทั้งตั้งคำถามถึงการเรืองอำนาจของระบอบ FASCISM ในยุคปัจจุบันด้วย

Sunday, June 04, 2023

FOOLISH WIVES

 RIP JACQUES ROZIER (1926-2023)

 

เคยดูหนังของเขาแค่ 2 เรื่องเอง ซึ่งก็คือ BLUE JEANS (1957) กับ THE BEACHES OF OROUET (1971)  เราชอบ THE BEACHES OF OROUET อย่างรุนแรงที่สุด ถือเป็นหนึ่งในหนังที่ชอบที่สุดที่ได้ดูในปี 2020 เราเคยเขียนถึงหนังเรื่องนี้ไว้ที่นี่

https://web.facebook.com/photo/?fbid=10223547687303652&set=a.10222283837628200

FOOLISH WIVES (1922, Erich von Stroheim, second viewing, 147MIN, A+30)

 

ชอบหนังอย่างสุด ๆ หนึ่งในสิ่งที่ชอบอย่างรุนแรงมากเป็นพิเศษในหนังเรื่องนี้ ก็คือตัวละครประกอบชายคนนึงที่โผล่มาแค่ 2 ฉาก ซึ่งก็คือทหารวัยกลางคนคนนึง ไม่แน่ใจว่าเป็นทหารอเมริกันหรือเปล่า ในฉากแรกที่เขาโผล่มานั้น นางเอกทำหนังสือตกลงไปที่พื้น เขาอยู่ใกล้ ๆ แต่เขาก็ไม่ช่วยเก็บ พระเอกก็เลยไปเก็บหนังสือนิยาย FOOLISH WIVES ขึ้นมาจากพื้น แล้วทำอาการไม่พอใจใส่เขา แล้วพระเอกกับนางเอกก็อ่านเนื้อหาใน FOOLISH WIVES ที่บอกในทำนองที่ว่า “คนอเมริกันนั้นไร้มารยาท ไร้พื้นเพด้านวัฒนธรรม ไม่เหมือนกับชาวยุโรปที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่มานานหลายร้อยปี คนอเมริกันนั้นทำงานหนักเหนื่อย หาแต่เงิน ก็เลยกลายเป็นคนที่หลงลืมมารยาทไปบ้างในบางที” แล้วพระเอกกับนางเอกก็ทำอาการเหมือนกับว่า สิ่งที่เขียนในหนังสือเล่มนั้นสอดคล้องกับสิ่งที่ทหารชายคนนั้นทำได้เป็นอย่างดี เพราะทหารชายคนนั้นไม่ยอมช่วยนางเอกเก็บหนังสือที่ตกลงไปที่พื้น

 

ในฉากที่สองที่ทหารชายคนนั้นโผล่มา นางเอกเห็นเสื้อคลุมของเขาตกอยู่ที่พื้น แล้วเขาก็ยืนอยู่ใกล้ ๆ แต่เขาก็ไม่ได้เก็บเสื้อคลุมอันนั้นขึ้นมา นางเอกก็เลยสังเกตดูแล้วก็พบว่า จริง ๆ แล้วเขา “แขนขาดทั้ง 2 ข้าง” นางเอกก็เลยเข้าใจแล้วว่า ทำไมเขาถึงไม่ช่วยเธอเก็บหนังสือขึ้นมาจากพื้น นางเอกสำนึกผิดอย่างรุนแรงที่เคยเข้าใจเขาผิด เคยดูถูกเขาว่าเป็นคนไร้น้ำจิตน้ำใจ ไร้มารยาท นางเอกก็เลยช่วยเขาเก็บเสื้อคลุมขึ้นมาจากพื้น

 

เราดูตัวละครตัวนี้แล้วรู้สึกซึ้งมาก ๆ เลยน่ะ ดูแล้วแทบร้องไห้ ถึงแม้เขาจะโผล่มาแค่นิดเดียว ขอยกให้ฉาก “เสื้อคลุมตกพื้น” นี่ถือเป็นหนึ่งในฉากคลาสสิคสำหรับเราไปเลย

