Thursday, January 29, 2026

TWO BOOKINGS FOR SEND HELP

 

FAVORITE SCENE: CHILDREN (1976, Terence Davies, UK, 47min, A+30)

 

ชอบฉากที่เด็กผู้ชาย (พระเอก) แอบมองชายหนุ่มหล่ออาบน้ำในสระว่ายน้ำมาก ๆ นึกถึงตัวเราเองตอนเป็นเด็กมาก ๆ

+++

 

DORAEMON: NOBITA AND THE GALAXY SUPER-EXPRESS (1996, Tsutomu Shibayama, Japan, animation, 97min) รอบวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. ตั๋วใกล้เต็มแล้วนะ ใครจะดูก็ต้องรีบปึ้บตั๋วเลยนะ แล้วก็อย่าลืมไปเลือกตั้งและลงประชามติก่อนมาดูหนังด้วยนะ

+++

 

บันทึกความทรงจำว่า เมื่อวานเราได้ซื้อตั๋ว SEND HELP (2026, Sam Raimi, 113min, A+30) สองรอบในวันเดียวกันเลย โดยเราได้ซื้อตั๋วรอบแรกที่เมเจอร์ เอกมัย รอบ 19.00 น. แล้วก็มาซื้อตั๋วรอบสองที่ HOUSE SAMYAN รอบ 20.40 น.

 

สาเหตุที่เกิดเหตุการณ์นี้ เพราะว่าตอนเราเข้าไปดู SEND HELP ที่เมเจอร์ เอกมัยรอบ 19.00 น. เราได้ที่นั่งใกล้ผู้ชมอีกคนที่ “ไอหนักมาก” แล้วในโรงนี้ก็มีคนดูเยอะ เราก็เลยไม่กล้าย้ายไปนั่งที่นั่งอื่น ๆ เรากลัวไปนั่งทับที่นั่งของคนดูคนอื่นๆ แล้วถึงเราย้ายไปนั่งที่อื่น ๆ ในโรงเดียวกัน มันก็เสี่ยงต่อการติดเชื้ออยู่ดี

 

อย่างที่เพื่อน ๆ ทุกคนรู้กันดีว่า เราเป็นคนที่ “เป็นหวัดง่ายมาก” แล้วเราก็เพิ่งป่วยเป็นหวัด คออักเสบ ในช่วงปลายเดือนพ.ย.-ธ.ค. 2025 เราก็เลยมีอาการผวา paranoid กลัวติดเชื้อไวรัสนิภา เชื้อวัณโรค เชื้อไข้กาฬนกนางแอ่น เชื้อไข้หวัดต่าง ๆ เพราะฉะนั้นพอเรานั่งดู SEND HELP ที่เอกมัยไปได้ราว 15 นาที แล้วผู้ชมที่นั่งใกล้ๆ เรายังมีอาการไอไม่หยุด เราก็เลยรีบเผ่นออกจากโรงนั้นด้วยความรวดเร็ว แล้วมาดู SEND HELP อีกรอบที่ HOUSE SAMYAN แทน

 

คือเราเป็นคนที่ใส่ mask เวลาดูหนังนะ ถ้าหากเราได้ยินเสียงคนไอในโรงนั้น แต่ถึงแม้เราจะใส่ mask เป็นประจำแบบนี้ เราก็ติดโควิดไปแล้ว 4 รอบ เราก็เลยลดความเสี่ยงด้วยการหนีออกจากโรงหนังดีกว่า 555

+++

 

เราใช้ mini vacuum cleaner ของ Xiaomi มาตั้งแต่ต้นปี 2021 ซึ่งก็ใช้งานได้ดี แต่ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เราสงสัยว่าแบตมันเริ่มเสื่อมหรือเปล่า เพราะว่าพอเราใช้งานมันไปได้เพียงแค่ไม่กี่นาที แบตมันก็หมดแล้ว ต้องชาร์จใหม่ คือแทนที่จะใช้งานได้ 10 นาทีต่อครั้งเหมือนในช่วงแรก ๆ เรากลับใช้งานมันได้เพียงแค่ราว 2-3 นาทีต่อครั้งในช่วงหลัง ๆ 

 

เราก็เลยอยากถามว่า ถ้าหากเราจะซื้อ handheld vacuum cleaner เครื่องใหม่ เราควรซื้อยี่ห้อไหนจากที่ไหนดีคะ หรือว่าซื้อของ Xiaomi เหมือนเดิม เผื่อรุ่นใหม่ๆ เขาปรับปรุงประสิทธิภาพแบตให้จุไฟได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน 555

+++

วันนี้ไปกินอาหารที่ YKKO ร้านอาหารพม่าที่มาบุญครองชั้น 7 เป็นครั้งแรก ชอบมาก ๆ อร่อยมาก เรากิน Fish Meatballs Kyay-Oh Sichet, เกี๊ยว Garlic Oil และน้ำตื๊ดกวา Milk Orchid

++++

มีหนัง animation เกี่ยวกับ Palestine ให้ดูฟรีหลายเรื่องที่เว็บไซต์ Palestine Film Institute นะ เราเข้าใจว่าเขาคงเปิดให้ดูฟรีจนถึงวันพุธที่ 4 ก.พ. แล้วเขาค่อยเปลี่ยนเป็นหนังเรื่องอื่น ๆ

+++

 

ABEL’S ISLAND (1988, Michael Sporn, Switzerland, animation, 30min, A+30)

 

หนังสำหรับเด็ก น่ารักมาก ๆ ดูฟรีออนไลน์ที่ Le Cinema Club

https://www.lecinemaclub.com/now-showing/abels-island/

 

 

Monday, January 26, 2026

SPACE AND SPIRITUAL SPACE IN FILMS

 

เฉลย รูปภาพที่เรานำมาใช้ในเกม SPACE AND SPIRITUAL SPACE IN FILMS มาจากภาพยนตร์ดังต่อไปนี้

 

1. THE ECLIPSE (1962, Michelangelo Antonioni, Italy)

 

2. NOSTALGHIA (1983, Andrei Tarkovsky, Italy/Soviet Union)

 

3. THE CORRIDOR (1995, Sharunas Bartas, Lithuania)

 

4. DAMNATION (1988, Béla Tarr, Hungary)

 

5. HARD TO BE A GOD (2013, Aleksei German, Russia, 177min)

 

6. JAUJA (2014, Lisandro Alonso, Argentina)

 

7. VERMIGLIO (2024, Maura Delpero, Italy)

 

8. AGRARIAN UTOPIA (2009, Uruphong Raksasad)

 

9. THE BLUE PLANET (1982, Franco Piavoli, Italy, 79min, A+30)

 

10. ONCE UPON A TIME IN ANATOLIA (2011, Nuri Bilge Ceylan, Turkey)

 

11. AN ELEPHANT SITTING STILL (2018, Hu Bo, China, 3hrs 50mins)

 

12. THE HOLE (2021, Michelangelo Frammartino, Italy)

 

13. A PERFECT PLACE 09022021 (HUMP) (2022, Nipan Oranniwesna, video installation, 29min, A+30)

 

14. HONEY (2010, Semih Kaplanoglu, Turkey)

 

15. CHARISMA (1999, Kiyoshi Kurosawa, Japan)

 

16. LANDSCAPE 101 01 1101 01... (2007, Sompot Chidgasornpongse)

 

17. WHY HAS BODHI-DHARMA LEFT FOR THE EAST? (1989, Bae Yong-kyun, South Korea)

 

18. DEATH IN THE LAND OF ENCANTOS (2007, Lav Diaz, Philippines, 9hours)

 

19. DARK THEATRE โรงมืด (2025, Teeranit Siangsanoh)

 

20. NIGHT GOD (2018, Adilkhan Yerzhanov, Kazakhstan)

 

21. THE DAY THE MOON MOVES CLOSEST TO THE EARTH (2010, Weerapong Wimuktalop)

 

22. PALMS (1994, Artour Aristakisian, Moldova/Russia, documentary, 140min)

 

23. 11 x 14 (1977, James Benning, USA)

 

24. FROM THE EAST (1993, Chantal Akerman, Belgium)

 

25. DOWN TO EARTH (1994, Pedro Costa, Portugal)

 

26. THE LAST OF ENGLAND (1987, Derek Jarman, UK)

 

27. FALLEN (2005, Fred Kelemen, Latvia)

 

28. DOUBLE TIDE (2009, Sharon Lockhart)

 

29. AGATHA AND THE LIMITLESS READINGS (1981, Marguerite Duras, France)

 

30. IN THE WHITE CITY (1983, Alain Tanner, Switzerland)

 

คำเฉลยจะอยู่ในส่วนของ comment ใต้แต่ละรูปในเกมนี้นะ

 

สาเหตุที่เราคิดเกมนี้ขึ้นมา เพราะว่าตอนที่ Béla Tarr เสียชีวิตในวันที่ 6 ม.ค. 2026 แล้วเราได้ดูรูปจากหนังเรื่องต่าง ๆ ของ Béla Tarr เราก็เลยรู้สึกว่า ถ้าหากเราได้เห็นรูปภาพจากหนังหลาย ๆ เรื่องของเขา โดยที่ไม่มีคนบอกว่ามันมาจากหนังเรื่องอะไรของใคร เราก็อาจจะเดาผิดได้ง่าย ๆ ว่า มันอาจจะมาจากหนังของ Andrei Tarkovsky, Sharunas Bartas, Fred Kelemen, Artour Aristakisian, Aleksei German ก็ได้ เหมือนหนังของผู้กำกับกลุ่มนี้มันสะท้อนภาพ landscape ที่มีความใกล้เคียงกัน เราก็เลยสงสัยว่า เพื่อน ๆ คนอื่น ๆ จะสับสนแบบเดียวกับเราบ้างหรือเปล่า เราก็เลยคิดเกมนี้ขึ้นมา 55555

 

จริง ๆ แล้วเราอยากใช้รูปจากหนังเรื่อง THE KITE (2002, Aleksey Muradov, Russia) กับหนังเรื่อง 4 (2004, Ilya Khrzhanovskiy, Russia) มาใช้ในเกมนี้ด้วย เพราะเราก็ชอบภาพ landscape และภาพบรรยากาศต่าง ๆ ในหนังของผู้กำกับสองคนนี้มาก ๆ เหมือนกัน และเราว่าหนังสองเรื่องนี้มันเหมือนเป็นญาติกับหนังของ Béla Tarr แต่เรากูเกิลหารูปเหมาะ ๆ ในอินเทอร์เน็ตไม่ได้เลย เราก็เลยไม่ได้ใช้รูปจากหนังสองเรื่องนี้ในเกมนี้

 

อยากใช้รูปจากหนังของ  Theo Angelopoulos, Andrey Zvyagintsev, Victor Kossakovsky, Aleksei Balabanov ในเกมนี้ด้วยเหมือนกัน แต่เราคิดว่าแค่ 30 รูปจาก 30 ผู้กำกับก็งงมากพอแล้ว คงไม่ต้องเพิ่มตัวเลือกให้งงมากขึ้นไปอีก 55555

 

เล่นเกมนี้ได้ที่

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02YaqBF1urQQwzVKmFDLMC71Qk3v8ApDXHaosVR2TMqhxjJT2hYjoXCiaZuownac2Ul

 

 

SENSES OF CINEMA LIST OF 2025

 