 

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า สาเหตุที่เรารู้สึกซึ้งและประทับใจอย่างรุนแรงกับตัวละครตัวนี้ เป็นเพราะเหตุผลส่วนตัวด้วยหรือเปล่า เพราะเราป่วยเป็นโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2013 แล้ว ทำให้เราไม่สามารถยกของหนักได้ แล้วอาการของโรคนี้ก็มากำเริบขึ้นอย่างรุนแรงอีกทีตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2022 เป็นต้นมา 

 

เพราะฉะนั้นตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา เราก็เลยจะเป็นคนที่ “เห็นคนแก่หรือผู้หญิงยกของหนัก เราก็จะไม่เข้าไปช่วย เพราะเราไม่สามารถช่วยได้” เพราะถ้าหากเราไปช่วยเขายกของหนัก หมอนรองกระดูกเราก็อาจจะเคลื่อนหนักมากขึ้นกว่าเดิมอีก คือแค่นี้เราก็แทบจะทนมีชีวิตอยู่อีกต่อไปไม่ได้แล้ว

 

เพราะฉะนั้นพอเราเห็นตัวละครตัวนี้ใน FOOLISH WIVES มันก็เลยอาจจะทำให้นึกถึงตัวเองด้วยมั้ง คือแค่ตัวเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอดแล้ว ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรใครได้อีกต่อไป ส่วนคนอื่น ๆ จะมองเราอะไรยังไง ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องแคร์อะไรใด ๆ ทั้งสิ้น

Friday, June 02, 2023

RIP MARGIT CARSTENSEN

RIP Margit Carstensen (1940-2023), one of my most favorite actresses of all time

 

หนังของเธอที่เคยดู เรียงตามลำดับเวลาของปีที่ออกฉาย

 

1.THE NIKLASHAUSEN JOURNEY (1970, Rainer Werner Fassbinder, Michael Fengler)

 

2.THE BITTER TEARS OF PETRA VON KANT (1972, Rainer Werner Fassbinder)

 

3.BREMEN FREEDOM (1972, Rainer Werner Fassbinder)

 

4.NORA HELMER (1974,  Rainer Werner Fassbinder)

 

5.MOTHER KUSTERS GOES TO HEAVEN (1975, Rainer Werner Fassbinder)

 

6.THE THIRD GENERATION (1989, Rainer Werner Fassbinder)

 

7.BERLIN ALEXANDERPLATZ (1980, Rainer Werner Fassbinder, 15hours 31mins)

 

8.POSSESSION (1981, Andrzej Zulawski)

 

9.ANGRY HARVEST (1985, Agnieszka Holland)

 

10.FINSTERWORLD (2013, Frauke Finsterwalder)

 

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เราชอบเธอมาก ๆ เป็นเพราะว่า

 

1.BREMEN FREEDOM ซึ่งเป็นหนังที่เธอแสดงเป็นนางเอกนั้น ถือเป็น ONE OF MY MOST FAVORITE FILMS OF ALL TIME โดยหนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริงของผู้หญิงที่เป็นฆาตกรโรคจิตที่ฆ่าคนตายไปเป็นจำนวนมาก แต่เราดูแล้วร้องไห้ร้องห่มอย่างรุนแรง และรู้สึกว่าการแสดงของเธอมันบาดลึกเข้าไปในหัวใจของเราอย่างหนักที่สุด เราเคยเขียนถึงหนังเรื่องนี้เป็นภาษาอังกฤษใน imdb ในปี 2000 ด้วย
https://www.imdb.com/review/rw0121408/?ref_=tt_urv

 

2.เราชอบ “บุคลิก” ของเธอเป็นการส่วนตัวด้วยแหละ คือในบรรดานักแสดงหญิงของ Fassbinder นั้น มีที่เราชอบสุด ๆ อยู่ 4 คน ซึ่งได้แก่