LIST หนังสุดโปรดประจำปี 2025 ของ SENSES OF CINEMA ออกมาแล้ว หนังเรื่อง A USEFUL GHOST (2025, Ratchapoom Boonbunchachoke) ติดอันดับหนังสุดโปรดประจำปีของ Duncan Caillard, Virat Nehru และ Lalo Ortega

 

ส่วน FLAT GIRLS (2025, Jirassaya Wongsutin) ติดอันดับประจำปีของคุณ Warut Pornchaiprasartkul และ Simon Foster

 

ชอบที่คุณ Darragh O’Donoghue เขียนมาก ๆ เขาเขียนว่า SOUND OF FALLING (2025, Mascha Schilinski) คือละครโทรทัศน์เรื่อง HEIMAT ที่เขียนบทใหม่โดย Virginia Woolf คือมันใช่จริง ๆ

 

ดีใจสุดขีดที่ THE ORDER (2025, Justin Kurzel) ติดอันดับหนังประจำปีของคุณ Thomas Caldwell และ TWO SEASONS, TWO STRANGERS (2025, Sho Miyake, Japan) ติดอันดับหนังประจำปีของคุณ Susana Bessa

 

ชอบ 10 อันดับหนังประจำปีของคุณ Eugenia Lai เพราะเรายังไม่ได้ดูทั้ง 10 เรื่องเลย 555

o Grand Me (Atiye Zare Arandi, 2024)

o Fly Me to the Moon (Sasha Chuk, 2023)

o Henry Fonda for President (Alexander Horwath, 2024)

o Krynytsya dlya sprahlykh (A Spring for the Thirsty, Yuri Ilyenko, 1965)

o Baibai rabu (Bye Bye Love, Fujisawa Isao, 1974)

o Bez strakha (Without Fear, Ali Khamraev, 1971)

o Māyā Miriga (Mirage, Nirad Mohapatra, 1984)

o Algo viejo, algo nuevo, algo prestado (Something Old, Something New, Something Borrowed, Hernán Rosselli, 2024)

o Whisky (Juan Pablo Rebella, Pablo Stoll, 2004)

o So Close, So Far (Zhu Yudi, 2025)

 

+++++

 

ซื้อหนังสือมาให้ลูกหมีอ่าน คราวนี้เป็นหนังสือ “ประวัติศาสตร์แห่งภูตผี ปีศาจ และวิญญาณ” หรือ A HISTORY OF GHOSTS, SPIRITS AND THE SUPERNATURAL แปลโดยคุณพลกิตต์ เบศรภิญโญวงศ์

 

เหมือนตอนเด็ก ๆ เราเติบโตมากับนิตยสาร ต่วยตูนพิเศษ ในทศวรรษ 1980 ที่ชอบลงเนื้อหาเรื่องราวทำนองนี้น่ะ การได้ซื้อหนังสือเล่มนี้มา มันทำให้นึกถึงความสุขตอนได้อ่านนิตยสาร ต่วยตูนพิเศษ ในวัยเด็กมาก ๆ

Sunday, January 25, 2026

PARASAKTHI

 

พลังอันเป็นนิรันดร์ไร้ขีดจำกัด PARASAKTHI (2026, Sudha Kongara, India, Tamil version, 161min, A+30)

 

1. เป็น “หนังที่ต้องดูในโรง” จริง ๆ เพราะปฏิกิริยาของผู้ชมในโรงหนังที่ SF Terminal 21 Asoke ในช่วงท้าย ๆ ของหนังมันรุนแรงสุดขีดมาก ๆ ประทับใจกับปฏิกิริยาของผู้ชมชาวอินเดียในโรงหนังมาก ๆ คือกลายเป็นว่า “ตัวภาพยนตร์” ไม่ได้ทำให้เราน้ำตาไหล แต่ปฏิกิริยาของผู้ชมชาวอินเดียในโรงหนังทำให้เราแทบร้องไห้

 

2. เราไม่เคยรับรู้เรื่องราวความขัดแย้งเกี่ยวกับภาษาฮินดีมาก่อนเลย นี่เป็นหนังเรื่องแรกในชีวิตเลยที่ทำให้เราได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์สังหารหมู่ + ความขัดแย้งประเด็นนี้ ประทับใจจุดนี้มาก ๆ

 

3. ห้ามพลาดช่วง 5 นาทีแรกของหนัง เพราะเราชอบจุดนี้มาก ๆ ชอบที่มันพูดถึงประวัติการกดขี่ทางภาษาในประเทศอื่นๆ ตั้งแต่การที่ England ไปกดขี่ภาษา Scottish, การกดขี่ทางภาษาใน Soviet Union, การที่ปากีสถานพยายามจะกดขี่ภาษาในบังกลาเทศ, etc.

 

4. เราเพิ่งรู้ว่ามีภาษา Saurashtra ด้วย เป็นภาษาที่ประชาชนกลุ่มหนึ่งพูดกันในรัฐทมิฬนาดูของอินเดีย แต่ไม่ใช่ภาษาที่พูดกันในภูมิภาค Saurashtra เพราะภาษาที่พูดกันในภูมิภาค Saurashtra คือภาษา Gujarati

 

5. มุมมองของประชาชนในเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่เราไม่เคยรับรู้หรือคิดถึงมาก่อน คือประชาชนหลายคนในหนังเรื่องนี้มองว่า การที่ตนเองต้องเรียนภาษาทมิฬกับภาษาอังกฤษ เป็นสิ่งที่ดีกว่าการถูกบังคับให้เรียนภาษาทมิฬกับภาษาฮินดี เพราะการได้เรียนภาษาอังกฤษมันใช้สื่อสารกับคนทั้งโลกได้ แต่การเรียนภาษาฮินดีมันใช้สื่อสารกับคนทั้งโลกไม่ได้ เพราะฉะนั้นประชาชนก็เลยมองว่าการเรียนภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่ดีกว่า ถึงแม้มันจะเป็นภาษาของเจ้าอาณานิคมก็ตาม

 

6. น้ำตาไหล ตอนที่ตัวละครปะทะกับอินทิรา คานธี (ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด) แล้วพูดถึงความแตกต่างระหว่าง unity กับ uniformity เพราะพระเอกมองว่า ประชาชนในประเทศเดียวกัน “สามัคคี” กันได้ มี unity กันได้ ถึงแม้จะพูดภาษาแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เขาไม่ต้องการคือการที่รัฐบาลบังคับให้เกิด uniformity บังคับให้ประชาชนทั้งประเทศพูดภาษาเดียวกัน

 

7. น่าสนใจดีที่ช่วงนี้เราได้ดูหนังอินเดียที่ “คู่ขัดแย้ง” มีความหลากหลายมากขึ้น คือช่วง 15 ปีที่ผ่านมา หนังอินเดียจำนวนมากที่เราได้ดูมักจะนำเสนอ “ผู้ร้าย” ที่เป็น “อังกฤษ” หรือไม่ก็ “ปากีสถาน” หรือไม่ก็ “ราชวงศ์โมกุล” คือตัวละครผู้ร้ายหลัก ๆ ก็วนเวียนกันอยู่แค่นี้

 

แต่ช่วงนี้เราได้ดู PARASAKTHI ที่ผู้ร้ายของหนังคือ “รัฐบาลกลางอินเดีย/นโยบายภาษาฮินดี” และ 120 BAHADUR (2025, Razneesh Ghai, India, A+25) ที่พูดถึงสงครามระหว่างอินเดียกับ “จีน” ในช่วงที่จีนพยายามจะบุกอินเดีย เราก็เลยรู้สึกว่า ตัวละครผู้ร้ายในหนังอินเดียมันมีความหลากหลายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และทั้ง PARASAKTHI กับ 120 BAHADUR ก็สร้างจากเหตุการณ์จริงทั้งสองเรื่องด้วย

 

8. พอเราได้ดู PARASAKTHI เราก็เลยเหมือนจะเข้าใจแล้วล่ะว่า ทำไมหนังอินเดียใต้ถึงชอบนำเสนอตัวละครพระเอกเป็น “คนนอกกฎหมาย” และผู้ร้ายเป็น “ตำรวจ” ซึ่งรวมถึงหนังอย่าง PUSHPA: THE RULE – PART 2 (2024, Sukumar, India, 201min, A+30) ที่ต้นฉบับใช้ภาษา Telugu และ K.G.F: CHAPTER 2 (2022, Prashanth Neel, 156min) ที่ต้นฉบับใช้ภาษา Kannada

 

คือมันเหมือนตรงข้ามกับหนัง Bollywood น่ะ เพราะหนัง Bollywood หลาย ๆ เรื่องมักนำเสนอตัวละคร “ตำรวจ” ในฐานะ “พระเอก” อย่างเช่น SINGHAM ที่นำแสดงโดย Ajay Devgn, SIMMBA ที่นำแสดงโดย Ranveer Singh และ SOORYAVANSHI (2021, Rohit Shetty) ที่นำแสดงโดย Akshay Kumar และเราก็มักจะได้ดูแต่หนังบอลลีวู้ด เราก็เลยคุ้นเคยกับการนำเสนอ “ตำรวจ” ในฐานะ “พระเอก”

 

แต่พอเราเริ่มได้ดูหนังอินเดียใต้ เราก็เลยงง ๆ เพราะมันพลิกกลับหัวกลับหาง ตำรวจในหนังอินเดียใต้หลายเรื่อง ทำไมมีสถานะเป็น “ผู้ร้าย”

 

แล้วพอเราได้ดู PARASAKTHI เราก็เลยเริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้น

 

9. ดูแล้วนึกถึงหนังสารคดีเรื่อง DREAMING OF WORDS (2021, Nandan, India, documentary, A+25) มาก ๆ เพราะหนังสารคดีเรื่องนี้พูดถึงผู้ชายที่พยายามจะทำพจนานุกรม 4 ภาษา ซึ่งได้แก่ภาษา Malayalam, Kannada, Tamil and Telugu

 

คือก่อนหน้านั้นเรานึกว่า ประชากรที่พูด 4 ภาษานี้ น่าจะพอสื่อสารกันได้ เหมือนภาษาไทยกลาง, ไทยเหนือ, ไทยอีสาน ที่พอฟังกันออก

 

แต่พอเราได้ดู DREAMING OF WORDS เราก็เลยเพิ่งรู้ว่า ประชากรที่ใช้ภาษาทั้ง 4 อาจจะสื่อสารกันไม่ได้ ถึงแม้ทั้ง 4 ภาษานี้มันอยู่ในตระกูลเดียวกัน

 

แล้วพอเราได้ดู PARASAKTHI มันก็ช่วยตอกย้ำจุดนี้ เพราะว่าในหนังเรื่องนี้ พระเอกพูดภาษาทมิฬ ส่วนนางเอกพูดภาษาเตลูกู ซึ่งตัวละครนางเอกพูดได้ทั้งเตลูกู, ทมิฬ และฮินดี แต่พระเอกฟังภาษาเตลูกูไม่ออก นางเอกก็เลยชอบแอบด่าพระเอกเป็นภาษาเตลูกู เพราะนางเอกรู้ว่าพระเอกรู้แค่ภาษาทมิฬ แต่ไม่รู้ภาษาเตลูกู

 

ถ้าเราเข้าใจไม่ผิด ภาษาทมิฬพูดกันในรัฐทมิฬนาดู, ภาษาเตลูกูพูดกันในรัฐอานธรประเทศและรัฐเตลังคานา, ภาษา Malayalam พูดกันในรัฐ Kerala และภาษา Kannada พูดกันในรัฐกรนาฏกะ

 

ส่วนรัฐ Goa ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กันนั้น พูดภาษา “ขอนแก่น” (Konkan) แต่เหมือนเราไม่เคยดูหนังภาษาขอนแก่นนะ เพราะล่าสุดเราได้ดูหนังเรื่อง HAPPY PATEL: KHATARNAK JASOOS (2026, Vir Das, Kavi Shastri, India, A+) ที่เนื้อเรื่องเกิดขึ้นในรัฐ Goa แต่ตัวหนังก็พูดภาษาฮินดี ไม่ได้ใช้ภาษาขอนแก่นแต่อย่างใด

 

10. ชอบตัวละคร “เจ้าแม่ภาษาเบงกอล” ในหนังเรื่อง PARASAKTHI มาก ๆ หน้าตาเธอพร้อมตบมาก ๆ เธอมาเพื่อตบกับอินทิรา คานธีของจริง

 

11. เพิ่งรู้ว่า ตัวอักษรภาษาทมิฬมันสวยมาก ๆ

 

อันนี้ภาษาทมิฬ எனக்கு ஒரு கணவர் வேண்டும்

 

อันนี้ภาษา Malayalam എനിക്ക് ഒരു ഭർത്താവിനെ വേണം

 

อันนี้ภาษา Kannada ನನಗೆ ಗಂಡ ಬೇಕು

 

อันนี้ภาษา Telugu నాకు భర్త కావాలి

 

อันนี้ภาษาฮินดี मुझे एक पति चाहिए

 

อันนี้ภาษาสันสกฤต अहं पतिं इच्छामि

 

+++++++

 

DOUBLE BILL FILM WISH LIST

 

RENTAL FAMILY (2025, Hikari, Japan/USA, A+25)

+ FISH IN THE HOUSE (2023, Chompunut Suksaard, 30min, A+30)

 

พอเราได้ดู RENTAL FAMILY เราก็เลยนึกถึง FISH IN THE HOUSE มาก ๆ เพราะหนังทั้งสองเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับคนที่ทำงาน “รับจ้างแสดงเป็นครอบครัว” เหมือนกัน แต่เราชอบ FISH IN THE HOUSE มากกว่า RENTAL FAMILY มาก ๆ แบบขาดลอย ถึงแม้ว่า RENTAL FAMILY จะทำให้เรานึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกหมีตามคลิปที่เราแปะไปแล้วก็ตาม 555

 

 

เรากับลูกหมี
https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/24961226286884407

+++

 

เพิ่งได้ดู THE VIRGIN SUICIDES (1999, Sofia Coppola, A+30) โคตรของความ nostalgic มาก ๆ ดูแล้วนึกถึงวัยเด็กของเราเองมาก ๆ กราบการใช้ดนตรีประกอบ และการคัดเลือกนักแสดงชายบางคน ที่ทำให้เรานึกถึงดาราหนุ่ม ๆ ที่โด่งดังในช่วงที่เรายังเป็นเด็ก อย่างเช่น Scott Baio ที่โด่งดังจากละครโทรทัศน์เรื่อง HAPPY DAYS (1977-1984), Rick Springfield นักร้องดังในช่วงต้นทศวรรษ 1980 และ Donny Osmond พิธีกรรายการโทรทัศน์ DONNY & MARIE (1976-1979) ที่เคยแพร่ภาพทางช่อง 3

 

จริง ๆ แล้วเราก็ไม่รู้ว่า Sofia Coppola คิดถึงใครเวลาคัดเลือกนักแสดงชายในหนังเรื่องนี้ แต่พอเราดูแล้วนึกถึง Scott Baio, Rick Springfield และ Donny Osmond (คือหน้าตามันไม่ได้เหมือน 3 คนนี้หรอกนะ แต่มันมี vibe บางอย่างที่ทำให้นึกถึง 3 คนนี้) เราก็เลยรู้สึกว่า หนังเรื่องนี้มันถ่ายทอดยุคสมัยออกมาได้ตรงตามความรู้สึกของเราเองมาก ๆ

 

Saturday, January 24, 2026

SO CAN I

 

ใน 8 เรื่องนี้ เราเคยดูแค่ AT BERKELEY (2013, Frederick Wiseman, 244min, A+30) กับ THE STORE (1983, A+30)

 

Nostalgic Song: I’VE GOT NEWS FOR YOU (1991) – Feargal Sharkey

++++++

หนึ่งในสิ่งที่เรามักทำเวลารู้สึกเศร้า ๆ คือ “นึกถึงอดีตช่วงที่มีความสุข” โดยเฉพาะช่วงที่เราเรียนมัธยมปลายหรือมหาลัย ในปี 1988-1994

 

วันนี้อยู่ดี ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่า เราชอบคำด่าของเพื่อนมัธยมคนนึงของเรามาก ๆ คือเราจำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นเพื่อนของเราด่าใคร แต่คำด่ามันประมาณว่า “เห็นอีนี่แล้วนึกว่าอีนี่เพิ่งเข้าร้านทำผม แล้วบอกช่างทำผมว่า ขอทำผมทรงลินดา แต่ตัดผมไปตัดผมมา อยู่ดี ๆ ผมเสือกกลายเป็นหมอย อีนี่เลยกลายเป็นสาวยำถ่อยบนหนังหัว”

 

แล้วเราก็ชอบคำด่านี้มาก ๆ เพราะเราชอบจินตนาการภาพเหตุการณ์ว่า ถ้าหากตัวเองอยู่ในร้านทำผม แล้วเห็นเหตุการณ์ “ผมกลายเป็นหมอย” แล้วภาพเหตุการณ์มันจะออกมาเป็นอย่างไร คือพอเราพยายามจินตนาการภาพเหตุการณ์ตามประโยคนี้ แล้วมันทำให้เรารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ

 

ก็เลยขอจดบันทึกความทรงจำถึงประโยคนี้ไว้หน่อย ไม่รู้ว่าถ้าหากมีฉาก “ผมกลายเป็นหมอย” ในภาพยนตร์ มันจะถือเป็นฉากแบบ fantasy, surreal หรือ magical realism 55555

+++++++

เพิ่งเห็นว่า Geeta Gandbhir ได้เข้าชิงออสการ์ถึง 2 สาขาในปีเดียวกัน ทั้งสาขาหนังสารคดียอดเยี่ยมจาก THE PERFECT NEIGHBOR และสาขาหนังสารคดีสั้นยอดเยี่ยมจาก THE DEVIL IS BUSY อยากรู้ว่าเธอทำบุญด้วยอะไร 55555

++++

 

SO CAN I (1975, Abbas Kiarostami, Iran, 4min, A+30)

 

1. ชอบดนตรีประกอบของหนังเรื่องนี้อย่างสุดขีดมาก ๆ เหมือนหนังเรื่องนี้เลือกใช้ “เครื่องดนตรี” ต่างประเภทกันไป ในการใช้ประกอบความเคลื่อนไหวของสัตว์ต่าง ๆ ทั้งจิงโจ้, หนอน, หนู, ม้า, ปลา, ลิง และนก

 

แต่เสียดายที่เราไม่มีความรู้เรื่องเครื่องดนตรี เราก็เลยจำแนกเสียงไม่ได้ว่า เครื่องดนตรีไหนใช้ประกอบสัตว์ตัวไหนบ้าง

 

เราเดาได้แค่ว่า หนอนกับปลา นี่น่าจะใช้เครื่องเป่า พวกปี่, ขลุ่ย อะไรพวกนี้ แต่ปลาจะใช้เครื่องเป่าที่มีเสียงแหลมมาก ๆ จนคล้ายกับการผิวปาก

 

เครื่องดนตรีบางอันนี่ทำให้นึกถึงพวก synthesizer, ดนตรีอิเล็กโทรนิกมาก ๆ ด้วย

 

เครื่องดนตรีที่เราชอบที่สุดคืออันที่ใช้พูดถึง “นก” แต่เราเดาไม่ออกว่ามันคือเครื่องดนตรีอะไร น่าจะเป็น “เครื่องดีด” อย่างนึงหรือเปล่า

 

ถ้าใครฟังออกว่าเครื่องดนตรีไหนใช้ประกอบสัตว์อะไร ก็บอกมาด้วยนะคะ

 

2. พอเราได้ดู “หนังสำหรับเด็ก” ของ Abbas Kiarostami แล้ว เราก็เลยนึกถึงหนังสำหรับเด็กของ Harun Farocki ด้วย เรื่อง BEDTIME STORIES: BRIDGES, RAILWAYS, SHIPS, CATS (1977, Harun Farocki, West Germany, A+30) เห็นได้เลยว่า ทั้ง Abbas Kiarostami และ Harun Farocki นี่เป็นอัจฉริยะจริง ๆ ขนาดทำ “หนังสำหรับเด็ก” ยังทำออกมาได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้

 

ก็เลยรู้สึกว่า มันน่าสนใจดีที่ผู้กำกับบางคนทำได้ดีทั้งหนังสำหรับเด็กและสำหรับผู้ใหญ่ นอกจาก Abbas Kiarostami และ Harun Farocki แล้ว เราก็นึกถึงพวกผู้กำกับหนังแอนิเมชั่น อย่าง Michel Ocelot และ Lotte Reiniger ด้วย และอาจจะรวมไปถึง Barry Jenkins ที่กำกับทั้ง MOONLIGHT (2016) และ MUFASA: THE LION KING (2024)

 

เราดู SO CAN I ฟรีออนไลน์ทาง lecinemaclub

Wednesday, January 21, 2026

EVERY REVOLUTION IS A THROW OF THE DICE

 

JUNJI ITO CALENDAR 2026 ใครที่ซื้อมันมา จะได้เจอเรื่องตื่นเต้นระทึกใจทุกคืนในปีนี้ 55555 (ล้อเล่นค่ะ)

 

ที่มาบุญครองมีขายเสื้อยืดที่เกิดจากการ collab กันระหว่าง Junji Ito กับ Hello Kitty ด้วย เสียดายที่ไม่มีไซส์ XL (เราเดาว่าไซส์นี้น่าจะขายหมด) เราก็เลยไม่ได้ซื้อมาใส่

 

ซื้อแฟ้มเอกสารมาให้ลูกหมีใช้ มาจากแอนิเมชั่นเรื่อง FREE! (2013-2018) ที่เราไม่เคยดูมาก่อน

 

Favorite Soundtrack: FREE (1997) – Ultra Naté ในภาพยนตร์เรื่อง ROOFMAN (2025, Derek Cianfrance, A+30)

 

น้ำตาจะไหลตอนที่ท่วงทำนองเพลงนี้ดังขึ้นมาในช่วงกลางของหนังเรื่อง ROOFMAN คือพอเพลงนี้ดังขึ้นมาปุ๊บ กูก็คิดถึง DJ STATION สีลมซอยสอง ในช่วงปี 1997 ในทันที มันคือเพลงที่ผูกโยงเราเข้ากับความทรงจำที่มีต่อ DJ STATION มาก ๆ

 

FREE
https://www.youtube.com/watch?v=JgRBkjgXHro

+++

 