 

2.1 Margit Carstensen

 

2.2 Brigitte Mira

 

2.3 Irm Hermann

 

2.4 Hanna Schygulla

 

ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะชอบทั้ง 4 คนอย่างสุดๆ แต่เราก็ identify ตัวเองกับ Margit Carstensen มากที่สุด เพราะเราว่า Brigitte Mira ดูเป็น “คุณป้า” เราก็เลยชอบเธอในฐานะนักแสดง แต่ไม่ได้ identify ตัวเองกับเธอ ส่วน Irm Hermann นั้นปกติแล้วก็มักจะรับบทผู้หญิงที่ดู “อ่อนแอ” เกินไปสำหรับเรา ในขณะที่ Hanna Schygulla นั้นก็มักจะรับบทผู้หญิงที่ดูมี “จริตจะก้านแบบผู้หญิง” หรือดูมี “เสน่ห์ทางเพศแบบผู้หญิง” มากเกินไปสำหรับเรา

 

เราก็เลยรู้สึก identify ตัวเองกับ Margit Carstensen มากที่สุด เพราะเรามักจะไม่ identify ตัวเองกับตัวละครหญิงที่ “ดูสวย มีเสน่ห์ sexy” และไม่ identify ตัวเองกับตัวละครหญิงที่ “อ่อนแอ” น่ะ แต่เรามักจะ identify ตัวเองกับตัวละครหญิงที่ “มีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต” เพราะฉะนั้น Margit Carstensen ก็เลยครองตำแหน่งหนึ่งในนักแสดงหญิงที่เราชื่นชอบที่สุดตลอดกาลไปเลย

 

อยากดูหนังอีกหลาย ๆ เรื่องของ Margit Carstensen มาก ๆ โดยเฉพาะ MARTHA (1974), FEAR OF FEAR (1975), SATAN’S BREW (1976), CHINESE ROULETTE (1976) ที่ Margit ปะทะกับ Anna Karina, ADOLF AND MARLENE (1977, Ulli Lommel) ที่ Margit รับบทเป็น Marlene Dietrich และ 100 YEARS OF ADOLF HITLER – THE LAST HOUR IN THE FUHRERBUNKER (1989, Christoph Schlingensief)


FAVORITE FILMS IN THE FIRST FIVE MONTHS OF 2023

 

หนังที่ชอบสุดขีดที่ได้ดูในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้รวมถึงหนังเรื่อง

 

1.ALICE, DARLING (2022, Mary Nighy)

 

2. THE BATTLE AT LAKE CHANGJIN (2021, Chen Kaige, Tsui Hark, Dante Lam, China)

 

3. CCTV (FROM CORNER OF THE STREET VIEWPOINTS; PATTANI, YALA NARATHIWAT) (2022, Satu Padu Collaborative, Prach Pimarnman, video installation in 3 channels, 15min)

 

4.CHILDREN OF THE MIST (2021, Ha Le Diem, Vietnam, documentary)

 

5.A CHIP OFF THE OLD BLOCK (2023, Nontawat Numbenchapol, Kridpuj Dhansandors, video installation)

 

6.FROLICKED IN THE AUTUMN MIST (2023, Hathaitat Kraiklang)

 

7.INTOLERANCE (2021, Keisuke Yoshida, Japan)

 

8.MADAME X – AN ABSOLUTE RULER (1977, Ulrike Ottinger, West Germany, second viewing)

 

9.SIAN LANG THE MOVIE เซียนหรั่ง เดอะ มูฟวี่ (2023, Phuwanet Seechomphu)

 

10.TO ALL OF YOU THAT LOVED (2022, Jun Matsumoto, Japan, animatiion) + TO THE ONLY ONE WHO LOVED YOU, ME (2022, Kenichi Kasai, Japan, animation)