เรายังไม่เคยดู RAMPANT (2018, Kim Sung-hoon, South Korea, 121min) กับ MIDWAY (2019, Roland Emmerich, 138min) เลย จะไปดูดีไหมนะ

 

อยากดู PELELIU: GUERNICA OF PARADISE (2025, Goro Kuji)

 

อยากดู TOKYO TAXI (2025, Yoji Yamada), NIGHT FLOWER (2025, Eiji Uchida, 124min) และ 1ST KISS (2025, Ayuko Tsukahara)

 

CUTTING THROUGH ROCKS (2025, Mohammadreza Eyni, Sara Khaki, Iran, documentary, 95min) น่าดูสุดขีด หนังเรื่องนี้ได้รางวัล Grand Jury Prize จาก Sundance Film Festival ด้วย

++++

 

พอเห็นว่า HULA GIRLS (2006, Lee Sang-il) เคยได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และเห็นว่า 366 DAYS (2025, Takehiko Shinjo) ได้เข้าชิงรางวัลต่าง ๆ ในปีนี้ ฉันก็ได้ข้อสรุปในทันทีว่า ผลรางวัล JAPAN ACADEMY นี้คงไม่ได้รับประกันว่าหนังมันจะตรงกับรสนิยมของฉันสักเท่าไหร่ 555 สมกับได้ชื่อว่าเป็น “รางวัลออสการ์” ของญี่ปุ่นจริงๆ เพราะเราก็เลิกสนใจรางวัลออสการ์นับตั้งแต่ BRAVEHEART (1995, Mel Gibson) ชนะรางวัลออสการ์หนังยอดเยี่ยมเป็นต้นมา (คำว่า เลิกสนใจ ในที่นี้ หมายถึงว่า ถ้าหากหนังที่เราเกลียดมาก ๆ ชนะรางวัลออสการ์ เราก็รู้สึกเฉย ๆ และรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติที่หนังที่เราเกลียดมาก ๆ จะชนะรางวัลออสการ์)

++++++

 

PARASAKTHI (2026, Sudha Kongara, India, 161min) จะเข้าฉายในกรุงเทพแล้ว น่าดูสุดขีด หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริงเกี่ยวกับการที่ประชาชนในรัฐทมิฬนาดูลุกขึ้นต่อต้านกฎหมายอินเดียที่กำหนดให้ใช้ภาษาฮินดีเป็นภาษาทางการ

 

หนังเรื่องนี้จะเข้าฉายในไทยในเวอร์ชั่นภาษาทมิฬนะ

++++

 

EN RACHÂCHANT (BY REACHING) (1982, Danièle Huillet + Jean-Marie Straub, 7min, A+30)

 

เพิ่งรู้ว่า Straub + Huillet เคยสร้างหนังจากบทประพันธ์ของ Marguerite Duras ด้วย แต่ถ้าหากไม่มีคนบอก เราก็เดาไม่ออกหรอกนะว่า หนังเรื่องนี้สร้างจากงานของ Duras 55555 เราว่าอารมณ์ของหนังมันทำให้นึกถึงหนังของ Luis Bunuel อะไรแบบนั้นมากกว่า

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ของ e-flux

 

EVERY REVOLUTION IS A THROW OF THE DICE (1977, Danièle Huillet + Jean-Marie Straub, 10min, A+30)

 

กราบตีน ไม่ทราบชีวิตอะไรอีกต่อไป หนังของ Straub + Huillet คือหนึ่งในนิยามของคำว่า LIMITLESS CINEMA ของจริง หนังของสองคนนี้หลาย ๆ เรื่องช่วยขยายขอบเขตของ CINEMA ในมุมมองของเราออกไปได้ไกลกว่าผู้กำกับคนอื่น ๆ อย่างรุนแรงมาก

 

หนังเรื่องนี้ให้คนกลุ่มหนึ่งมาท่องบทกลอน A THROW OF THE DICE WILL NEVER ABOLISH CHANCE ของ Stéphane Mallarmé ในจุดที่เคยเกิดการสังหารหมู่ประชาชนใน La Commune ในปี 1871 โดยตัวบทกลอนนั้นมันพิสดารอย่างสุดขีดมาก ๆ เหมือนเป็นกลอนที่สร้างขึ้นจากคำที่กระจัดกระจาย เกี่ยวกับกัปตันเรือและการทอดลูกเต๋าบนเรือท่ามกลางพายุ หรืออะไรทำนองนี้ ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิดนะ

 

เหมือนหนังเรื่องนี้มันทำลาย “การสื่อสาร” จนพังพินาศ แตกหักเป็นเสี่ยง ๆ แต่พอ “การสื่อสาร” มันถูกทำลายไปจนหมด เรากลับมองเห็น “ความเป็นไปได้” อันมากมายไม่รู้จบ ในการปล่อยให้หัวของเรารับรู้คำแต่ละคำในหนัง เชื่อมโยงคำเหล่านี้เข้าด้วยกัน และประกอบสร้างความรู้สึก/จินตนาการ/ความคิดต่าง ๆ จากความเป็นไปได้อันมากมายของการรับรู้คำแต่ละคำ โดยไม่ถูกการสื่อสารบดบังความเป็นไปได้เหล่านั้น

 

I worship Danièle Huillet + Jean-Marie Straub ของจริง

 

เราดูหนังเรื่องนี้ทางเว็บไซต์ของ e-flux

 

Monday, January 19, 2026

CROSSING THE DATELINE AND TIME DILATION (4)

 

เตือนภัย คนที่จะไปดูงาน video installations ในนิทรรศการ CROSSING THE DATELINE AND TIME DILATION (4) ที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน ต้องเผื่อเวลาเอาไว้ให้ดีนะคะ

 

เพราะในนิทรรศการนี้มีงาน video installations เป็นจำนวน 5 งาน และใช้เวลาดูรวมกันราว 90 นาที ค่ะ

 

1. THE IMAGES ON VIDEO MACHINES IN PARALLEL 5 (ATTEMP 2) (TIME AND SPACE AS ODDITY WORLD 3) (2025, Komson Nookiew, video installations, A+30)

 

ใช้เวลาดูราว 10 นาที ตัวภาพไม่ได้มีอะไรมาก แต่สิ่งที่เราชอบสุดขีดก็คือตัว projector ที่เลื่อนไปเลื่อนมาตามรางตลอดเวลา

 

2. KNITTING HORN COVERS FOR A MUSKOX (2023, Shiro Masuyama, video installation, about 40 mins, A+30)

 

วิดีโอเกี่ยวกับอลาสกาและ Greenland ซึ่งเป็นวิดีโอที่ทำขึ้นในปี 2023 แต่เราได้มาดูมันในปี 2026 ในช่วงที่คนทั้งโลกกำลังจับตา Greenland พอดี

 

3. HAMMOCK SYNCHRONIZATION (2023, Leopold Kessler, Austria, video documentation, 3min, A+30)

 

4. PHANTOM ISLAND (2009, Jun Yang, video installation, 8min, A+30)

 

5. FENCE + SHIP (2020, Susanna Schoenberg, video installation, about 30min, A+30)

 

วิดีโอเกี่ยวกับการสั่งซื้อลูกกรงเหล็กจากต่างประเทศ แล้วให้ผู้ขายขนส่งลูกกรงเหล็กนี้มาทางเรือ เรา “ยืนดู” วิดีโอนี้ราว 30 นาที แต่รู้สึกว่ามันคุ้มค่ามาก ๆ ชอบอย่างสุดขีดคลั่งมาก ๆ เตรียมไปนอนรอชิง TOP TEN ปลายปี 2026 ได้เลย

+++

 

ดู RENTAL FAMILY (2025, Hikari, Japan/USA, A+25) แล้วแอบนึกถึงตัวเอง เพราะเวลาที่เรากลับถึงบ้าน เราก็มักจะทักทายลูกหมีว่า Tadaima อยู่เสมอ

 

https://web.facebook.com/jit.phokaew/videos/24961226286884407

 

Sunday, January 18, 2026

MY FAVORITE FILMS ABOUT TRADITIONAL PERFORMANCES OR PLAYERS

 

เมื่อวานไปกินโดนัทที่ร้าน Tim Hortons เขาแจก stickers มาด้วย เราชอบ sticker “เกิดมาทำไม” มาก ๆ นึกว่าเห็นประโยคนี้แล้วเราสามารถคิดอะไรต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ได้เป็นชั่วโมง ๆ 55555

+++

 

รูปเราที่ Reading Room สาขาแรกตรงถนนเจริญกรุง น่าจะถ่ายในช่วงปี 2009-2010 จำได้ว่าช่วงนั้นเราไปดูหนังที่ Reading Room 3 ครั้งได้มั้ง เราน่าจะไป Reading Room ครั้งแรกในวันที่ 5 ธ.ค. 2009 เพื่อดูหนังเรื่อง CLASS RELATIONS (1983, Jean-Marie Straub + Daniele Huillet, West Germany, A+30)

 

และเราก็ไป Reading Room ครั้งที่สองในวันที่ 19 ธ.ค. 2009 เพื่อดูหนัง 5 เรื่องของ Katsu Kanai ซึ่งประกอบด้วย THE DESERT ARCHIPELAGO (1969), GOOD-BYE (1971), THE KINGDOM (1973), DREAM RUNNING (1987) และ GRASSHOPPER’S ONE-GAME MATCH (1988)


หลังจากนั้นเราก็น่าจะได้ไป Reading Room อีกทีในวันที่ 13 ก.พ. 2010 เพื่อดูหนังเรื่อง


Sherlock Jr. (Buster Keaton/1924/US) 45 mins

Life (Artavazd Peleshyan/1993/Armenia) 7 mins

End (Artavazd Peleshyan/1994/Armenia) 10 mins

Bread and Alley (Abbas Kiarostami/1970/Iran) 10 mins

April (Otar Ioseliani/1962/Georgia)  45 mins

Darkness/ Light / Darkness (Jan Svankmajer / 1990/ Chezh) 8 mins

Inextinguishable Fire (Harun Farocki /1969/German) 21 mins

Spring (Yevgeny Yufit /1987 /USSR) 10 mins

Fortitude (Yevgeny Yufit/1988/USSR) 3 mins

Superbia (Ulrike Ottinger/1986/German)16 min

Rocky VI (Aki Kaurismaki /1986/Finland) 9 min

Psy Show (Marina de Van/1999/FR) 22 min

The Skywalk is Gone (Tsai Ming Liang/2002/Taiwan) 25 min

+++

MY FAVORITE FILMS ABOUT TRADITIONAL PERFORMANCES OR PLAYERS

 

พอเราได้ดู KOKUHO (2025, Lee Sang-il, Japan, A+30) แล้วก็เลยทำลิสท์นี้ดีกว่า เป็นลิสท์ภาพยนตร์สุดโปรดของเราที่มีเนื้อหาบางส่วนเกี่ยวข้องกับ “การแสดงแบบโบราณ หรือแบบเก่า ๆ” โดยลิสท์นี้เน้นไปที่หนัง fiction เป็นหลัก

 

ONLY ONE FILM PER COUNTRY

 

1. ...AND THE MOON DANCES (1995, Garin Nugroho, Indonesia)

เกี่ยวกับนักแสดงระบำแบบโบราณของอินโดนีเซีย ซึ่งรวมถึงระบำที่ให้ผู้หญิงถือปืนพกร่ายรำไปมาด้วย

 

2. CHUNHYANG (2000, Im Kwon-taek, South Korea)

เกี่ยวกับการแสดง Pansori ของเกาหลี

 

3. DUSE (2025, Pietro Marcello, Italy)

เกี่ยวกับการแสดงละครเวทีในอิตาลีในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

 

4. I AM WHAT I AM (2021, Sun Haipeng, China, animation)

เกี่ยวกับการแสดงเชิดสิงโต

 

5. THE KING IS DANCING (2000, Gérard Corbiau, France)

เกี่ยวกับกษัตริย์หลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศสผู้ทรงมี passion ทางการแสดงมาก ๆ เนื้อเรื่องเริ่มต้นในปี 1653

 

6. KOKUHO (2025, Lee Sang-il, Japan, 174min)

เกี่ยวกับการแสดง Kabuki

 

7. THE LIBERTINE (2004, Laurence Dunmore, UK)

เกี่ยวกับการแสดงละครเวทีในอังกฤษในช่วงราวปี 1675

 

8. THE ROAD SHOW ละครเร่ (1969, Prince Bhanubandhu Yugala พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล, Thailand)

เกี่ยวกับคณะละครรำที่ประสบความยากลำบาก เมื่อพระเอกประจำคณะ (มานพ อัศวเทพ) ถอนตัวออกจากคณะ และหันไปเป็นนักร้องไนท์คลับแทน

 

9. VANAPRASTHAM (1999, Shaji N. Karun, India)

เกี่ยวกับนักแสดง Kathakali ซี่งเป็นการแสดงประจำรัฐ Kerala ของอินเดีย

 

10. WHITE NIGHTS (1985, Taylor Hackford, USA)

เกี่ยวกับนักเต้นบัลเลต์ชาวรัสเซีย

 

 

Saturday, January 17, 2026

KOKUHO VS. SUKEBAN DEKA

 

“สมบัติชาติ” ปะทะ “สิงห์สาวนักสืบ”

 

อานิสงส์จากการดู KOKUHO หรือ “สมบัติชาติ” (2025, Lee Sang-il, Japan, 174min, A+30) คือการที่หนังเรื่องนี้ทำให้เราสงสัยว่า “เครื่องแต่งกาย” ของหนึ่งในตัวละครผู้ร้ายที่สำคัญที่สุดของละครโทรทัศน์ “สิงห์สาวนักสืบ ภาคสอง” หรือ SUKEBAN DEKA II: THE LEGEND OF THE GIRL IN THE IRON MASK (1985-1986, A+30) น่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจาก เครื่องแต่งกายของนักแสดงละคร Kabuki เรื่อง TWO LIONS ที่ประพันธ์ขึ้นในปี 1872 หรือเปล่า ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิดนะ หรือว่าเครื่องแต่งกายแบบนี้มันใช้ในการแสดงแบบอื่น ๆ ของญี่ปุ่นด้วย คือเราไม่มีความรู้เรื่องวัฒนธรรมญี่ปุ่น เราก็เลยสงสัยตรงจุดนี้ แต่ถ้าหากใครมีความรู้เรื่องวัฒนธรรมญี่ปุ่น ก็มาช่วยตอบได้นะคะ

 

 คือการแต่งตัวของนักแสดงละครคาบูกิเรื่อง TWO LIONS นี่มันคล้ายกับเครื่องแต่งกายของนางมารร้ายตัวสำคัญใน SUKEBAN DEKA II มาก ๆ มันเป็นตัวละครนางมารร้ายที่มีฉากหน้าเป็น “เด็กสาวในโรงเรียนไฮสกูล” แต่จริง ๆ แล้วเธอมีความสามารถทางการต่อสู้ขั้นสูงมาก และเธอกับพรรคพวกของเธอสามารถเอาชนะยูกิโนะและ “สิงห์สาวลูกแก้ว” ได้ด้วย จนในที่สุด “สิงห์สาวหน้ากากเหล็ก” ต้องออกโรงมาจัดการกลุ่มคนร้ายนี่ด้วยตัวเอง และเนื่องจากการต่อสู้ครั้งนี้มันรุนแรงมาก นางเอกเลยไม่ได้ใช้แค่เพียง “ลูกดิ่งสิงห์สาว” เป็นอาวุธเท่านั้น แต่นางเอกต้องใช้ “หน้ากากเหล็ก” เป็นอาวุธด้วย ในขณะที่นางมารร้ายใช้ “วิกผมคาบูกิ” เป็นอาวุธ

 

ดูคลิป “สมบัติชาติ” ปะทะ “สิงห์สาวนักสืบ” ได้ในคอมเมนท์

https://www.youtube.com/watch?v=o3MaCvi_mIw

https://en.wikipedia.org/wiki/Renjishi

 

Friday, January 16, 2026

ZAA, THE LITTLE WHITE CAMEL

 

วันนี้ไปดูหนังที่หอภาพยนตร์ ศาลายา เสร็จแล้วก็มากินอาหารที่ร้าน PATTA X THE BACKYARD ใกล้ ๆ หอภาพยนตร์ อาหารอร่อยดี วันหลังคงกลับมากินอีก ร้านเปิด 16.00-24.00 น. ในวันจันทร์ถึงศุกร์ และเปิด 11.30-24.00 น.ในวันเสาร์อาทิตย์

+++

เพื่อนถ่ายรูปนี้มา บอกว่านั่งรถไฟฟ้าวันนี้ 14 ม.ค. 2026 แต่รถไฟฟ้ามันบอกว่าวันนี้เป็นวันที่ 1 ม.ค. 1970 รุนแรงมาก อยากให้เกิดมิติกาลเวลาบิดเบี้ยว ทวิภพ บุพเพสันนิวาส SOMEWHERE IN TIME รักเอยไม่เคยเลยลับ นั่งรถไฟฟ้าวันนี้แล้วพอลงจากสถานีกลายเป็นปี 1970 จริง ๆ กูจะได้รีบขายตัวให้จีไอในทันที Nobuhiko Obayashi ยังต้องไหว้ THE PROSTITUTE WHO LEAPT THROUGH TIME

+++

 

ในที่สุด สิ่งที่ค้างคาใจเรามานาน 40 ปี ก็จะได้รับการคลี่คลายเสียที

 

การ์ตูนเรื่อง SUKEBAN DEKA สิงห์สาวนักสืบ (1975-1982) ของ Shinji Wada เป็นการ์ตูนที่เราชอบสุดขีดตอนเด็ก ๆ เราเคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 ซึ่งในเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นนั้น มันพิมพ์จนจบไปนานแล้ว แต่ฉบับแปลไทยมันพิมพ์ไม่จบ มันค้างเติ่งอยู่กลางเรื่อง เหมือนฉบับแปลไทยมันออกเล่มสุดท้ายในช่วงราว ๆ ปี 1987 มั้ง ตอนที่เราอยู่ม. 3 แล้วมันก็ไม่มีการตีพิมพ์ออกมาอีกเลย ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเรื่องราว mystery thriller มี “ปริศนาลับ” ที่ยังค้างคา ไม่ได้รับการคลี่คลายอยู่ราว ๆ 10 ปริศนา อะไรทำนองนี้ แล้วคือกูก็ยังคาใจกับอีปริศนาลับที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลายนี้ตลอดเวลาเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 1987 จนถึงปี 2026

 

คือเหมือนคุณได้อ่านนิยายของ Agatha Christie แล้วไม่ได้อ่าน 100 หน้าสุดท้ายของนิยายเล่มนั้นน่ะ มันทรมานใจมาก ๆ แล้วมันต้องแบกความสงสัย ค้างคาใจแบบนี้มาตลอด 40 ปีที่ผ่านมา

 

เราก็เลยดีใจสุดขีดที่ได้รับข้อมูลในช่วงปลายปีที่แล้วว่า มีคนเอาการ์ตูนเรื่องนี้มาแปลเป็นไทยจนจบแล้ว เราก็เลยสั่งซื้อมา มี 22 เล่มจบ เมื่อกี้เราลองเช็คดูแล้ว พบว่าในช่วงต้นทศวรรษ 1980 นั้น การ์ตูนเรื่องนี้ได้รับการแปลเป็นไทยจนถึงเล่มที่ 17 เท่านั้น โดยเนื้อหาตั้งแต่เล่มที่ 18-22 หรือ 5 เล่มสุดท้ายนี่ ไม่ได้รับการแปลเป็นไทยในตอนนั้น

 

ในที่สุด สิ่งที่เรารอคอยมานาน 40 ปี ก็จะได้รับการตอบสนองเสียที ฮือๆ เรียกได้ว่า นี่คือหนึ่งในสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีใจมากที่สุดในชีวิตเลย

+++

 

งงว่า โรงหนัง ONE ULTRA SCREENS ที่ห้าง ONE BANGKOK กลายเป็นส่วนหนึ่งของโรงหนัง “เครือเมเจอร์” ไปแล้วเหรอ เพราะเว็บไซต์ของเมเจอร์มีโรงหนังนี้อยู่ด้วย แต่เพจของ ONE ULTRA SCREENS ไม่เห็นมีบอกอะไรเรื่องนี้

++++

 

VAA VAATHIYAAR (2026, Nalan Kumarasamy, India, 129min) เข้าฉายแล้วตามโรงภาพยนตร์ในกรุงเทพ แต่เรางงกับเครื่องหมาย ML/- ว่ามันคืออะไร มันหมายความว่าหนังเรื่องนี้พูดภาษาทมิฬ โดยไม่มีซับไตเติลทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยเหรอ

++++

 

ZAA, THE LITTLE WHITE CAMEL (1960, Yannick Bellon, France/Tunisia, 23min, A+30)

 

ในที่สุดเราก็ได้ดูหนังของ Yannick Bellon เสียที หลังจากได้ยินแต่ชื่อของเธอมาเป็นเวลานานราว 20 กว่าปีแล้ว

 

ชอบสีสันในหนังเรื่องนี้มาก ๆ หนังทศวรรษ 1940-1960 นี่มันให้สีที่สะใจดีจริง ๆ

 

ชอบการบันทึก landscape ของ Tunisia ในหนังเรื่องนี้มาก ๆ ด้วย

 

เราดูหนังเรื่องนี้ออนไลน์ในเว็บไซต์ของ lecinemaclub

 

BEING JOHN SMITH (2024, John Smith, UK, documentary, 24min, A+30)

 

ดูได้ฟรีทางเว็บไซต์ Festival Scope

 

MAN NUMBER 4 (2024, Miranda Pennell, UK, about Palestine, documentary, 10min, A+30)

 

Highly recommended for fans of Harun Farocki

 

ดูได้ฟรีทางเว็บไซต์ Festival Scope

 

อันนี้เป็นหนังเรื่องที่สองของ Miranda Pennell ที่เราได้ดู โดยก่อนหน้านี้เราเคยดูหนังเรื่อง WHY COLONEL BUNNY WAS KILLED (2010, Miranda Pennell, 27min, A+30) ซึ่งเราชอบสุดขีดเหมือนกัน

 

L’AVANCE (2024, Djiby Kebe, France, 18min, A+30)

 

ชอบสุดขีด เหมือนหนังมันแสดงให้เห็นเพียงแค่เสี้ยวนิดเดียวในชีวิตของตัวละคร แต่ตัวหนังมันส่งผลสะเทือนต่อใจเราอย่างรุนแรงมาก กราบตีนมาก ๆๆ

ดูได้ฟรีทางเว็บไซต์ Festival Scope

 

CITY OF POETS (2024, Sara Rajaei, Netherlands, about Iran, documentary, 21min, A+30)

 

ดูได้ฟรีทางเว็บไซต์ Festival Scope

 

Tuesday, January 13, 2026

TEERANIT SIANGSANOH

 

เฉลย รูปนี้มาจาก DARK THEATRE โรงมืด ภาค 1-4 (2025, Teeranit Siangsanoh, 95min, A+30)

 

เราเอารูปนี้มาใช้ในเกม เผื่อมีใครที่ชอบดูเทศกาลหนังสั้นมาราธอน หรือมีแฟนคลับของ Teeranit Siangsanoh แวะเวียนมาเล่นเกมนี้

 

คือถ้าหากพูดถึงผู้กำกับหนังไทยที่มีอะไรบางอย่างคล้าย ๆ  Béla Tarr แล้ว นอกจาก Chanasorn Chaikitiporn ที่ได้รับอิทธิพลมาโดยตรง เราก็นึกถึง Teeranit Siangsanoh นี่แหละ โดยเฉพาะหนังยุคแรก ๆ ของ Teeranit ที่ชอบทำหนัง post-apocalypse ทุนต่ำ ถ่าย landscape รกร้างแถว ๆ พระโขนง แล้วมาติ๊ต่าง สมมุติว่าเป็นโลกอนาคต dystopia

 

คือ Teeranit ไม่ต้องเสียเงินเป็นล้าน ๆ บาทสร้างฉากอะไรเลย เขาแค่เลือก location รกร้าง พงหญ้าแถว ๆ พระโขนง (ถ้าหากเราเข้าใจไม่ผิด) แล้วใช้ gaze ที่วิเศษมาก ๆ ของเขาไปจับภาพมันมา ก็ได้เป็นหนังเกี่ยวกับ “โลกอนาคต” ที่ให้ความรู้สึกละม้ายคล้ายกับหนังของ Andrei Tarkovsky ได้แล้ว

 

แต่เนื่องจากเรา “ขี้เกียจ” ไปเปิดดีวีดีหนังเก่า ๆ ของ Teeranit เพื่อเลือกภาพจากหนังเก่า ๆ เหล่านั้น เราก็เลยใช้วิธีเลือกภาพจากหนังของ Teeranit ที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุด ซึ่งก็คือภาพจากหนังเรื่อง โรงมืด ที่เพิ่งเข้าฉายในเทศกาลหนังสั้นมาราธอนในเดือนพ.ย. 2025 นี่แหละ เป็นภาพที่ใกล้ตัวดี ไม่ต้องค้นนาน 55555

 

แต่จริง ๆ แล้ว Teeranit เหมือนไม่ได้รับอิทธิพลจาก Béla Tarr นะ เราเข้าใจว่าหนังยุคแรก ๆ ของเขาได้รับอิทธิพลจาก Derek Jarman มากกว่า อย่างไรก็ดี ในบรรดาผู้กำกับภาพยนตร์ไทยนั้น เราว่าเขาเป็นหนึ่งในคนที่สามารถทำหนังที่เทียบเคียงกับ Béla Tarr และ Andrei Tarkovsky ได้มากที่สุดคนนึง โดยเฉพาะหนังอย่าง

 

1. LAST OF THAILAND ความทรงจำของเศษดาว (2009, Teeranit Siangsanoh, 24 min)

 

2. IN THE CITY ในเมืองร้อนกับค่ำคืนที่ว่างเปล่า (2010, Teeranit Siangsanoh, 51min)

 

3. DARK WORLD โลกมืด (2010, Teeranit Siangsanoh, 53min)

 

4. THE LIGHT HOUSE แสงสุริยะ (2011, Teeranit Siangsanoh, 44min)

 

5. THE BURNT-OUT STAR ดาวที่ไหม้ไฟ (2012, Teeranit Siangsanoh, 66min)

 

และเราก็ดีใจสุดขีดที่คุณ Warut เห็นภาพจากหนังเรื่อง “โรงมืด” ของ Teeranit แล้วเดาว่ามันอาจจะมาจากหนังของ Michelangelo Antonioni เราดีใจมาก ๆ เพราะสิ่งนี้มันแสดงให้เห็นในทางอ้อมว่า หนังของ Teeranit มันมีความงดงามและศักภาพที่น่าสนใจสุดขีดจริง ๆ

 

 

เล่นเกมนี้ได้ที่
https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0UWbvSQAapUW7ywmo5GymVgE7cxxWiReQLbV2U2hCZBjaj9oA7DCcNnSH6RPyZp9Rl

+++

 

I worship PETER HUJAR’S DAY ชอบสุดขีดที่หนังเรื่องนี้มันเป็น “ความธรรมดา” ซ้อนกัน 2 ชั้น เพราะมันนำเสนอ

 

1. เหตุการณ์ขณะ A สัมภาษณ์ B โดยที่ไม่ได้มีเหตุการณ์รุนแรงอะไรเกิดขึ้นในระหว่างการสัมภาษณ์

 

2. แล้วเนื้อหาที่สัมภาษณ์ ก็เป็น “วันธรรมดาวันหนึ่งในชีวิตของ B

 

เราก็เลยรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้มันไปไกลกว่า “หนังสัมภาษณ์” เรื่องอื่น ๆ ที่เน้นไปที่ “เรื่อง dramatic ในชีวิตของผู้ให้สัมภาษณ์”

Sunday, January 11, 2026

LAST FILMS SEEN IN 2025 AND FIRST FILMS SEEN IN 2026

 

เราเติบโตมากับเครื่องพิมพ์ดีด Olympia และเคยต้องไปเรียนพิมพ์ดีดที่โรงเรียนสอนพิมพ์ดีดตรงสามย่านในช่วงที่เราเรียนม. 4 ในปี 1987 ปรากฏว่าครูก็แค่ให้หนังสือสอนพิมพ์ดีดเรามานั่งหัดพิมพ์เองกับเครื่องพิมพ์ดีดในร้าน ครูไม่ได้มาสอนอะไรพวกเราโดยตรง เรากับเพื่อน ๆ ก็เลยนั่งพิมพ์ประโยคบ้า ๆ บอ ๆ ประเภท "ช่องเจ็ดหี กะหรี่เพื่อนเรา" "ใครจู๋ใหญ่อย่ามาขวาง เพราะหีอำพรางจะไม่จำพราก" อะไรประเภทนี้ไปเรื่อย ๆ แล้วพวกเราก็ไม่ได้ไปโรงเรียนสอนพิมพ์ดีดอีก เพราะอย่างนี้เราก็สามารถนั่งฝึกเองกับตำราสอนพิมพ์ดีดที่บ้านก็ได้

++++

 

หนังที่แม่หมีเลือกให้ลูกหมีดูใน “วันเด็ก”

 

Only one film per country

In alphabetical order

 

1. BEFORE THE STORM (2000, Reza Parsa, Sweden)

 

2. BLACK BREAD (2010, Agustí Villaronga, Spain)

 

3. THE CHILD AND THE SOLDIER (2000, Reza Mirkarimi, Iran)

 

4. COME AND SEE (1985, Elem Klimov, Soviet Union, 142min)

 

5. FORGET ME NOT ผลิรักไม่รู้โรย (2010, Naphat Chaithiangthum, Thailand, queer film, 30min)

หนังเรื่องนี้มีให้ดูในยูทูบนะ แต่ภาพมัวมาก

 

6. MONDOMANILA, OR: HOW I FIXED MY HAIR AFTER A RATHER LONG JOURNEY (2010, Khavn, Philippines, A+30)

 

7. MURMUR OF THE HEART (1971, Louis Malle, France)

 

8. MUSASHINO HIGH VOLTAGE TOWERS (1997, Naoki Nagao, Japan)

 

9. SHOESHINE (1946, Vittorio De Sica, Italy)

 

10. SOUS-SOL (1996, Pierre Gang, Canada)

 

ความเห็นของเราที่มีต่อ MONDOMANILA, OR: HOW I FIXED MY HAIR AFTER A RATHER LONG JOURNEY (2010, Khavn, Philippines, A+30)

https://web.facebook.com/photo/?fbid=10219247207674349&set=a.10218747653865816

+++

 

เฉลย รูปนี้มาจาก HARD TO BE A GOD (2013, Aleksei German, Russia, 177min)

 

เป็นเราก็ตอบไม่ได้หรอกว่า รูปนี้มันมาจากใคร เพราะรูปมันไม่บอกอะไรเลย 55555 แต่ถ้าใครเคยดู HARD TO BE A GOD เวอร์ชั่นของ Aleksai German น่าจะจำได้ดีว่า มันเป็นหนังที่ให้ความรู้สึกถึง “ความสกปรกของพื้นโคลน” อย่างรุนแรงมาก

 

เราจงใจเลือกรูปที่ดูใกล้เคียงกับหนังของ Béla Tarr มากที่สุดด้วยแหละ

 

จริง ๆ แล้วรูปที่น่าจะบ่งบอกถึง HARD TO BE A GOD ได้ดีที่สุด คือรูปที่เห็น “เครื่องแต่งกายของตัวละคร” ที่คล้ายเครื่องแต่งกายในยุโรปยุคกลาง แต่ถ้าหากเห็นเครื่องแต่งกายของตัวละครปุ๊บ เพื่อน ๆ ก็จะรู้ได้ในทันทีว่า มันไม่ใช่หนังของ Béla Tarr เพราะ Béla Tarr ไม่เคยทำหนังเกี่ยวกับอัศวิน, ยุโรปเมื่อ 500 ปีก่อน คือถ้าหากเห็นเครื่องแต่งกายของตัวละคร เพื่อน ๆ ก็อาจจะตัดตัวเลือกเหลือได้เป็น Aleksei German กับ Andrei Tarkovsky เพราะ Andrei Tarkovsky เคยกำกับ ANDREI RUBLEV (1966) ที่มีตัวละครแต่งชุดโบราณ ๆ เหมือนกัน

 

เราก็เลยตัดสินใจเลือกรูปนี้จาก HARD TO BE A GOD มาใช้ในเกม เพราะมันดูหลอกให้นึกถึงหนังของ Béla Tarr มากที่สุด

 

Aleksei German เคยกำกับหนังเพียงแค่ 6 เรื่อง แต่เราเคยดูเพียงแค่เรื่องเดียว ซึ่งก็คือ HARD TO BE A GOD นี่แหละ เราอยากดูหนังอีก 5 เรื่องของเขามาก ๆ ทั้ง THE SEVENTH COMPANION (1968), TWENTY DAYS WITHOUT WAR (1977), MY FRIEND IVAN LAPSHIN (1985), TRIAL ON THE ROAD (1986) และ KHRUSTALYOV, MY CAR! (1998)

 

KHRUSTALYOV, MY CAR! เคยเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ด้วย

 

เล่นเกมนี้ได้ที่
https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02YYCdvDN9VSQPh6HrxwYLkhvFMrGvtFcD5A8YSK4BucKnmd4aCJ4Sid8UbxEHVvAVl

+++

 

FIREFLIES (2021, Pauline Curnier Jardin, Italy, 7min, A+30)

 

หนังเกี่ยวกับ “กลุ่มกะหรี่เรืองแสง” ริมถนนในกรุงโรม นึกว่าสามารถปะทะกับหนังของ Werner Schroeter ได้สบาย ๆ เลย ไม่ทราบชีวิตอะไรอีกต่อไป

 

เราดูหนังเรื่องนี้ในเว็บไซต์ของ e-flux หนังกำลังจะหมดอายุในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

 

ดูหนังเรื่องนี้ได้ที่

https://www.e-flux.com/film/6736167/fireflies-lucciole

++++

 

A MAN AND TWO OLDER WOMEN (2016)

+ A MAN AND TWO OLDER WOMEN: 10 YEARS LATER (2026)

+++

 

บันทึกรักของบุญกึ่ม MEMORY OF LOVE BOONGOM (2011, Somghad Meyen) นี่ถือเป็น one of my most favorite Thai films of all time เลย

+++

 

เฉลย ภาพนี้มาจาก LANDSCAPE 101 01 1101 01... (2007, Sompot Chidgasornpongse, 28min, A+30)

 

1. สาเหตุนึงที่เราเลือกภาพนี้มาใช้ในเกมเป็นเพราะว่า พอพูดถึง Béla Tarr เราก็จะนึกถึง desolate landscape ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่พบได้ไม่บ่อยมากนักในภาพยนตร์ไทย เพราะว่าไทยเป็นประเทศในเขตร้อน เพราะฉะนั้นภูมิทัศน์ในหนังไทยหลายเรื่อง ซึ่งรวมถึงหนังของ Apichatpong Weerasethakul ก็เลยมักจะเป็นป่าไม้รกทึบ อุดมสมบูรณ์ มีพืชพรรณต่าง ๆ อยู่ในฉากนั้น

 

เพราะฉะนั้นพอเรานึกถึง Béla Tarr และ desolate landscape เราก็เลยนึกต่อไปอีกว่า มีหนังไทยเรื่องไหนที่นำเสนอภาพ “ป่าที่ถูกไฟเผาผลาญจนเหลือแต่ซาก” บ้างไหม ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องแรกที่เรานึกถึง เราก็เลยนำภาพจากหนังเรื่องนี้มาใช้ในเกม

 

2. เราคิดว่าภาพนี้มันมีทั้งความยากและความง่ายในตัวมันเอง ความยากก็คือว่า หนังเรื่อง LANDSCAPE 101 01 1101 01... นี่เคยฉายในไทยในปี 2008 แต่หลังจากนั้นก็แทบจะไม่เคยได้ฉายในไทยอีกเลยมั้ง

 

3. ส่วนความง่ายก็คือว่า เราเพิ่งแปะภาพนี้ลงในเฟซบุ๊กของเราเองในวันที่ 22 ส.ค. 2025 หรือเมื่อ 4 เดือนก่อน เพื่อใช้ประกอบงานเขียนเกี่ยวกับ Sompot Chidgasornpongse เพราะฉะนั้นเราก็เลยถือว่า ภาพนี้น่าจะเพิ่งผ่านสายตาเพื่อน ๆ ของเราเองไปเมื่อ 4 เดือนก่อนนะ และเป็นภาพที่ถูกระบุว่ามาจากหนังของ Sompot อย่างชัดเจน ถ้าใครเผอิญจำตรงนี้ได้ก็จะตอบได้เลย 55555

 

4. หนังเรื่อง LANDSCAPE 101 01 1101 01... (2007, Sompot Chidgasornpongse, 28min, A+30) นี้ถือเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจส่วนตัวของเราด้วยแหละ เพราะว่าเว็บไซต์ของคุณ Sompot เขา quote สิ่งที่เราเขียนเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ไปแปะไว้ในเว็บไซต์ของเขาด้วย

 

อันนี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ในเว็บไซต์ของคุณ Sompot

 

SYNOPSIS

 

A home-video style recording brings the viewers to a field trip to see landscapes with James Benning and his students, and shows how the filmmaker is trying to capture a burnt forest with his digital equipment. Gradually, through digital manipulations from the shooting and the editing, the film becomes a lost voyage into a mysterious digitalized forest.

 

 

DIRECTOR'S STATEMENT

 

James Benning, a filmmaker and teacher, takes his students on a tour to one of his favorite spots in California. Film students bring their camera with them.

 

'Landscape 101 01 1101 01...' is a film about filmmaking. It reveals the filmmaking process through the filmmaker's perception. Instead of showing just the final already-thought-out images, the film uncovers the practice of looking for the right framing, focus, and exposure. The experiments, mistakes, and time spent, are also evident. Brightness and darkness are generated through digital manipulations. The act of filmmaking in progress becomes the narration of the film.

 

Space is clear and time is linear at first. Then through editing, both gradually become ambiguous. We are now lost and trapped in a dark digitalized forest, created by the filmmaker. James Benning is famous for his landscape films. This film is my version in response to his.

 

 

SELECTED SCREENINGS


2008 The 5th Bangkok Experimental Film Festival, Thailand

 

 

SELECTED REVIEWS


"I like some films which have no story, because they allow me to create a story of my own, though the director may not intend it. As for this film, there are some scenes that inspired me to imagine myself as the Mother Earth. I felt as if I was the Mother Earth visiting the burnt forest. The digitally blurred images of the burnt forest in this film make me feel as if I (the Mother Earth) was watching the burnt forest through my tears."

 

-Jit Phokaew

 

เล่นเกมนี้ได้ที่

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0UWbvSQAapUW7ywmo5GymVgE7cxxWiReQLbV2U2hCZBjaj9oA7DCcNnSH6RPyZp9Rl

++++

 

วันนี้ไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้าน C.P.S. COFFEE ที่ Terminal 21 Asoke เพราะว่า Starbucks ในห้างคนเต็มตลอดเวลา เราก็เลยต้องพยายามหาร้านกาแฟอื่น ๆ ที่มีที่นั่งว่าง

 

พบว่าในร้าน C.P.S. COFFEE นี้เปิดเพลง BACK TO LIFE (1989) ของ Soul II Soul น้ำตาจะไหล นึกถึงอดีตแห่งความสุขในปี 1989 มาก ๆ

++++

 

สรุปหนังปิดปี 2025 + หนังเปิดปี 2026

 

1. หนังสองเรื่องสุดท้ายที่เราได้ดูในปี 2025 ต่างก็เป็นหนังที่เราได้ดูในโรงภาพยนตร์ทั้งสองเรื่อง ซึ่งก็คือเรื่อง

 

1.1 YOU AND IDOL PRETTY CURE THE MOVIE: FOR YOU! OUR KIRAKILALA CONCERT! (2025, Koji Ogawa, Japan, animation, A+30) ที่เมเจอร์ รัชโยธิน ในวันที่ 31 ธ.ค. 2025

 

1.2 THREE KINGDOMS: STARLIT HEROES (2025, Meng Yu, Yuan Yuan, China, animation, A+30) ดูที่เมเจอร์ รัชโยธิน ในวันที่ 31 ธ.ค. 2025 ในฐานะหนังเรื่องสุดท้ายของปี

2. หนังเรื่องแรกที่เราได้ดูในปี 2026 เป็นหนังที่เราได้ดูออนไลน์ ซึ่งก็คือ THE FOUR TIMES (2010, Michelangelo Frammartino, Italy, A+30) โดยเราได้ดูหนังเรื่องนี้ในวันที่ 1 ม.ค. 2026

 

3. หนังสารคดีเรื่องแรกที่เราได้ดูในปี 2026 เป็นหนังที่เราได้ดูออนไลน์ ซึ่งก็คือเรื่อง THE BRINK OF DREAMS (2024, Nada Riyadh, Ayman El Amir, Egypt, documentary, 102min, A+30) โดยเราได้ดูหนังเรื่องนี้ในวันที่ 1 ม.ค. 2026

 

4. Video Installation งานแรกที่เราได้ดูในปี 2026 ก็คือ MO NUM EN TS (2025, Som Supaparinya, A+30) โดยเราได้ดูงานนี้ในวันที่ 2 ม.ค. 2026

 

5. หนังแอนิเมชั่นเรื่องแรกที่เราได้ดูในปี 2026 เป็นหนังที่เราได้ดูออนไลน์ ซึ่งก็คือเรื่อง INSPIRATION (1949, Karel Zeman, Czechoslovakia, animation, 11min, A+30) โดยเราได้ดูหนังเรื่องนี้ในวันที่ 9 ม.ค. 2026

 

6. ในที่สุดเราก็ได้เข้าโรงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในปี 2026 ในวันที่ 11 ม.ค. โดยในวันนี้เราได้ดูหนังสองเรื่อง ซึ่งก็คือ

 

6.1 TU MERI MAIN TERA MAIN TERA TU MERI (2025, Sameer Vidwans, India, 145min, A- )

 

ถือเป็นหนังเรื่องแรกที่เราได้ดูในโรงภาพยนตร์ในปี 2026 และปรากฏว่า มีเราเป็น “ผู้ชมคนเดียวในโรง” ที่โรง SF TERMINAL 21 ASOKE รอบ 14.00 น. ในวันอาทิตย์ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด พอเปิดปีก็เจอประเด็น CINEMA IS DEAD เลย คนไม่มาดูหนังในโรงภาพยนตร์กันอีกต่อไปแล้ว แต่เราก็ผิดหวังกับหนังเรื่องนี้มากพอสมควร ก็เลยแอบไม่เศร้าใจกับความโหรงเหรงของผู้ชม 55555

 

ปรากฏว่าหนึ่งในสิ่งที่ประทับใจมากที่สุดในการมาดูหนังเรื่องนี้ ก็คือช่วง INTERMISSION ที่แทนที่จะเป็น “จอมืด” ไม่ฉายอะไรเลยเป็นเวลาราว 10 นาที แบบที่เราเคยเจอที่โรงเมเจอร์ เอกมัย ปรากฏว่าช่วง INTERMISSION ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วย “โฆษณาร้านอาหารอินเดียในกรุงเทพ” ราว ๆ 10-15 ร้านได้มั้ง น่ากินสุดขีด เสียดายที่เราไม่ได้หยิบปากกาขึ้นมาจดชื่อร้านเอาไว้ เพราะเราไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อน แต่ตอนนี้เราตั้งใจไว้แล้วล่ะว่า ถ้าหากเราเจอช่วง INTERMISSION แบบนี้อีก เราจะต้องหยิบปากกาขึ้นมาจดชื่อร้านอาหารอินเดียเหล่านี้เอาไว้ แล้วจะได้ตามไปกินในภายหลัง

 

6.2 DEAD TO RIGHTS (2025, Shen Ao, China, 137min, A+30)

 

พอดูหนังเรื่องนี้แล้วเราก็ต้องนึกถึง DON’T CRY, NANKING (1995, Wu Ziniu, Taiwan, 120min, A+30) ซึ่งเคยเข้ามาฉายในเทศกาลภาพยนตร์จีนในกรุงเทพในปี 1998 ซึ่งเป็นหนังที่ทำร้ายจิตใจเราอย่างรุนแรงมาก เพราะตอนนั้นเราแทบไม่เคยได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์นองเลือดที่นานกิงมาก่อน เพราะฉะนั้นพอเราได้ดู DON’T CRY, NANKING ในปี 1998 เราก็เลยช็อคซีนีม่าไปเลย หนักมาก ๆ รุนแรงโหดร้ายมาก ๆ เรายังจำได้ดีเลยว่า พอฉายหนังเรื่องนี้จบ ทางเทศกาลภาพยนตร์ก็จัดงานเสวนาต่อ แล้วก็มีผู้เข้าร่วมเสวนาบางคนพูดเทียบเคียงเหตุการณ์ที่นานกิง กับเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 ด้วย เพราะทั้งสองเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับการที่ประชาชนคนธรรมดาถูกรัฐบาลล้างสมอง จนกลายเป็น ”ปีศาจ” ลุกขึ้นมาเข่นฆ่าประชาชนที่ตนเองมองว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม อย่างโหดร้ายทารุณเหมือน ๆ กัน

 

เหมือนการที่เราได้ดูหนังเรื่อง DON’T CRY, NANKING ในปี 1998 นี่มันเปลี่ยน “มุมมองของเราที่มีต่อโลกมนุษย์” ไปมากพอสมควรเลยนะ

 

ในส่วนของ DEAD TO RIGHTS นั้น สิ่งหนึ่งที่หนังเรื่องนี้ไม่ได้ตั้งใจเลยแม้แต่นิดเดียวก็คือว่า พอเราดูหนังเรื่องนี้แล้ว เราก็นึกถึงเหตุการณ์ทั้งที่ Myanmar และที่ Gaza ในยุคปัจจุบันนี้ด้วย

 

คือเหมือน “ประชาคมโลก” เคยเปิดโอกาสให้เกิดความทารุณโหดร้ายในนานกิงมาแล้วในปี 1937 และ “ประชาคมโลก” ก็เปิดโอกาสให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวมาแล้วในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

 

แต่หลังจากเวลาผ่านมานาน 80-90 ปี เราก็ต้องตั้งคำถามว่า สังคมมนุษย์ได้พัฒนาขึ้นไปแล้วบ้างหรือเปล่า เมื่อนึกถึงสิ่งที่เราได้รับรู้เกี่ยวกับความทารุณโหดร้ายใน Myanmar ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หรือสิ่งที่เกิดขึ้นใน Gaza นับตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา

 

 

Friday, January 09, 2026

KAREL ZEMAN

 

I’m sorry I don’t have it. But as for now, I usually go to see films in these theatres:

 

1. House Samyan

https://web.facebook.com/housesamyan

 

2. Cinema Oasis

https://web.facebook.com/cinemaoasis.bk

 

3. Thai Film Archive (It’s not in Bangkok, but very near Bangkok.)

https://web.facebook.com/ThaiFilmArchivePage

 

4. Bangkok Kunsthalle is a gallery which shows some films from time to time

https://web.facebook.com/BangkokKunsthalle

 

+++

 

เฉลย รูปนี้มาจาก THE CORRIDOR (1995, Sharunas Bartas, Lithuania)

 

แน่นอนว่าเราเลือกรูปนี้เพราะมันดูเข้าใกล้ความเป็น Béla Tarr มาก ๆ และเราต้องไม่เลือกรูปที่มี Yekaterina Golubeva อยู่ในรูป เพราะถ้าหากมี Golubeva อยู่ในรูป คนจะรู้ได้ในทันทีว่ามันมาจากหนังของ Sharunas Bartas 55555

 

เล่นเกมนี้ได้ที่

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid0UgkvjYSKe4VWhbt9R45b5pip33Xo7ZhGHXKKw2TPnowaxiQDwspE42Gsz9DCP4tQl

 

++++

 

บันทึกการประชุมของ “กลุ่มสาวกเจ้าแม่เบญจมา ท้าธรรม” ส่วนที่ 5

 

อีกประเด็นที่เราชอบมาก ๆ จากการได้คุยกับเพื่อน ๆ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คือการที่เพื่อนคนนึงบอกว่า เขาใช้ชีวิตอยู่แค่ใน “เขตปทุมวัน” มานานราวเดือนนึงได้แล้ว คือแทบไม่ได้ออกจากเขตปทุมวันเลย ทั้ง ๆ ที่เขตนี้มีพื้นที่เพียงแค่ราว 8.37 ตารางกิโลเมตร เพราะว่าบ้านของเขาอยู่ในแขวงรองเมือง ไปฟิตเนสในแขวงรองเมือง มาช้อปปิ้งแขวงวังใหม่ มาดูหนัง + โรงพยาบาลในแขวงปทุมวัน อะไรทำนองนี้ คือใช้ชีวิตวนเวียนอยู่แค่ใน “เขตปทุมวัน” ที่มีพื้นที่แค่ 8 ตารางกิโลเมตรได้นานเป็นเดือน ๆ โดยไม่มีความจำเป็นต้องออกจากเขตนี้เลย

 

เราก็เลยรู้สึกว่า มันน่าสนใจดี ที่เราสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมาก ๆ ได้ โดยแทบไม่ต้องเดินทางออกไปไหนไกล ๆ เลย ชีวิตเราก็เท่านี้จริง ๆ ค่ะ

 

บันทึกการประชุมของกลุ่มสาวกเจ้าแม่เบญจมา ท้าธรรม ส่วนที่หนึ่ง

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid029nPoF6GyRpFxrsLcowtESmnhEBUcyD5okyugUsK54nr3ymWXbnjooTZNUeVFFEgdl

 

บันทึกการประชุมของกลุ่มสาวกเจ้าแม่เบญจมา ท้าธรรม ส่วนที่สอง

https://web.facebook.com/jit.phokaew/posts/pfbid02TsMgWx9NFy1FEiqFZN8AD5aUNkTYvGmibWMzDQooGK5D7JwJZ5LfPhtfFtr9MqDJl

 

บันทึกการประชุมของกลุ่มสาวกเจ้าแม่เบญจมา ท้าธรรม ส่วนที่สาม

https://web.facebook.com/photo?fbid=10241935362944051&set=a.10225118353249319

 

บันทึกการประชุมของ “กลุ่มสาวกเจ้าแม่เบญจมา ท้าธรรม” ส่วนที่ 4

https://web.facebook.com/photo/?fbid=10241947826815640&set=a.10225118353249319

++++

 

DOUBLE BILL FILM WISH LIST

 

คู่แรก

NIAGARA (1953, Henry Hathaway)

+ NIAGARA, NIAGARA (1997, Bob Gosse)

 

เห็น NIAGARA, NIAGARA ติดอยู่ในลิสท์หนังสุดโปรดประจำปี 2025 ของ Ratchapoom Boonbunchachoke เราก็เลยอยากดูหนังเรื่องนี้อย่างสุดขีด หนังเรื่องนี้ส่งผลให้ Robin Tunney ได้รางวัลดาราหญิงยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์เวนิซด้วย

 

คู่สอง

LADY BIRD (2017, Greta Gerwig, A+30)

+ LADYBIRD LADYBIRD (1994, Ken Loach, UK)

 

คู่สาม

BANG (1997, Ash Baron-Cohen, USA, A+30)

+ BANG BANG (1971, Andrea Tonacci, Brazil, A+30)

 

อยากให้โรงภาพยนตร์ฉายหนังควบพวกนี้ในเวลาเดียวกัน คนดูจะได้งงเวลาซื้อตั๋ว 55555

+++

 

INSPIRATION (1949, Karel Zeman, Czechoslovakia, animation, 11min, A+30)

 

1. พอดูหนังแอนิเมชั่นเรื่องนี้แล้วก็เลยไม่ประหลาดใจว่า ทำไมแก้วคริสตัลจาก “ประเทศเช็ก” ถึงมีชื่อเสียงโด่งดัง

 

2. หนังเรื่องนี้ยิ่งตอกย้ำความเชื่อของเราที่ว่า เราถูกโฉลกกับ “สีสัน” ของภาพยนตร์ในทศวรรษ 1940-1960 มาก ๆ ซึ่งเป็นยุคที่ภาพยนตร์เริ่มเปลี่ยนจากขาวดำไปเป็นหนังสี ซึ่งเราเคยพูดถึงประเด็นนี้ไปแล้วหลายครั้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเราถึงถูกโฉลกกับ “หนังสี” ในทศวรรษ 1940-1960 มากกว่าหนังสีในยุคปัจจุบัน

 

คือดูสีสันในหนังเรื่องนี้แล้วมันอิ่มอกอิ่มใจมาก ๆ

 

3. ไม่แน่ใจว่าสีหลักในหนังเรื่องนี้ มันคือ Cadmium Green หรือ Pine Green หรืออะไร แต่เราชอบสีเขียวในหนังเรื่องนี้มาก ๆ สวยเยิ้มมาก ๆ

 

4. I worship Karel Zeman อันนี้เป็นหนังเรื่องที่ 3 ของ Karel Zeman ที่เราได้ดู ต่อจาก A CHRISTMAS DREAM (1946) และ INVENTION FOR DESTRUCTION (1958) ที่เราเคยดูที่ Reading Room ในเดือนก.ย. 2016 ในงาน CZECH ANIMATIONS

 

พอเราได้ดูหนังของเขา 3 เรื่อง เราก็ขอยกให้ Karel Zeman เป็นปรมาจารย์ด้าน ANIMATION คนหนึ่งของโลกไปเลย

+++

 

THE RAJA SAAB (2026, Maruthi Desari, India) ซึ่งมีความยาวเพียงแค่ 190 นาที เข้าฉายตามโรงภาพยนตร์ในกรุงเทพแล้วนะ หนังเรื่องนี้นำแสดงโดย ประภาส Prabhas ที่ทุกคนรู้จักกันดีจาก BAAHUBALI (2015, S.S. Rajamouli, A+30), SAAHO (2019, Sujeeth, India, A+25) และ KALKI 2898 AD (2024, Nag Ashwin, A+30)

+++

ใครจะไปดู THE RAJA SAAB (2026, Maruthi Desari, India, 190min) ต้องระวังให้ดีนะ เพราะเหมือนบางรอบมันเป็นเวอร์ชั่น “พูดภาษาเตลูกู และไม่มีซับไตเติลภาษาอังกฤษ”

 

ถ้าใครฟังภาษาเตลูกูไม่ออก อย่างเช่นดิฉัน ก็ควรจะเลือกดูรอบที่พูดภาษาฮินดี และมีซับไตเติลภาษาอังกฤษค่ะ

++++

 

เตือนภัย

 

1. UNTAMA GIRU (1989, Go Takamine, Japan, 120min)

ฉายที่หอภาพยนตร์ ศาลายา วันเสาร์ที่ 7 ก.พ. รอบ 14.30 น.

 

2. LINDA LINDA LINDA (2005, Nobuhiro Yamashita, Japan, 114min)

ฉายที่พารากอน วันเสาร์ที่ 7 ก.พ. รอบ 11.00 น. ถ้าดูรอบนี้ ก็จะเดินทางไปดู UNTAMA GIRU ไม่ทัน

และก็มีฉายอีกทีในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. รอบ 16.00 น.

 

3. GHOST IN THE SHELL ภาคหนึ่งและสอง มีฉายในวันศุกร์ที่ 6 และเสาร์ที่ 7 ก.พ.

 

4. การเลือกตั้งสส.และการลงประชามติ มีในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. เวลา 08.00-17.00 น.

 

เพราะฉะนั้นต้องจัดตารางชีวิตฮิสทีเรียกันให้ดีนะคะ ก่อนที่จะกดซื้อตั๋ว GHOST IN THE SHELL และ LINDA LINDA LINDA